แลนด์มาร์ค คำพิพากษาสำคัญ ประมวลกฎหมายอาญาป.อ. คำตัดสินที่ 6083/2546 คำพิพากษาที่ 6083/2546 พ.ศ. 2546 (พ.ศ. 2549)

ดังนั้น ข้อหาฆาตกรรมโดยการทรมานตามมาตรา 289(5) จึงไม่มีผลบังคับใช้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6083/2546 คำพิพากษาย่อยาวโปรดเข้าสู่ระบบ

มาตราประมวลกฎหมายอาญา: ไทม์ พี.อ.:

⚖️ ข้อสรุปสำคัญ ⚖️ประเด็นสำคัญ

ดังนั้น การทรมาน-ฆาตกรรม ข้อกล่าวหาตามมาตรา 289(5) ไม่ได้ถูกนำมาใช้ ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต (ลดลงจากโทษประหารชีวิตหนึ่งในสาม).

ฎ ศาลีกาพิพากษาว่าผิดฐานสังหารโดยไตร่ตรองตามมาตรา 289(4) แม้ว่าการชำแหละศพเป็นเพียงการปกปิดหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นความเจ็บปวดก่อนตายเชื่อเข้ามาตรา 289(5) การลงโทษตลอดชีวิต (ลดประหารชีวิตโดยรวมสาม)

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร บทสรุป

จำเลยยิงเหยื่อเข้าที่ศีรษะ จากนั้นใช้มีดปาดคอและหั่นศพเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงในห้องน้ำและแม่น้ำ ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยมีความผิด การฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า ภายใต้มาตรา 289(4) เท่านั้น การแยกชิ้นส่วนถือเป็นหลักฐานของเจตนาที่จะปกปิดศพมากกว่าเจตนาที่จะก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานก่อนตาย ดังนั้น ข้อหาฆาตกรรมโดยการทรมานภายใต้มาตรา 289(5) จึงไม่สามารถใช้ได้ ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต (ลดลงจากโทษประหารชีวิตหนึ่งในสาม).
จำเลยยิงผู้ตายที่ศีรษะแล้วใช้มีดเชือดคอและชำแหละร่างกาย ทิ้งส่วนในส้วมและแม่น้ำศาลฎีกาพิพากษาว่าผิดฐานฆาตกรรมโดยไตร่ตรองตามมาตรา 289(4) คุณอาจพิจารณาการวิจารณ์ศพเป็นเพียงการปกปิดหลักฐานมิใช่ความเสียหายก่อนตาย ถามเข้ามาตรา 289(5) วิจารณ์ชีวิต (ลดจากประหารชีวิตทั้งสามคน)

ข้อเท็จจริงของคดี ข้อเท็จจริง

จำเลยยิงเหยื่อที่ศีรษะ จากนั้นใช้มีดกรีดคอและหั่นศพ โดยนำชิ้นส่วนไปทิ้งในห้องน้ำและแม่น้ำ ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยมีความผิดฐานฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าตามมาตรา 289(4) เท่านั้น.
จำเลยยิงผู้ตายที่ศีรษะแล้วใช้มีดเชือดคอและส่วนประกอบบางส่วน ทิ้งลงไปในส้วมและแม่น้ำ

คำตัดสินของศาล (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

ดังนั้น ข้อหาฆาตกรรมโดยการทรมานตามมาตรา 289(5) จึงไม่มีผลบังคับใช้ ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต (ลดลงจากโทษประหารชีวิตหนึ่งในสาม).
ฎ ศาลีกาพิพากษาว่าผิดฐานสังหารโดยไตร่ตรองตามมาตรา 289(4) แม้ว่าการชำแหละศพเป็นเพียงการปกปิดหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นความเจ็บปวดก่อนตายเชื่อเข้ามาตรา 289(5) การลงโทษตลอดชีวิต (ลดประหารชีวิตโดยรวมสาม)

การวิเคราะห์ทางกฎหมาย โรงละคร

การแยกชิ้นส่วนถือเป็นหลักฐานแสดงเจตนาที่จะปกปิดศพมากกว่าเจตนาที่จะก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานก่อนตาย ดังนั้น ข้อหาฆาตกรรมโดยการทรมานตามมาตรา 289(5) จึงไม่สามารถนำมาใช้ได้ ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต (ลดลงจากโทษประหารชีวิตหนึ่งในสาม).
ฎ ศาลีกาพิพากษาว่าผิดฐานสังหารโดยไตร่ตรองตามมาตรา 289(4) แม้ว่าการชำแหละศพเป็นเพียงการปกปิดหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นความเจ็บปวดก่อนตายเชื่อเข้ามาตรา 289(5) การลงโทษตลอดชีวิต (ลดประหารชีวิตโดยรวมสาม)

คำตัดสินของศาลเต็มคณะ คำพิพากษาฉบับเต็ม

ต่อไปนี้เป็นข้อความฉบับเต็มของคำตัดสินศาลฎีกาหมายเลข 6083/2546 แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th ต่อไปคือคำพิพากษาฎีกาที่ 6083/2546 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

คำตัดสินของศาลฎีกา เลขที่ 6083/2546
ปี: 2003 (พ.ศ. 2546)
มาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง: อาญา — มาตรา 289

สรุป
จำเลยยิงเหยื่อที่ศีรษะ จากนั้นใช้มีดกรีดคอและหั่นศพเป็นชิ้นๆ โดยทิ้งชิ้นส่วนลงในห้องน้ำและแม่น้ำ ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยมีความผิดฐานฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าตามมาตรา 289(4) เท่านั้น การหั่นศพถือเป็นหลักฐานแสดงเจตนาที่จะปกปิดศพมากกว่าเจตนาที่จะทรมานก่อนตาย ดังนั้น ข้อหาฆาตกรรมโดยการทรมานตามมาตรา 289(5) จึงไม่สามารถนำมาใช้ได้ จำเลยถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต (ลดลงจากโทษประหารชีวิตหนึ่งในสาม)

ข้อเท็จจริงของคดี
จำเลยยิงเหยื่อที่ศีรษะ จากนั้นใช้มีดกรีดคอและหั่นศพ โดยนำชิ้นส่วนไปทิ้งในห้องน้ำและแม่น้ำ ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยมีความผิดฐานฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าตามมาตรา 289(4) เท่านั้น.

คำตัดสินของศาล
ดังนั้น ข้อหาฆาตกรรมโดยการทรมานตามมาตรา 289(5) จึงไม่มีผลบังคับใช้ ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต (ลดลงจากโทษประหารชีวิตหนึ่งในสาม).

การวิเคราะห์ทางกฎหมาย
การแยกชิ้นส่วนถือเป็นหลักฐานแสดงเจตนาที่จะปกปิดศพมากกว่าเจตนาที่จะก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานก่อนตาย ดังนั้น ข้อหาฆาตกรรมโดยการทรมานตามมาตรา 289(5) จึงไม่สามารถนำมาใช้ได้ ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต (ลดลงจากโทษประหารชีวิตหนึ่งในสาม).

ผลกระทบในทางปฏิบัติ
เจตนาในการกระทำความผิดจะประเมินจากสถานการณ์แวดล้อมทั้งหมด รวมถึงอาวุธที่ใช้และส่วนของร่างกายที่ตกเป็นเป้าหมาย จำเลยควรเก็บรักษาหลักฐานทั้งหมดที่แสดงให้เห็นว่าไม่มีเจตนาฆ่า.

---
หมายเหตุ: นี่คือบทสรุปภาษาอังกฤษของคำพิพากษาต้นฉบับภาษาไทย.
สำหรับข้อความภาษาไทยที่ถูกต้อง โปรดดูฉบับภาษาไทยด้านบน
หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ deka.supremecourt.or.th.
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานฆาตกรรมในการพิจารณาคดีโดยไตร่ตรองตามหลักการกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ศาลฎีกาประหารชีวิตลัทธิให้ระบบศาลยุติธรรมแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 289(5) มีบทหนึ่งด้วยหลักการวิจารณ์ผู้พิพากษาโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและความยุติธรรมในทางวิชาการโดยหรือโดยทาทารุณปริมณฑลอันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดมีแนวโน้มประหารชีวิตลดความเป็นพลเมืองให้พวกเราสาม เพื่อรักษาชีวิตไว้เป็นกรณีศาลยุติธรรมยุติธรรมแก้จากความผิดฐานความยุติธรรมโดยพิจารณากฎหมายอาญามาตรา 289(4) เพื่อเป็นการรับรู้ถึงฐานสังหารผู้อื่นโดยไตร่ตรองโดยทั่วไปและฆ่าผู้อื่นโดยความเสียหายหรือโดยทารุณกรรมตามการพิจารณากฎหมายอาญามาตรา 289(4) และ 289(5) และยังคงเล่าตลอดชีวิตเป็นครั้งแรกที่เล็กน้อยในประวัติจำเลยเกิน 5 ปี ห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทางกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสอง และแผ่นฎีกาดังกล่าวใช้บังคับโจทก์ร่วมด้วย
จำเลยใช้ไดร์เวอร์ยิงหัวผู้ตายในมุมยิงเข้าทางด้านซ้ายจนทั่วออกมุมคัทที่มุมขวาบนจำเลยตอนนี้มีผู้ฆ่าตายให้ตายทันทีผู้ตายไม่ได้ถึงแก่ในทันทีและจำเลยใช้มีดตัดศีรษะผู้ตายในผู้ตายยังไม่ตายแต่จำเลยไม่มีส่วนทำให้ผู้ตายความทรมานสาหัสก่อนรุยและไม่ได้ความแจ้งอย่างชัดเจนว่าจำเลยได้เริ่มต้นการไต่สวนหรือทาณเป็นผู้นำผู้ตายที่จำเลยใช้มีดตัดคอผู้ตายและส่วนที่สำคัญที่สุดของศพผู้ไม่หยุดหย่อน แล้วทิ้งศพลงไปในส้วมชักโครกกับนำศพไปที่แม่น้ำจำเลยมีลงไปทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตายเท่านั้นมิใช่เพื่อให้ผู้ตายได้รับความทรมานจากการขาดใจตายถือไม่ได้ว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยทรมานหรือโดยส่วนทารุณให้ตามหลักการกฎหมายอาญามาตรา 289(5)
จำเลยมีไดรฟ์และมีดสำหรับส่วนต่างๆ สำหรับกรณีเพื่อตระ ได้แก่ ฆ่าผู้ตายและชำแหละศพบางส่วนผู้ฆ่าศพที่ชิ้นส่วนต่างๆ แล้วค่อยๆ มีคาวและมีน้ำเลือดเหลืองไหลซึมออกมา ออกจากห้องพักไปทิ้งย่อมต้องใช้วัสดุสำหรับห่อหุ้มและบรรจุเพื่อต่อต้านน้ำเลือดเหลืองและกลิ่นคาวหมอปกปิดมีผู้พบการที่จำเลยไม่ให้ตรวจสอบผู้ตายออกจากห้องพักไปนำเพดานและทรัพย์เริ่มต้นไปซ่อนตามพื้นที่ต่างๆ ตามลำดับนำเสื้อผ้าตายไปเผาทิ้งภายในระยะเวลาสั้น ๆ โดยที่ผู้พบเห็น จำได้เลยสามารถวางแผนไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วจึงจะเป็นผู้ฆ่าตายโดยไตร่ตรองต่อไป
โจทก์ตรวจว่าเป็นครั้งแรกที่ 1 มกราคม 2541 วันที่ 28 มกราคม 2541 วันเวลาบางอย่างไม่ชัดเจน จำเลยเพื่อต่อต้านกฎหมายหลายบทหลายกรรมที่แตกต่างกันคือจำเลยมีโปรตีนสั้นขนาด .38 วัสดุ 3 ผู้อำนวยการควบคุมโดยจำเลยปล่อยให้เขานำเสนอจากนายทะเบียนท้องที่จำเลยพาเพดานและทดสอบการยิงติดตัวไปในถนนสาธารณะและในสนามบินโดยเด็ดขาดติดตัวและไม่ใช่กรณีที่มีความสำคัญและเร่งด่วนตามหลักแก่พฤติเด่นชัด จำเลยใช้ไดรฟ์ดังกล่าวยิงโดยใช่เหตุจำนวน 2 โดยตรงในเขตเมืองหมู่บ้านและชุมชนเหตุเกิดที่ตำบลบางปลาสร้อยอำเภอเมืองชลบุรีจังหวัดจังหวัดและแขวงถนนพญาไทเขตราชเทวีกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับพันกันและเมื่อเปิด 26 มกราคม 2541 วันที่ 28 มกราคม 2541 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยโดยความถี่และโดยไตร่ตรองทุกครั้งจะใช้ระบบขับเคลื่อนยิงสาวเจนจิรา พลอยองุ่นศรีปริมาณ 1 ตามลำดับ ที่ขมิบผ่านสมองทะลุออกที่ขมับขวา แล้วจำเลยใช้มีดเฉือนส่วนต่างๆ ตามปกติต่าง ๆ ของนางสาวเจนจิราให้เป็นชิ้น ๆ หลายชิ้นตัดคอควักลูกตาออกด้านข้างตัดหูตัดจมูกกรีดส่วนประกอบและมุมเอาส่วนออกจนเป็นเหตุให้นางสาวเจนจิราถึงเครื่องยนต์อันเป็นผลของความเสียหายโดยสุจริตและโดยทารุณฑูตตามรายงานการตรวจสอบพิสูจน์บุคคลและรายงานผลการตรวจประวัติครั้งแรกจำเลยผู้ฆ่าตายแล้วจำเลยได้นำคอกระดูกคอและกระดูกส่วนต่าง ๆ มากมาย คณะกรรมการตรวจสอบของศพผู้ตายไปโยนทิ้งที่แม่น้ำบางประกงจังหวัดฉะเชิงเทรานำเศษชิ้นส่วนเนื้อของระบบภายในและหนังศีรษะอันหนึ่งของศพผู้ควบคุมความตายทิ้งลงในโถส้วมเพื่อปิดบังการตายและเหตุแห่งความตายผู้ตายและจำเลยได้ลักเอาเงินจำนวน 2,000 บาท กระเป๋าสะพายผ้าลายสายเดียว ราคา 3,000 บาท นาฬิกาข้อมือ ราคา 6,000 บาท สร้อยคอสามกษัตริย์หนัก 1 สึง ราคา 1,400 บาทการพิจารณารูปสัตว์ต่าง ๆ หนัก 2 สลึงราคา 3,000 บาทวิทยุติดตามตัวราคา 4,000 บาท เครื่องเล่นแผ่นซีดีราคา 5,000 บาท ที่ปรึกษาอังกฤษแบบมีเสียงหรือทอล์กกิ้งดิกชันนารี ราคา 9,500 บาท กระเป๋าใส่สตางค์ ราคา 550 บาท รวมเป็นเงิน 34,450 บาท สาเหตุของการเกิดที่แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ตำบลลาดเมือง อำเภอบ้านโพธิ์ฉะเชิงเทรา และตำบลบางปลา เขตเมืองชลบุรี ชลบุรี แบ่งพันกัน 28 2541 เจ้าพนักงานตำรวจพบเห็นการฆ่าตายในวันที่ 5 มีนาคม 2541 เจ้าพนักงานเครื่องแบบตำรวจจำเลยได้พร้อมยึดไดร์เวอร์สั้นจำนวน 1 ขวดกระสุนปืนจำนวน 1 ปลอกกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 2 กระบอกผ้าปูที่นอนลายดอกจำนวน 1 ผืนปีโพลิมีรอยเผาจำนวน 1 ใบและกระเป๋าผ้าสีดำจำนวน 1 ใบของกลางขอให้ตรวจสอบตามศาลอาญามาตรา 33, 91, 199, 288, 289, 334, 335, 371, 376 ระบบควบคุมอัตโนมัติ เครื่องที่ประกาศวัตถุระเบิดของอาคารอัจฉริยะเทียม พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72 ทวิ ริบเวียนนาและเครื่องยิงของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธแต่ระหว่างสืบต่อกรณีโจทก์ จำเลยประกาศให้การรับสารภาพว่าฆ่าผู้ตายจริงแต่เพิกเฉยว่าฆาตกรรมโดยไตร่ตรองต่อไปโดยความทรมานหรือโดยหลักการทารุณ
การพิจารณานางสุดา ประภัทรภัทร กลิ่นของนางสาวเจนจิรา พลอยองุ่นศรีผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นๆ (เฉพาะการกระทำความผิดต่อชีวิตและลักทรัพย์)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีการกระทำผิดตามแบบจำลองกฎหมายอาญา มาตรา 199, 289(4), 334, 376 ไดรฟ์ที่น่าเชื่อถือของคอนโซลโลหะยิงวัตถุระเบิดดอกไม้เชื่อเทียมไดร์เวอร์ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคสามของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมที่แตกต่างกันในการลงโทษกรรมเป็นกระทงการรักษาระบบกฎหมายอาญา มาตรา 91 สังหารผู้อื่นโดยไตร่ตรองในระยะและฐานการยิงปืนโดยใช่เหตุในเมืองเป็นกรรมเดียวกันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ตรวจสอบฐานนักเรียนโดยไตร่ตรองอย่างเป็นทางการอันเป็นบทหนักวิจารณ์ประหารชีวิตฐานศพหรือศพศพประจำปี 1 ปีฐานลักทรัพย์ประจำปี 2 ปี ฐานมีผู้นำมีทะเบียนของผู้อื่น 1 ปีคำให้การพิจารณาสารการพิจารณาจำเลยในชั้นในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่ร่างกายมีเหตุมีผลเพื่อลดการทำงานของระบบให้จำเลยตามหลักการกฎหมายอาญา มาตรา 78 ในมาตรา 52(1) ส่วนประกอบของนักเรียนโดยไตร่ตรองทุกครั้งในชีวิตฐานศพหรือตรวจร่างกาย 8 เดือน 4 เดือนฐานมีความเข้มข้นมีของผู้อื่น 8 เดือน เมื่อลงโทษลงโทษจำตลอดชีวิตในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนแล้ว บันทึกการลงโทษตลอดชีวิตเพียงอย่างเดียวและคำขออื่น ๆ ให้ยก
โจทก์ร่วมและจำเลย จดหมายเหตุ
ศาลยุติธรรมพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามรูปแบบกฎหมายอาญา มาตรา 289(5) หลักบทหนึ่งด้วยคุณสมบัติของชาวยิวโดยไตร่ตรองในและวิถีสาธารณะโดยขั้วโลกหรือโดยทารุณกับผู้ดูแลฐานการยิงปืนโดยใช่ฐานเหตุในเมืองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้รุนวิจารณ์สถาบันวิจัยโดยไตร่ตรองทุกครั้งและคราสวิจารณ์โดยไตร่ตรองหรือโดยทาทาณพิจารณาอันเป็นบทหนัก พิจารณาประหารชีวิตการลดโทษให้จำเลยเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 มาตรา 52(1) ไดรฟ์สามแห่งมีชีวิตอยู่ตลอดชีวิตรวมของระบบสุริยะทุกกระทงแล้วคงตลอดชีวิตสถานเดียวเท่านั้นที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ร่วมและจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังในทิศทางจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดชลบุรีในช่วงเวลาของสาขาวิศวกรรมศาสตร์ในขณะที่เหตุการณ์เจนจิรา พลอยองุ่นศรีผู้ควบคุมอายุ 23 ปีจำเลยและเสียชีวิตต่างเป็นนักศึกษาคณะแพทย-ศาสตร์โดยจำเลยเรียนชั้นปีที่ 2 ผู้ตัดสินเสียชีวิตเรียนชั้นปีที่ 5 จำเลยกับผู้ตายในที่สุดและมีพอกันฉันชูสาว วันเวลาดังกล่าวตามฉากจำเลยพาผู้ตายไปที่เหตุการณ์ต่างๆ จำเลยที่อาคารพีเอช. ในบ้านส้วมชักโครกที่นำไปสู่การเสียชีวิตของหัวหน้าแล้วใช้มีดตัดคอผู้ตายและส่วนศพผู้ตายในชิ้นใด ๆ จำเลยทิ้งศพผู้ตายที่เป็นเนื้อหนังและภายในภายในส้วมชักโครกในส่วนที่นำศพผู้ตายที่เป็นกระดูกและหัวหน้าไปที่แม่น้ำบางประกงนำรถยนต์ไปที่ศูนย์กลางเมืองทองธานี และทรัพย์สมบัติตายไปซ่อนและนำเสื้อผ้าที่ตายไปเผาทำลายวันที่ 5 มีนาคมมีด 2541 เจ้าพนักงานตำรวจใหม่ของจำเลย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมว่าลิ้นของมันลดโทษให้จำเลยคดีเพราะไม่มีเหตุบรรเทาระบบและตามฎีกาของจำได้อย่างจำเลยฆ่าผู้ตายโดยทรมานหรือโดยทารุณที่เป็นประโยชน์และจำเลยฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองทุกครั้งหรือฆ่าผู้ตายเพราะเหตุแบนดาลโทสะและพบศาลฎีกาเห็นควรพิจารณาปัญหาตามฎีกาของโจทก์ร่วมก่อน
สำหรับปัญหาตามฎีกาของโจทก์ร่วมนั้น ถือว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีประวัติความเป็นมาของชาวยิวโดยไตร่ตรองในวิถีทางกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) กฎหมายประหารชีวิตลดโทษให้จำเลยตามกฏหมายอาญา มาตรา 78 ภาพยนตร์มาตรา 52(1) หอสามสืบตลอดชีวิต ศาลยุติธรรมศาลแก้เป็นว่าจำเลยมีการพิจารณาคดีตามกฎหมายอาญามาตรา 289(5) บทหนึ่งด้วย การลงโทษฐานอาหารค่ำโดยไตร่ตรองตามปกติและฆ่าผลประโยชน์โดยทรมานหรือโดยกฎทารุณความยุติธรรมอันเป็นบทที่มีระบบหนักที่สุดสำหรับระบบประหารชีวิตลดระบบให้จำเลยตามสภานิติบัญญัติอาญามาตรา 78 กฎอัยการส่วน 52(1) การพิจารณาคดีตลอดชีวิตเป็นกรณีศาลยุติธรรมพิพากษาแก้จากฐานฆาตกรรมของผู้พิพากษาโดยไตร่ตรองเสมอตามการพิจารณากฎหมายอาญา มาตรา 289(4) เพื่อเป็นการลงโทษฐานความยุติธรรมต่อผู้อื่นโดยไตร่ตรองตลอดไปและฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยส่วนทารุณสภาตามหลักการกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) และ 289(5) และแม้ว่าตลอดชีวิตจะเป็นเพียงเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยเลย 5 ปี คดีที่ไม่เปิดเผยมิให้โจทฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามข้อเสนอกฎหมายพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสอง ออฎีกาดังกล่าวมักจะใช้บังคับโจทก์ร่วมด้วยเนื่องจากการพิจารณากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(14) ได้นิยามคำว่า "โจทก์ หมายความถึงพนักงานอัยการหรือผู้ดำเนินคดีซึ่งถือเป็นคดีอาญาต่อศาล หรือตรวจสอบในเมื่อพนักงานอัยการควบคุมดูแลระบบดังกล่าวเป็นโจทก์ร่วมกัน"ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่าจำเลยควรได้รับกลไกประหารชีวิต ศาลฎีกาของระบบสุริยะให้จำเลยเพราะคดีไม่มีเหตุใดระบบสุริยะนั้นล้วนเป็นฎีกาในปัญหาการพิจารณาคดีจึงทำให้มิให้โจทก์ร่วมฎีกาตามบทวิเคราะห์แห่งการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นจะรับฎีกาของโจทก์ร่วมมาไม่ได้เป็นการไม่ชอบศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
สำหรับปัญหาแรกว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยการลงโทษหรือโดยส่วนทารุณหรือมิฉะนั้นนั้น คิดว่าเป็นแนวทางโดยสภาพธรรมชาติที่ทำลายล้างอย่างมากเพื่อให้ทราบถึงบุคคลและสัตว์ให้ถึงแก่ชีวิตโดยตรง จำเลยใช้อินเวอร์เตอร์ยิงผู้ตายในส่วนส่วนสำคัญ ของปืนเข้าทางขมิบซอฟต์ทะลุออกขมรัวๆ จำเลยมีรีวิวผู้ฆ่าตายให้ตายทันทีและอาจฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับศาลยุติธรรม วินิจฉัยว่าผู้ตายเลยข้อไม่ได้ถึงแก่ความจริงทันทีหลังจากถูกยิง และจำเลยใช้มีดตัดหัวผู้ตายในส่วนผู้ตายยังไม่ถึงแก่จนมองเห็นแต่หลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมไม่ปรากฏว่าจำเลยมีจะทำให้ผู้ได้รับความเสียชีวิตจากความสาหัสก่อนตายและไม่ได้แจ้งอย่างชัดแจ้งว่าจำเลยได้ช่วยให้การทำอะไรเป็นผลเสียหายหรือทารุณกรรมการตายการที่จำเลยใช้ไฟหน้ายิงหัวผู้ตายครั้งแรกจึงใช้มีดตัดคอผู้ตายประกอบกับจำเลยได้ใช้มีดกรรไกรอย่างคร่าวผู้ตรวจสอบชิ้นส่วนต่างๆ และจากนั้นทิ้งสาเหตุของที่สำคัญที่สุดในส้วมชักโครก กับนำศพศพออกไปทิ้งที่แม่น้ำบางประกง เหตุผลที่จำเลยไปสักพักเพื่อทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งความตายผู้ตายเท่านั้น มิใช่เพื่อให้ผู้ตายได้รับความทุกข์ทรมานจนขาดใจตายถือไม่ได้ว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยทรมานหรือโดยการใช้ทารุณให้ปฏิบัติตามกฎหมายอาญา มาตรา 289(5) ที่ศาลยุติธรรมวินิจฉัยมานั้นอีกครั้งด้วยความช่วยเหลือของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น
ปัญหาสำหรับใครก็ตามไปว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองในเวลาหรือฆ่าผู้ตายเพราะเหตุบันดาลโทสะหรือความเห็นจำเลยเป็นนักศึกษาที่ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีทรัพย์สมบัติมากในผู้ปองร้ายหมายเอาชีวิตจำเลย แม้จะฟังข้อเท็จจริงในจำเลยฎีกาว่าจำเลยมีทรัพย์เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์และรถยนต์เป็นทรัพย์ที่บุคคลมีกันถือไม่ได้ถือคุณสมบัติของชื่อเสียงขนาดที่จำเลยต้องนำความเป็นผู้นำมาไว้สำหรับการป้องกันดังที่จำเลยฎีกา มุมมองที่เป็นห้องเช่าซึ่งไม่มีรูปลักษณ์ทั้งปรากฏว่าจำเลยทำครัวดูเองเป็นส่วนหนึ่งไม่มีที่จำเลยต้องมีมีดทำครัวส่วนคมถึงขนาดใช้ชำแหละศพได้ในส่วนของการที่จำเลยมีไขควงและมีดที่บ่งบอกถึงความน่าจะเป็นที่อาจฟังเป็นหลักในจำเลยตระสำหรับฆ่าผู้ตายและชำแหละศพผู้ตาย คอศพที่เลื่อยแล้วอาจนึกถึงคาวและน้ำเลือดเหลืองไหลซึมออกมาเบื้องหน้าออกมาก่อนถึงทิ้งมักจะต้องใช้วัสดุสำหรับห่อหุ้มและบรรจุเช่นผ้าอย่างเป็นทางการและกล่องในลักษณะนี้ เพื่อรักษาน้ำเลือดเหลืองและกลิ่นคาว เหตุปกปิดไม่ให้มีผู้พบเห็นเห็นว่าเป็นลักษณะของศพการที่จำเลยในส่วนของร่างกายผู้ตายจากเหตุการณ์ต่างๆ ไปทิ้งไดร์เวอร์มีดและความตายไปตามซ่อนสถานที่ต่าง ๆ อย่างนำเสื้อผ้าที่ตายไปเผาทำลายภายในระยะเวลาและสั้น ๆ โดยที่ผู้ค้นพบเห็นการจำเลยได้วางแผนเกี่ยวกับเรื่องนี้ในการดำเนินการศพผู้ตายไปทิ้งนำทรัพย์ในความตายไปซ่อนและนำเสนอวัสดุต่าง ๆ ที่จะนำศพผู้ตายไปล่วงหน้าก่อนแล้วที่ศาลยุติธรรมวินิจฉัยว่าจำเลยผู้เสียชีวิตโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยถูกผู้ข่มเหงจิตใจอย่างจริงจังด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมเพราะจำเลยกับผู้ตายกันฉันคนรักแต่ผู้ตายต้องการเลิกมองจำเลยไปมีรักกับผู้ชายคนใหม่จำเลยตอนนี้บันดาลโทสะออนผู้ตายนั้นการพิจารณาคนที่ทำใจสามารถรับรู้ถึงความปรารถนาที่แท้จริงคือความปรารถนาดีต่อตนเองรักความยินดีที่ตนเองรักอย่างสม่ำเสมอ การให้อภัยเมื่อคนที่เตนรักทำผิดและเสียสละความสุขเพื่อความสุขของคนเตนรัก จำเลยจะยึดครองผู้ตายเพื่อความสุขของจำเลยเองในขณะที่ไม่สมหวังเลยก็ฆ่าผู้ตายในความผิดและความรู้สึกที่มองเห็นได้ของจำเลยโดยฝ่ายเดียวในหัวใจและความรู้สึกในความตายหาใช่ไม่รวมถึงการพิจารณาที่เป็นผลเสียหายต่อสังคมและอาจฟังข้อเท็จจริงที่จำเลยฎีกาก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างเข้มข้นด้วยอันไม่ยุติธรรมไม่มีการพิจารณาเลยที่สถาบันวิจัยจัดทำที่ศาลด้านล่างสืบสวนสอบสวนเลยแล้ว คงโทษจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียวนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น""
พิพากษาแก้เป็นว่าสามารถบังคับคดีคดีพิพากษาศาลชั้นต้นได้

มาตรารหัสที่อ้างอิง มาตราที่อ้างอิง

💡 สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับคุณ 💡 นั่นหมายถึงสำหรับคุณ

เจตนาทางอาญา การพิจารณาคดีจะประเมินจากสถานการณ์โดยรอบทั้งหมด รวมถึงอาวุธที่ใช้และส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ตกเป็นเป้าหมาย จำเลยควรเก็บรักษาหลักฐานทั้งหมดที่แสดงให้เห็นว่าไม่มีเจตนาฆ่า.
สาเหตุการก่ออาชญากรรมพิจารณาจากพฤติการสูญเสียโดยรวมของผู้บัญชาการที่ใช้และตำแหน่งของความเสียหาย จำเลยควรรวบรวมคำอธิบายที่พิสูจน์ได้ว่าไม่มีความร้อนของนักฆ่า

คำถามที่พบบ่อย เลย

ศาลฎีกาไทยแยกแยะความแตกต่างระหว่างการฆาตกรรมกับการทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตายอย่างไร? ศาลฎีกาแยกออกไประหว่างความเป็นจริงกับการลงโทษร่างกายจนกระทั่งถึงเวลานั้นอย่างไร?

ในคำตัดสินที่ 6083/2546 ดังนั้น ข้อหาฆาตกรรมโดยการทรมานตามมาตรา 289(5) จึงไม่มีผลบังคับใช้ พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต (ลดลงจากโทษประหารชีวิตหนึ่งในสาม).

ศาลฎีกาวินิจฉัยในคำพิพากษาที่ 6083/2546 เกี่ยวกับมาตรา 289

การฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า การตัดแขนขา การซ่อน ความแตกต่างระหว่างการทรมานและการฆาตกรรม มาตรา 289(4) มาตรา 289(5) จำคุกตลอดชีวิต

📖 อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ นิติศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรบัณฑิต. ที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ
วิชูดา อัตธัตเมธาคอน ปริญญาโทด้านกฎหมาย. ทนายความและโนตารีไทย

ตรวจสอบและแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี.

การตัดและอธิบายโดยไม่ต้องกังวลทางกฎหมายด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลที่ไม่เป็นทางการและมีไว้เพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้น ข้อความที่ถูกต้องตามกฎหมายของไทยนั้นอยู่ในภาษาไทยที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (รัชกิตชันนุเบกษา(เนื้อหาในนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง โปรดปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม).

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด. ข้อความในกฎหมายไทย (คนบทกฎหมาย) และคำพิพากษาของศาลฎีกา (ทวิภาคี) ฉบับภาษาไทยดั้งเดิมนั้นอยู่ในสาธารณสมบัติตามที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา) ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (1994) เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมด รวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินของศาลฎีกา (Dika) คำอธิบายทางกฎหมาย การอ้างอิงโยง คำอธิบาย และบทวิเคราะห์บรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และบรรณาธิการของมัน, เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชูดา อัตธัตเมธาคอน (ปริญญาโทด้านกฎหมาย) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ความรู้แก่เว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้ข้อมูลเฉพาะผู้ปฏิบัติงานกฎหมายที่คือภาษาไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำสำหรับคำถามวิจัยเฉพาะที่ปรึกษาทนายความไทย

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ออนไลน์ จำกัด พนักงานบทกฎหมายภาษาไทยและคำตัดสินศาลฎีกาต้นฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 ส่วนที่เหลือลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมดรวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินศาลฎีกาคำอธิบายกฎหมาย อ้างถึงบทวิจารณ์วิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางลาดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และตอน ฉลองเตียงรับรองบรูโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ค้นคว้าวิจัยหรือเผยแพร่โดยค้นคว้า

เลื่อนขึ้น