ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

กฎหมายอาญา

41: หลักเกณฑ์กักกันผู้กระทำผิดติดนิสัย

แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2551

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดเคยถูกศาลพิพากษาให้กักกันมาแล้ว หรือเคยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าหกเดือนมาแล้วไม่น้อยกว่าสองครั้งในความผิดดังต่อไปนี้ คือ (๑) ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๐๙ ถึงมาตรา ๒๑๖ (๒) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๑๗ ถึงมาตรา ๒๒๔ (๓) ความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๐ ถึงมาตรา ๒๔๖ (๔) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗๖ ถึงมาตรา ๒๘๖ (๕) ความผิดต่อชีวิต ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๘ ถึงมาตรา ๒๙๐ มาตรา ๒๙๒ ถึงมาตรา ๒๙๔ (๖) ความผิดต่อร่างกาย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๕ ถึงมาตรา ๒๙๙ (๗) ความผิดต่อเสรีภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๐๙ ถึงมาตรา ๓๒๐ (๘) ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๔ ถึงมาตรา ๓๔๐ มาตรา ๓๕๔ และมาตรา ๓๕๗ และภายในเวลาสิบปีนับแต่วันที่ผู้นั้นได้พ้นจากการกักกัน หรือพ้นโทษ แล้วแต่กรณี ผู้นั้นได้กระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดในบรรดาที่ระบุไว้นั้นอีกจนศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าหกเดือนสำหรับการกระทำความผิดนั้น ศาลอาจถือว่า ผู้นั้นเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย และจะพิพากษาให้กักกันมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าสามปีและไม่เกินสิบปีก็ได้ ความผิดซึ่งผู้กระทำได้กระทำในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีนั้น มิให้ถือเป็นความผิดที่จะนำมาพิจารณากักกันตามมาตรานี้[๒๗]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever has previously been sentenced by a court to detention, or has previously been sentenced by a court to imprisonment of not less than six months on not less than two occasions, for the following offences, namely:
(1) offences against public peace as provided in Section 209 to Section 216;
(2) offences of causing danger to the public as provided in Section 217 to Section 224;
(3) offences relating to currency as provided in Section 240 to Section 246;
(4) sexual offences as provided in Section 276 to Section 286;
(5) offences against life as provided in Section 288 to Section 290 and Section 292 to Section 294;
(6) offences against the body as provided in Section 295 to Section 299;
(7) offences against liberty as provided in Section 309 to Section 320;
(8) offences against property as provided in Section 334 to Section 340, Section 354, and Section 357;
and who, within ten years from the date of release from detention or from the punishment, as the case may be, again commits any one of the offences so specified, and is thereupon sentenced by the court to imprisonment of not less than six months for that offence, may be regarded by the court as a habitual offender, and the court may sentence that person to detention for a period of not less than three years and not more than ten years.
An offence committed by the offender while under eighteen years of age shall not be taken into account as an offence for the purpose of ordering detention under this Section.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา ๔๑ วางหลักเกณฑ์เนื้อหาในการถือว่าผู้กระทำผิดซ้ำเป็นผู้กระทำผิดติดนิสัยและสั่งกักกัน (ตามนิยามมาตรา ๔๐) แทนการจำคุก องค์ประกอบเป็นเงื่อนไขสะสม คือ มีประวัติที่เข้าเกณฑ์ (เคยถูกกักกัน หรือเคยจำคุกไม่ต่ำกว่าหกเดือนตั้งแต่สองครั้ง) ในความผิดตามประเภทที่ระบุ กระทำผิดในประเภทนั้นซ้ำภายในสิบปี และมีโทษจำคุกใหม่ไม่ต่ำกว่าหกเดือน เมื่อครบเกณฑ์ ศาลอาจสั่งกักกันสามถึงสิบปีแทนโทษได้ ทั้งนี้ไม่นำความผิดที่ผู้กระทำได้กระทำในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีมาพิจารณา มาตรการนี้เป็นดุลพินิจ และความผิดที่ถูกล้างมลทินตามกฎหมายล้างมลทินนำมานับไม่ได้

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากคุณมีประวัติเข้าเกณฑ์ในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ร่างกาย เพศ เงินตรา ความสงบสุขของประชาชน หรือภยันตรายต่อประชาชน แล้วกระทำผิดซ้ำภายในสิบปี อัยการอาจขอให้ศาลกักกันสามถึงสิบปีแทนหรือหลังโทษจำคุก ข้อต่อสู้สำคัญสองประการ คือ ประวัติเดิมเข้ารูปแบบตามกฎหมายจริงหรือไม่ (รวมถึงเกณฑ์ที่ไม่นำความผิดซึ่งกระทำขณะอายุต่ำกว่าสิบแปดปีมานับ) และความผิดเดิมถูกล้างมลทินหรือไม่ ซึ่งหากถูกล้างมลทินย่อมนำมานับไม่ได้ เพราะการกักกันเป็นดุลพินิจ การนำสืบเรื่องความประพฤติและแนวโน้มการกลับตัวจึงมีประโยชน์

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 698/2563 (2020)

    เมื่อผู้เคยต้องโทษฐานลักทรัพย์ขณะเป็นผู้ใหญ่พ้นโทษแล้ว และภายในสิบปีกระทำผิดฐานลักทรัพย์อีกซึ่งศาลลงโทษจำคุกเกินกว่าหกเดือน ย่อมเข้าหลักเกณฑ์ที่จะสั่งกักกันในฐานะผู้กระทำผิดติดนิสัยตามมาตรา ๔๑

    ศาลเห็นว่าจำเลยซึ่งเคยต้องโทษฐานลักทรัพย์ขณะเป็นผู้ใหญ่และพ้นโทษแล้ว ได้กระทำผิดฐานลักทรัพย์อีกภายในสิบปีโดยถูกลงโทษจำคุกเกินหกเดือน จึงเข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๔๑ ที่จะพิจารณากักกันในฐานะผู้กระทำผิดติดนิสัย

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2105/2531 (1988)

    ความผิดเดิมที่ถูกล้างมลทินตามกฎหมายล้างมลทินก่อนที่กฎหมายนั้นใช้บังคับ นำมาเพิ่มโทษหรือสั่งกักกันตามมาตรา ๔๑ ไม่ได้

    ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อกฎหมายล้างมลทินได้ล้างมลทินโทษที่จำเลยเคยต้องคำพิพากษาและพ้นโทษไปแล้วก่อนกฎหมายใช้บังคับ จึงนำโทษเดิมมาเพิ่มโทษหรือสั่งกักกันไม่ได้

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 26 คดี (พ.ศ. 2500 ถึง 2567)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 698/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2636/2530 (1987)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 632/2513 (1970)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 30/2511 (1968)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1475/2508 (1965)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 422/2507 (1964)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 683/2506 (1963)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 646/2506 (1963)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

ในศาลใด ๆ ไทยสั่งกักกันแทนการพิพากษา

ตามมาตรา ๔๑ ในฐานะประวัติความเป็นมาในระดับสูงในความผิดความเชื่อที่ว่าผิดซ้ำภายในสิบปีและมีความผิดไม่ต่ำกว่าหกเดือนศาลอาจสั่งกักกันสามถึงสิบปีได้

ความผิดตอนเด็กเป็นผลมาจากประวัติของผู้มีส่วนผิดเกี่ยวกับนิสัยหรือไม่

ไม่นับ มาตรา ๔๑ ไม่นำความผิดที่ผู้กระทำได้กระทำในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีมาพิจารณา

การกักกันผู้บริสุทธิ์ผิดธรรมชาติเป็นเวลานาน

สามปีและไม่เกินสิบปีโดยสั่งแทนการลงโทษ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • การอ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 41 (Thailand)
  • การอ้างอิงทางวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 41. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-41/ (accessed 21 สิงหาคม 2026).
  • การอ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 41
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-41/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-41/"><p>ผู้ใดเคยถูกศาลพิพากษาให้กักกันมาแล้ว หรือเคยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าหกเดือนมาแล้วไม่น้อยกว่าสองครั้งในความผิดดังต่อไปนี้ คือ (๑) ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๐๙ ถึงมาตรา ๒๑๖ (๒) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๑๗ ถึงมาตรา ๒๒๔ (๓) ความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๐ ถึงมาตรา ๒๔๖ (๔) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗๖ ถึงมาตรา ๒๘๖ (๕) ความผิดต่อชีวิต ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๘ ถึงมาตรา ๒๙๐ มาตรา ๒๙๒ ถึงมาตรา ๒๙๔ (๖) ความผิดต่อร่างกาย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๕ ถึงมาตรา ๒๙๙ (๗) ความผิดต่อเสรีภาพ…</p><footer>Penal Code, s. 41 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-41/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง