มาตรา 13: การยกเลิกวิธีการเพื่อความปลอดภัยที่ถูกยกเลิก
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังได้มีการยกเลิกวิธีการเพื่อความปลอดภัยใด และถ้าผู้ใดถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นอยู่ ก็ให้ศาลสั่งระงับการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นเสีย เมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาล หรือเมื่อผู้นั้น ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการร้องขอ
คำแปลภาษาอังกฤษ
If, under the provisions of a law enacted afterwards, any measure of safety has been abolished, and any person is subject to the application of that measure of safety, the court shall order the application of that measure of safety to cease, when it appears to the court from the record, or when that person, that person's legal representative, that person's curator, or the public prosecutor applies.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 13 นำหลักกฎหมายที่เป็นคุณมาใช้กับวิธีการเพื่อความปลอดภัยเช่นเดียวกับที่มาตรา 2 ใช้กับโทษเมื่อมีการยกเลิก เมื่อกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังยกเลิกวิธีการเพื่อความปลอดภัยใด วิธีการที่ใช้บังคับอยู่ย่อมสิ้นฐานทางกฎหมาย และให้ศาลสั่งระงับการใช้บังคับวิธีการนั้นเสีย ข้อนี้เป็นหน้าที่ของศาล มิใช่ดุลพินิจ เพราะตัวบทใช้ถ้อยคำว่า ก็ให้ศาลสั่งระงับ...เสีย โดยศาลสั่งเมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาล หรือเมื่อผู้ถูกใช้บังคับวิธีการนั้น ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้น หรือพนักงานอัยการร้องขอ บทนี้เสริมมาตรา 12 ซึ่งกำหนดให้ต้องมีกฎหมายรองรับวิธีการเพื่อความปลอดภัย ณ วันพิพากษา โดยประกันว่าวิธีการนั้นจะไม่คงอยู่หลังการยกเลิกฐานทางกฎหมาย ส่วนมาตรา 14 และมาตรา 15 กล่าวถึงกรณีที่กฎหมายในภายหลังเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของวิธีการ และกรณีเปลี่ยนโทษเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัย ซึ่งทั้งสองมาตรานั้นบัญญัติชัดว่าให้ศาลมีอำนาจสั่งตามที่เห็นสมควร อันเป็นข้อเปรียบเทียบที่ยืนยันการตีความมาตรา 13
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
มาตรา 13 ให้ช่องทางบรรเทาโดยตรงแก่ผู้ที่ยังถูกใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยเมื่อกฎหมายเปลี่ยนแปลง กล่าวคือถ้ากฎหมายในภายหลังได้ยกเลิกวิธีการนั้นแล้ว ก็ให้ศาลสั่งระงับการใช้บังคับวิธีการนั้นเสีย เนื่องจากมาตรานี้เป็นหน้าที่ของศาล มิใช่ดุลพินิจ ประเด็นจึงมิใช่การโน้มน้าวว่าสมควรระงับ แต่เป็นการแสดงว่าเข้าเงื่อนไขตามตัวบทแล้ว สิ่งที่ต้องเสนอต่อศาลคือกฎหมายในภายหลังที่ยกเลิกวิธีการนั้น และข้อเท็จจริงว่ายังมีการใช้บังคับวิธีการนั้นอยู่ ทั้งนี้ผู้ร้องขอไม่จำต้องเป็นผู้ถูกใช้บังคับเอง ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้น หรือพนักงานอัยการ ก็ร้องขอได้เช่นกัน และเมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาลแล้ว ก็ไม่จำต้องมีผู้ร้องขอเลย ทั้งนี้ใช้กับวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามประมวลกฎหมายอาญา ส่วนบทที่มีเลขมาตราเดียวกันในกฎหมายอื่นเป็นคนละบทและไม่ควรสับสนกับบทนี้
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 35 คดี (พ.ศ. 2501 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3161/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2318/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9161/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3469/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3195/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7978-7979/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7950/2549 (2006)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 584/2549 (2006)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
วิธีการเพื่อความปลอดภัยยกเลิกได้หรือไม่หากกฎหมายเปลี่ยน
ได้ และเป็นหน้าที่ของศาล มิใช่ดุลพินิจ ตามมาตรา 13 ถ้ากฎหมายที่บัญญัติในภายหลังได้ยกเลิกวิธีการเพื่อความปลอดภัยใด และมีผู้ถูกใช้บังคับวิธีการนั้นอยู่ ก็ให้ศาลสั่งระงับการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นเสีย โดยสั่งเมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาล หรือเมื่อผู้นั้น ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้น หรือพนักงานอัยการร้องขอ
ใครขอให้ยกเลิกตามมาตรา 13 ได้
ผู้ที่ร้องขอได้มีสี่ฝ่าย คือ ผู้ถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้น ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้น และพนักงานอัยการ ทั้งนี้ศาลสั่งได้เองโดยไม่ต้องมีผู้ร้องขอ แต่เหตุที่ศาลสั่งคือเมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาล มิใช่เมื่อศาลเห็นสมควรเอง
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 13 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 13. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-13/ (accessed 6 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 13 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-13/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-13/"><p>ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังได้มีการยกเลิกวิธีการเพื่อความปลอดภัยใด และถ้าผู้ใดถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นอยู่ ก็ให้ศาลสั่งระงับการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นเสีย เมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาล หรือเมื่อผู้นั้น ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการร้องขอ</p><footer>Penal Code, s. 13 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-13/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา