มาตรา 114: ตระเตรียมการเพื่อเป็นกบฏ
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ หรือกระทำความผิดใด ๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อเป็นกบฏ หรือยุยงราษฎรให้เป็นกบฏ หรือรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฏ แล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever accumulates forces or arms, makes any other preparation, or conspires to commit insurrection, or commits any offence forming part of a plan to commit insurrection, or incites the populace to commit insurrection, or, knowing that a person is to commit insurrection, does any act to conceal it, shall be punished with imprisonment of three to fifteen years.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 114 เอาผิดการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนการใช้กำลังประทุษร้ายหรือการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ซึ่งเป็นองค์ประกอบของความผิดฐานเป็นกบฏตามมาตรา 113 ตัวบทวางการกระทำไว้หกประการ คือ การสะสมกำลังพลหรืออาวุธ การตระเตรียมการอื่นใด การสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ การกระทำความผิดใด ๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อเป็นกบฏ การยุยงราษฎรให้เป็นกบฏ และการช่วยปกปิดโดยผู้ที่รู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฏ ทั้งหกประการมีโทษเดียวกันคือจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี จุดที่ต้องระวังคืออย่าสับสนกับมาตรา 135/2 ซึ่งเป็นบทตระเตรียมการก่อการร้าย และระบุการจัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สิน กับการให้หรือรับการฝึกการก่อการร้ายไว้โดยชัดแจ้ง ถ้อยคำสองประการนี้ไม่ปรากฏในมาตรา 114 การรวบรวมทรัพย์สินหรือการฝึกจึงเข้ามาตรานี้ได้ก็ต่อเมื่อเป็นการตระเตรียมการอื่นใดเพื่อเป็นกบฏตามความหมายของตัวบทเท่านั้น องค์ประกอบที่ผูกทุกอนุประโยคไว้ด้วยกันคือความมุ่งหมายเพื่อเป็นกบฏตามมาตรา 113
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
เช่นเดียวกับมาตรา 113 นี่เป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ รัฐเป็นผู้เสียหาย พนักงานอัยการเป็นผู้ดำเนินคดี และยอมความไม่ได้ โทษจำคุกสามปีถึงสิบห้าปีเป็นโทษที่รุนแรง และเมื่อมีอาวุธเข้ามาเกี่ยวข้อง มักมีข้อหาตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืนและอาวุธสงครามเพิ่มเข้ามาด้วย ประเด็นที่ชี้ขาดคือความมุ่งหมายเพื่อเป็นกบฏตามมาตรา 113 เพราะการสะสมอาวุธหรือการรวมตัวกันโดยไม่มีความมุ่งหมายดังกล่าว ย่อมไม่เข้ามาตรานี้ แม้อาจเป็นความผิดตามกฎหมายอื่น ข้อต่อสู้ที่ตรงประเด็นที่สุดจึงมุ่งหักล้างความมุ่งหมายนั้น มิใช่หักล้างตัวการกระทำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2520 (1977)
การมีและสะสมอาวุธสงครามเพื่อกระทำการแบ่งแยกราชอาณาจักรหรือร่วมกันยึดอำนาจปกครองส่วนหนึ่งของราชอาณาจักร ถูกฟ้องเป็นความผิดฐานตระเตรียมการเพื่อเป็นกบฏตามมาตรา ๑๑๔
โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง รวมทั้งเครื่องยิงจรวดจำนวนมาก กระสุนปืนกล และฐานปืนต่อสู้อากาศยาน เพื่อกระทำการแบ่งแยกราชอาณาจักรหรือร่วมกันยึดอำนาจปกครองส่วนหนึ่งของราชอาณาจักร และฟ้องตามมาตรา ๑๑๔ ประกอบกฎหมายอาวุธปืนและอาวุธสงคราม คดีนี้แสดงให้เห็นว่าการสะสมอาวุธโดยมีความมุ่งหมายก่อกบฏถูกดำเนินคดีเป็นการตระเตรียมตามมาตรานี้ ควบคู่กับความผิดเกี่ยวกับอาวุธ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2857/2530 (1987)
ความผิดต่อความมั่นคงภายในตามมาตรา ๑๑๓ ๑๑๔ และ ๑๑๖ เป็นความผิดต่อรัฐ รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย เอกชนแม้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่มีอำนาจฟ้อง
พนักงานอัยการฟ้องจำเลยตามมาตรา ๑๑๓ ๑๑๔ และ ๑๑๖ ศาลวินิจฉัยว่าความผิดต่อความมั่นคงภายในเหล่านี้เป็นการกระทำต่อรัฐโดยตรง รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหายที่มีอำนาจดำเนินคดี ผู้ร้องซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมิใช่ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 5 คดี (พ.ศ. 2520 ถึง 2561)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 734/2520 (1977)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2857/2530 (1987)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2788/2545 (2002)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 15705-15706/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1688/2561 (2018)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
มาตรา ๑๑๔ ลงโทษการกระทำใด
ลงโทษการกระทำในขั้นตระเตรียมและการสนับสนุนการเป็นกบฏ ได้แก่ การสะสมกำลังพลหรืออาวุธ การตระเตรียมการอื่นใด การสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ การกระทำความผิดใด ๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อเป็นกบฏ การยุยงราษฎรให้เป็นกบฏ และการที่ผู้รู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฏแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ มีโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี
มาตรา ๑๑๔ ต่างจากมาตรา ๑๑๓ อย่างไร
มาตรา ๑๑๓ ลงโทษการใช้หรือขู่ว่าจะใช้กำลังเพื่อก่อกบฏด้วยโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนมาตรา ๑๑๔ ลงโทษขั้นตระเตรียมที่มาก่อนด้วยโทษที่เบากว่า คือจำคุกสามปีถึงสิบห้าปี
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 114 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 114. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-114/ (accessed 6 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 114 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-114/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-114/"><p>ผู้ใดสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ หรือกระทำความผิดใด ๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อเป็นกบฏ หรือยุยงราษฎรให้เป็นกบฏ หรือรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฏ แล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี</p><footer>Penal Code, s. 114 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-114/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา