กฎหมายอาญา

335/2: ลักทรัพย์ที่เป็นวัตถุในทางศาสนา

แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดลักทรัพย์ที่เป็นพระพุทธรูปหรือวัตถุในทางศาสนา ถ้าทรัพย์นั้นเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน หรือเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพระพุทธรูป หรือวัตถุดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรก ได้กระทำในวัด สำนักสงฆ์ สถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนา โบราณสถานอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน สถานที่ราชการหรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever steals a Buddha image or a religious object, where that object is an object of public worship or is kept as national property, or steals a part of such an image or object, shall be liable to imprisonment from three to ten years and a fine from sixty thousand to two hundred thousand baht.

Where the offence under paragraph one is committed in a temple, a monastic residence, a place of religious veneration, an ancient monument which is property of the State, a government building or a national museum, the offender shall be liable to imprisonment from five to fifteen years and a fine from one hundred thousand to three hundred thousand baht.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 335 ทวิ เป็นบทฉกรรจ์ของความผิดฐานลักทรัพย์ในภาค 2 ลักษณะ 12 (ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์) หมวด 1 (ลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์) โดยเพิ่มโทษจากการลักทรัพย์ธรรมดาตามมาตรา 334 เมื่อทรัพย์ที่ลักเป็นพระพุทธรูปหรือวัตถุในทางศาสนาที่ประชาชนสักการะบูชา เก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ หรือเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์ดังกล่าว และเพิ่มโทษอีกชั้นหากกระทำในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หรือได้รับการคุ้มครอง เช่น วัด สำนักสงฆ์ โบราณสถานของแผ่นดิน สถานที่ราชการ หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ องค์ประกอบสำคัญคือทรัพย์นั้นต้องเป็นวัตถุในทางศาสนาจริงตามข้อเท็จจริง มาตรานี้เชื่อมโยงกับบทฉกรรจ์คู่ขนานที่ใช้แนวคิดทรัพย์ที่ได้รับการคุ้มครองเดียวกันกับการเอาทรัพย์ในรูปแบบร้ายแรงกว่า คือ ชิงทรัพย์ตามมาตรา 339 ทวิ และปล้นทรัพย์ตามมาตรา 340 ทวิ และ 340 ตรี

ความสำคัญต่อ

พิจารณาคดีทั่วไปที่ยอมความไม่ได้พนักงานสอบสวนและดำเนินการคดีทั่วไปตกลงกันเองเพื่อความเป็นธรรมรับผิดทางอาญา การชดใช้ในกรณีที่เกิดเหตุการวิจารณ์ ประเด็นวิจัยคือมาตรา 336 ทวิที่จะเพิ่มการพิจารณาคดีเริ่มหนึ่งการพิจารณาคดีหรือพิจารณาคดีจริงอาจดูกรอบอย่างชัดเจนมากซึ่งผู้ถูกกล่าวหาควรพิจารณาปรึกษาทนายความไทยแต่เนิ่นๆเพราะว่ามันมีทุนทรัพย์ล้วนกำหนดชั้นของแรงโน้มถ่วง

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาฎีกาที่ 9193/2552 (2009)

    พระพุทธรูปที่เก็บไว้ในศาลาบำเพ็ญกุศลหลังเก่าซึ่งอยู่ในสภาพถูกปล่อยทิ้งร้างและรกรุงรัง มิได้จัดวางไว้ในที่เหมาะสมเพื่อให้ประชาชนสักการะบูชา ทั้งไม่มีเครื่องบูชา ย่อมถือไม่ได้ว่าเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนตามมาตรา 335 ทวิ วรรคแรก แม้จะลักไปภายในวัดก็ไม่เป็นความผิดตามวรรคสอง และศาลาบำเพ็ญกุศลซึ่งมีไว้เพื่อจัดงานพิธีศพก็มิใช่สถานที่บูชาสาธารณะตามมาตรา 335 (9)

    จำเลยกับพวกร่วมกันลักพระพุทธรูปภายในวัดผู้เสียหาย และศาลล่างพิพากษาลงโทษตามมาตรา 335 ทวิ วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพระพุทธรูปดังกล่าวเก็บไว้ในศาลาบำเพ็ญกุศลหลังเก่าที่ถูกปล่อยทิ้งร้างและรกรุงรัง ไม่มีเครื่องบูชา จึงถือไม่ได้ว่าเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 335 ทวิ ทั้งวรรคแรกและวรรคสอง และศาลาบำเพ็ญกุศลมิใช่สถานที่บูชาสาธารณะตามมาตรา 335 (9) การกระทำคงเป็นความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแต่สองคนขึ้นไปโดยใช้ยานพาหนะตามมาตรา 335 (7) วรรคแรก ประกอบมาตรา 336 ทวิ และมาตรา 83 เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกายกขึ้นอ้างเองได้แม้จำเลยมิได้ฎีกา

  2. คำพิพากษาฎีกาที่ 4526/2559 (2016)

    ความรับผิดฉกรรจ์ที่ผูกกับทรัพย์ในทางศาสนาจะใช้ได้ต่อเมื่อพิสูจน์ตามข้อเท็จจริงได้ว่าทรัพย์นั้นเป็นวัตถุในทางศาสนา หากรับฟังไม่ได้ ย่อมลงโทษฉกรรจ์ไม่ได้

    ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อรับฟังไม่ได้ว่าองค์เทพเจ้าพร้อมอุปกรณ์เป็นวัตถุในทางศาสนา ย่อมลงโทษจำเลยในบทฉกรรจ์ไม่ได้ ยืนยันว่าองค์ประกอบเรื่องวัตถุในทางศาสนาต้องได้รับการพิสูจน์ มิใช่สันนิษฐานเอา

  3. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 7126/2542 (1999)

    มาตรา 336 ทวิ เป็นบทเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งสำหรับความผิดฐานลักทรัพย์ รวมถึงตามมาตรา 335 ทวิ มิใช่การเพิ่มโทษเพราะกระทำผิดซ้ำตามมาตรา 92 และ 93

    ในคดีลักทรัพย์ที่มีพระเลี่ยมทองรวมอยู่ด้วย ศาลแก้ไขวิธีการของศาลล่าง โดยวินิจฉัยว่ามาตรา 336 ทวิ เพิ่มโทษตามกฎหมายกึ่งหนึ่ง มิใช่นำมาใช้เป็นการเพิ่มโทษฐานกระทำผิดซ้ำ

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 24 คดี (พ.ศ. 2515 ถึง 2561)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9193/2552 (2009)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2361/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1554/2539 (1996)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3110/2537 (1994)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5066/2533 (1990)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2226/2531 (1988)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1812/2527 (1984)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 157-158/2520 (1977)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

ปฏิทินของการสังเกตการณ์ในประเทศไทยในวันนี้

ตามมาตรา 335 ทวิศาลพื้นฐานคือการตรวจสอบสามปีถึงสิบปีและปรับหกหมื่นถึงสองแสนบาท ... หลักในวัดที่เคารพนับถือ คุณสมบัติที่โดดเด่นของพื้นแผ่นดินผู้บริหารหรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปกติเป็นศูนย์ปีถึงห้าห้าปีและปรับหนึ่งแสนถึงสามแสนบาท

เพื่อการดำรงชีวิตเฉพาะภายในวัดเท่านั้นหรือไม่

ชั้นดาวเคราะห์ที่มักจะใช้เมื่อพบว่าส่วนใหญ่ได้รับตามที่ระบุไว้ในวัด สำนักสงฆ์และเคารพนับถือสถานประกอบการของแผ่นดินใหญ่หรือพิธภัณฑสถานแห่งชาติ … ลักทรัพย์ชิ้นเดียวกันในที่อื่น ๆ ก็ดูชั้นสังเกตการณ์ในส่วนนี้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 335/2 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 335/2. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-335-2/ (accessed 17 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 335/2
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-335-2/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-335-2/"><p>ผู้ใดลักทรัพย์ที่เป็นพระพุทธรูปหรือวัตถุในทางศาสนา ถ้าทรัพย์นั้นเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน หรือเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพระพุทธรูป หรือวัตถุดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรก ได้กระทำในวัด สำนักสงฆ์ สถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนา โบราณสถานอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน สถานที่ราชการหรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 335/2 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-335-2/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง