มาตรา 306: ทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกินเก้าปี
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกินเก้าปีไว้ ณ ที่ใด เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever abandons a child not over nine years of age at any place in order to rid himself of that child, in a manner that leaves the child without anyone to care for it, shall be liable to imprisonment not exceeding three years, or a fine not exceeding sixty thousand baht, or both.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
องค์ประกอบของความผิดมีสี่ประการและต้องครบทุกข้อ คือ (1) ทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกินเก้าปี (2) ไว้ ณ ที่ใด (3) เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน และ (4) โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล ความมุ่งหมายที่จะให้เด็กพ้นไปเสียจากตนเป็นข้อแตกต่างระหว่างการทอดทิ้งกับการฝากเด็กไว้ชั่วคราว และองค์ประกอบข้อสุดท้ายตัดกรณีที่เด็กถูกทิ้งไว้กับผู้ที่จะดูแลเด็กจริง เช่น ที่โรงพยาบาลหรือกับญาติที่รับดูแล มาตรานี้ไม่ต้องการความสัมพันธ์ใด ๆ กับเด็กและไม่ต้องการหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้ใดก็อาจกระทำความผิดตามมาตรานี้ได้ มิใช่เฉพาะบิดามารดา ซึ่งเป็นข้อแตกต่างสำคัญจากมาตรา 307 ที่ตั้งอยู่บนหน้าที่ดูแลตามกฎหมายหรือตามสัญญา และใช้แก่ผู้ซึ่งพึ่งตนเองมิได้เพราะอายุ ความป่วยเจ็บ หรือความพิการ โดยไม่จำกัดอายุเก้าปี ถ้าการทอดทิ้งเป็นเหตุให้ผู้ถูกทอดทิ้งถึงแก่ความตายหรือรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษตามมาตรา 308 ซึ่งนำอัตราโทษของมาตรา 290 มาตรา 297 หรือมาตรา 298 มาใช้ โทษตามมาตรานี้เองคือจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ประเด็นที่ชี้ขาดคดีตามมาตรานี้คืออายุของเด็กและความมุ่งหมายที่จะให้เด็กพ้นไปเสียจากตน หากเด็กอายุเกินเก้าปีย่อมไม่เข้ามาตรานี้ และต้องพิจารณาว่าเข้ามาตรา 307 หรือกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กหรือไม่ ประเด็นที่สองคือเด็กปราศจากผู้ดูแลจริงหรือไม่ การนำเด็กไปฝากไว้กับผู้ที่รับดูแลจริงจึงต่างจากการทิ้งเด็กไว้ในที่ซึ่งไม่มีผู้ใดดูแล ในทางปฏิบัติข้อเท็จจริงชุดเดียวกันมักถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กควบคู่ไปด้วย และหากการทอดทิ้งนั้นเป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตายหรือรับอันตรายสาหัส ความรับผิดจะเลื่อนไปตามมาตรา 308 ซึ่งหนักขึ้นมาก
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 6 คดี (พ.ศ. 2501 ถึง 2562)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2512/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1692/2532 (1989)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 668/2502 (1959)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1190/2502 (1959)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1341-1342/2501 (1958)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5409/2530 (1987)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 306 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 306. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-306/ (accessed 6 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 306 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-306/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-306/"><p>ผู้ใดทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกินเก้าปีไว้ ณ ที่ใด เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 306 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-306/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา