กฎหมายอาญา

10: ผลของคำพิพากษาศาลต่างประเทศ กรณีกระทำนอกราชอาณาจักร

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดกระทำการนอกราชอาณาจักรซึ่งเป็นความผิดตามมาตราต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา ๗ (๒) และ (๓) มาตรา ๘ และมาตรา ๙ ห้ามมิให้ลงโทษผู้นั้นในราชอาณาจักรเพราะการกระทำนั้นอีก ถ้า (๑) ได้มีคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศอันถึงที่สุดให้ปล่อยตัวผู้นั้น หรือ (๒) ศาลในต่างประเทศพิพากษาให้ลงโทษ และผู้นั้นได้พ้นโทษแล้ว ถ้าผู้ต้องคำพิพากษาได้รับโทษสำหรับการกระทำนั้นตามคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศมาแล้ว แต่ยังไม่พ้นโทษ ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงโทษที่ผู้นั้นได้รับมาแล้ว

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever commits an act outside the Kingdom which is an offence under the various Sections specified in Section 7(2) and (3), Section 8, and Section 9 shall not be punished again in the Kingdom for that act if:
(1) a final judgment of a foreign court has acquitted that person; or
(2) a foreign court has passed judgment imposing punishment and that person has already served it.
Where the person against whom judgment was given has already undergone punishment for that act under the judgment of a foreign court but has not yet completed it, the court may impose a punishment less than that provided by law for the offence, to any extent, or may impose no punishment at all, having regard to the punishment already undergone.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 10 ใช้กับการกระทำนอกราชอาณาจักรที่กฎหมายไทยยังเอาผิดได้ คือความผิดตามมาตราต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 7 (2) และ (3) มาตรา 8 และมาตรา 9 โดยห้ามลงโทษผู้นั้นในราชอาณาจักรเพราะการกระทำนั้นอีกในสองกรณี คือเมื่อศาลต่างประเทศมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ปล่อยตัว และเมื่อศาลต่างประเทศพิพากษาให้ลงโทษและผู้นั้นได้พ้นโทษแล้ว ส่วนกรณีที่ได้รับโทษตามคำพิพากษาของศาลต่างประเทศมาแล้วแต่ยังไม่พ้นโทษ ไม่เข้าข้อห้ามนี้ แต่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ โดยคำนึงถึงโทษที่ผู้นั้นได้รับมาแล้ว ข้อห้ามผูกกับการกระทำ มิใช่ชื่อฐานความผิด ประเด็นในทางปฏิบัติจึงอยู่ที่ว่าคำพิพากษาของศาลต่างประเทศเป็นการกระทำเดียวกันหรือไม่ ส่วนมาตรา 11 เป็นบทคู่ขนานสำหรับความผิดที่กระทำในราชอาณาจักรหรือที่ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร

ความสำคัญต่อ

มาตรา 10 เกี่ยวข้องกับผู้ที่ถูกดำเนินคดีในไทยจากการกระทำนอกราชอาณาจักรที่ศาลต่างประเทศได้พิพากษาไปแล้ว ซึ่งในทางปฏิบัติคือความผิดที่ไทยอ้างเขตอำนาจนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 7 ถึงมาตรา 9 เอกสารที่ชี้ขาดมีสองอย่าง คือสำเนาคำพิพากษาของศาลต่างประเทศที่รับรองแล้วซึ่งแสดงว่าเป็นการกระทำใด และหลักฐานการปล่อยตัวหรือการพ้นโทษ ทั้งคำพิพากษายกฟ้องถึงที่สุดและการรับโทษจนพ้นโทษแล้ว ต่างห้ามการลงโทษซ้ำในไทยโดยเด็ดขาด ส่วนโทษที่ยังไม่พ้น ไม่เป็นข้อห้าม แต่ศาลต้องคำนึงถึงโทษที่รับมาแล้ว และจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ลงโทษเลยก็ได้ เนื่องจากข้อห้ามผูกกับการกระทำ มิใช่ฐานความผิด โจทก์จึงมักโต้แย้งว่าข้อหาในไทยเป็นการกระทำคนละอย่าง สำหรับความผิดที่กระทำในราชอาณาจักร ให้ใช้มาตรา 11 แทน

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาฎีกาที่ 4901/2555 (2012)

    ข้อห้ามฟ้องซ้ำตามมาตรา 10 ใช้เฉพาะการลงโทษในการกระทำเดียวกัน หากคำพิพากษาต่างประเทศเป็นการลงโทษในความผิดคนละข้อหา มาตรา 10 ย่อมไม่ห้ามการฟ้องในราชอาณาจักร

    ศาลต่างประเทศพิพากษาลงโทษจำเลยข้อหาค้าประเวณี แต่คดีในไทยเป็นข้อหาเป็นธุระจัดหาบุคคลเพื่อการอนาจารและเพื่อการค้าประเวณี ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นคนละข้อหาและคนละการกระทำ ข้อห้ามตามมาตรา 10 ซึ่งใช้เฉพาะการกระทำเดียวกันจึงไม่ห้ามการฟ้องในไทย

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 6 คดี (พ.ศ. 2505 ถึง 2555)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4901/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 801/2505 (1962)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2860/2522 (1979)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2360/2518 (1975)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2360/2517 (1974)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2480/2550 (2007)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

หากศาลภายนอกยกฉันแล้วไทยจะอีกครั้งอีกครั้ง

สำหรับความผิดที่กระทำนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 7 (2) และ (3) มาตรา 8 หรือมาตรา 9 ไม่ได้ ตามมาตรา 10 คำพิพากษายกฟ้องถึงที่สุดของศาลต่างประเทศในการกระทำเดียวกัน ห้ามลงโทษในไทยเพราะการกระทำนั้นอีก

หากศาลพิพากษาภายนอกการลงโทษลงโทษระบบสุริยะแล้วจะเป็นอย่างไร

หากท่านได้พ้นโทษตามคำพิพากษาของศาลต่างประเทศแล้ว จะลงโทษในไทยเพราะการกระทำนั้นอีกไม่ได้เลย แต่หากถูกพิพากษาลงโทษแล้วยังไม่พ้นโทษ คดีไม่ต้องห้าม ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ โดยคำนึงถึงโทษที่รับมาแล้ว

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 10 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 10. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-10/ (accessed 17 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 10
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-10/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-10/"><p>ผู้ใดกระทำการนอกราชอาณาจักรซึ่งเป็นความผิดตามมาตราต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา ๗ (๒) และ (๓) มาตรา ๘ และมาตรา ๙ ห้ามมิให้ลงโทษผู้นั้นในราชอาณาจักรเพราะการกระทำนั้นอีก ถ้า (๑) ได้มีคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศอันถึงที่สุดให้ปล่อยตัวผู้นั้น หรือ (๒) ศาลในต่างประเทศพิพากษาให้ลงโทษ และผู้นั้นได้พ้นโทษแล้ว ถ้าผู้ต้องคำพิพากษาได้รับโทษสำหรับการกระทำนั้นตามคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศมาแล้ว แต่ยังไม่พ้นโทษ ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงโทษที่ผู้นั้นได้รับมาแล้ว</p><footer>Penal Code, s. 10 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-10/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง