กฎหมายอาญา

170: ขัดขืนหมายหรือคำสั่งศาล

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดขัดขืนหมายหรือคำสั่งของศาลให้มาให้ถ้อยคำ ให้มาเบิกความหรือให้ส่งทรัพย์หรือเอกสารใดในการพิจารณาคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever disobeys a summons or order of a court to appear to give a statement, to appear to testify, or to deliver any property or document in the trial of a case shall be liable to imprisonment not exceeding six months, or a fine not exceeding ten thousand baht, or both.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 170 คุ้มครองกระบวนพิจารณาคดีโดยลงโทษการขัดขืนหมายหรือคำสั่งของศาลเอง องค์ประกอบคือ มีหมายหรือคำสั่งของศาล ให้บุคคลมาให้ถ้อยคำ มาเบิกความ หรือให้ส่งทรัพย์หรือเอกสารในการพิจารณาคดี และมีการขัดขืน ความผิดนี้มุ่งต่อศาลในฐานะเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ศาลฎีกาวินิจฉัยหลายครั้งว่าประโยชน์ที่คุ้มครองเป็นของศาลโดยตรง มิใช่ของคู่ความเอกชน คู่ความที่ได้รับเพียงความเสียหายทางอ้อมจากการขัดขืน เช่น ความล่าช้าหรือค่านำหมายที่สูญเปล่า ไม่เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และฟ้องคดีเองตามมาตรานี้ไม่ได้ อยู่คู่กับมาตรา 168 และ 169 ซึ่งเป็นการขัดขืนอัยการและพนักงานสอบสวน มิใช่ศาล

ความสำคัญต่อ

ศาลฎีกายืนยันคือเรื่องโครงสร้างสำหรับโครงสร้างนั้นต่อศาลโดยตรงถึงความโปร่งใสของสาธารณะและความปลอดภัยของระบบหรือคู่ความที่เป็นจุดศูนย์กลางต่อนัยหรือคำสั่งศาลให้ส่งเอกสารหรือเงินไม่ได้ ผู้ตัดสินต่อความรับผิดนี้จริงมักจะเป็นสืบสวนหรือภายนอกที่ภายนอกที่เพียกต่อหมายเรียก จุดเริ่มต้นมากกว่าคือมาวิจารณ์และยกข้อที่สำคัญที่สุดต่อศาลมิใช่ไม่ถือว่าเป็นอย่างใด ๆ ก่อนหน้านี้เพื่อรับการตรวจสอบความหรือส่งเอกสาร คุณจะรู้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นที่ศาลและปรึกษาทนายความในเรื่องดังกล่าว

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2768/2522 (1979)

    มาตรา 170 มุ่งเอาโทษแก่ผู้ที่ขัดขืนคำสั่งของศาลให้ส่งเอกสารในการพิจารณาคดี เป็นบทบัญญัติถึงการกระทำความผิดต่อศาลซึ่งเป็นเจ้าพนักงานในการยุติธรรมโดยตรงเฉพาะ โจทก์เอกชนไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง จึงไม่มีอำนาจฟ้องตามมาตรานี้

    ศาลอธิบายว่ามาตรา 170 คุ้มครองศาลโดยตรงเมื่อมีผู้ขัดขืนคำสั่งให้ส่งเอกสารในการพิจารณาคดี เพราะความผิดกระทำต่อศาลมิใช่ต่อคู่ความฝ่ายตรงข้าม โจทก์เอกชนจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงและไม่มีอำนาจฟ้อง

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2046/2533 (1990)

    เมื่อมีผู้ขัดขืนคำสั่งศาลไม่ส่งเงินที่อายัดไปยังศาล ความเสียหายที่คู่ความฝ่ายตรงข้ามได้รับมิใช่ความเสียหายโดยตรงต่อสิทธิของผู้นั้น เพราะคู่ความมิได้มีสิทธิและหน้าที่ต่อกันในเรื่องนี้ จึงไม่เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและฟ้องตามมาตรา 170 ไม่ได้

    คู่ความขัดขืนคำสั่งศาลไม่ส่งเงินที่อายัดไปยังศาลแพ่ง ศาลวินิจฉัยว่าความเสียหายของโจทก์มิใช่การล่วงสิทธิของโจทก์โดยตรง เพราะคู่ความไม่มีสิทธิและหน้าที่ต่อกันในเรื่องนี้ โจทก์จึงไม่เป็นผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องตามมาตรา 170 คำวินิจฉัยยืนยันว่าความผิดนี้คุ้มครองศาล มิใช่คู่ความฝ่ายตรงข้าม

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 7 คดี (พ.ศ. 2511 ถึง 2547)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2046/2533 (1990)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2768/2522 (1979)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1880/2516 (1973)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 454/2512 (1969)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 238/2547 (2004)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 323/2520 (1977)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1522/2511 (1968)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

คู่ความในเวลาที่เหมาะสมกับผู้ที่ขัดขืนสื่อถึงกระจกได้หรือไม่?

ควบคุมศาลฎีกาวินิจฉัยว่าความผิดตามมาตรา 170 เป็นศาลต่อศาลโดยตรงคู่ความความเป็นส่วนตัวขององค์กรผู้บริหารระดับสูงของศาลฎีกา...

มาตรา 170 ดาวเคราะห์มีดาวเคราะห์?

จำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 170 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 170. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-170/ (accessed 17 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 170
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-170/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-170/"><p>ผู้ใดขัดขืนหมายหรือคำสั่งของศาลให้มาให้ถ้อยคำ ให้มาเบิกความหรือให้ส่งทรัพย์หรือเอกสารใดในการพิจารณาคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 170 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-170/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง