43: การฟ้องขอให้กักกัน
ตัวบทกฎหมาย
การฟ้องขอให้กักกันเป็นอำนาจของพนักงานอัยการโดยเฉพาะ และจะขอรวมกันไปในฟ้องคดีอันเป็นมูลให้เกิดอำนาจฟ้องขอให้กักกันหรือจะฟ้องภายหลังก็ได้
คำแปลภาษาอังกฤษ
The filing of a prosecution seeking preventive detention is exclusively the power of the public prosecutor, and it may be filed together with the case in which the preventive detention is sought.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 43 อยู่ในภาคว่าด้วยโทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย กำหนดว่าผู้ใดมีอำนาจฟ้องขอให้ใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยด้วยการกักกัน โดยสงวนอำนาจนี้ไว้แก่พนักงานอัยการเท่านั้น ผู้เสียหายหรือโจทก์ที่ฟ้องเองจึงไม่อาจขอให้ศาลสั่งกักกันได้ คำขอนี้จะฟ้องรวมมากับคดีหลักก็ได้ กักกันเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยที่ต่างจากโทษจำคุกทั่วไป มุ่งใช้กับผู้กระทำผิดติดนิสัย
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากท่านเป็นผู้เสียหายที่ฟ้องเอง ท่านไม่อาจขอให้ศาลสั่งกักกันได้ อำนาจนี้อยู่ที่พนักงานอัยการเท่านั้น จึงควรเสนอข้อกังวลต่ออัยการมากกว่าจะฟ้องเอง สำหรับผู้ถูกขอให้กักกัน พึงทราบว่ากักกันเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยที่ใช้เพิ่มจากโทษ และพิจารณาจากประวัติการกระทำผิดติดนิสัย ควรปรึกษาทนายความแต่เนิ่น ๆ เพื่อประเมินความเสี่ยง
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 12 คดี (พ.ศ. 2500 ถึง 2558)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10076/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1367/2533 (1990)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2226/2524 (1981)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 24/2513 (1970)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 827/2500 (1957)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5681/2544 (2001)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3912-3913/2533 (1990)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2642/2528 (1985)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
จะต้องบังคับให้กักกันในประเทศไทยเท่านั้น
ตามมาตรา 43 ในขณะที่พนักงานอัยการเท่านั้นที่ระบบควบคุมต้องกักกันผู้มีอำนาจหรือโจทก์ที่ตรวจสอบเองและสามารถขอให้ศาลสั่งวิธีการเพื่อความปลอดภัยได้
การร้องขอกักกันสอบสวนรวมมากับคดีอาญาหลักได้
ได้มาตรา 43 ตรวจสอบพนักงานอัยการร้องขอให้กักกันรวมมากับคดีที่ต้องกักกัน
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
การอ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 43 (Thailand) -
การอ้างอิงทางวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 43. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-43/ (accessed 21 สิงหาคม 2026). -
การอ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 43 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-43/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-43/"><p>การฟ้องขอให้กักกันเป็นอำนาจของพนักงานอัยการโดยเฉพาะ และจะขอรวมกันไปในฟ้องคดีอันเป็นมูลให้เกิดอำนาจฟ้องขอให้กักกันหรือจะฟ้องภายหลังก็ได้</p><footer>Penal Code, s. 43 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-43/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา