มาตรา 11: ผลของคำพิพากษาต่างประเทศ กรณีความผิดในราชอาณาจักร
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดกระทำความผิดในราชอาณาจักร หรือกระทำความผิดที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร ถ้าผู้นั้นได้รับโทษสำหรับการกระทำนั้นตามคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศมาแล้วทั้งหมด หรือแต่บางส่วน ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงโทษที่ผู้นั้นได้รับมาแล้ว ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดในราชอาณาจักร หรือกระทำความผิดที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร ได้ถูกฟ้องต่อศาลในต่างประเทศโดยรัฐบาลไทยร้องขอ ห้ามมิให้ลงโทษผู้นั้นในราชอาณาจักรเพราะการกระทำนั้นอีก ถ้า (๑) ได้มีคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศอันถึงที่สุดให้ปล่อยตัวผู้นั้น หรือ (๒) ศาลในต่างประเทศพิพากษาให้ลงโทษ และผู้นั้นได้พ้นโทษแล้ว
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever commits an offence in the Kingdom, or commits an offence which this Code deems to have been committed in the Kingdom, and has already undergone the punishment for that act, wholly or in part, under the judgment of a foreign court, may be punished by the court to any extent less than that provided by law for the offence, or may not be punished at all, having regard to the punishment already undergone.
Where a person who commits an offence in the Kingdom, or an offence which this Code deems to have been committed in the Kingdom, has been prosecuted before a foreign court at the request of the Thai Government, that person shall not be punished again in the Kingdom for that act if:
(1) a final judgment of the foreign court has ordered that person's release; or
(2) the foreign court has passed judgment imposing punishment and that person has already served it.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 11 เป็นบทคู่ขนานเชิงดินแดนของมาตรา 10 กล่าวคือ มาตรา 10 ใช้แก่การกระทำนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 7 (2) และ (3) มาตรา 8 และมาตรา 9 ส่วนมาตรา 11 ใช้แก่ความผิดที่กระทำในราชอาณาจักร หรือที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร ซึ่งผู้กระทำได้รับโทษในต่างประเทศมาแล้วสำหรับการกระทำเดียวกัน วรรคหนึ่งเป็นเพียงอำนาจบรรเทาโทษ ศาลจะลงโทษน้อยกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ โดยคำนึงถึงโทษที่ได้รับมาแล้ว มิใช่ข้อห้ามฟ้อง ส่วนวรรคสองมีผลแรงกว่ามาก แต่มีเงื่อนไขว่าการฟ้องในต่างประเทศต้องเกิดขึ้นโดยรัฐบาลไทยร้องขอ เมื่อเข้าเงื่อนไขนั้นแล้ว คำพิพากษาให้ปล่อยตัวที่ถึงที่สุด หรือคำพิพากษาลงโทษที่ได้รับโทษครบถ้วนแล้ว ย่อมห้ามลงโทษซ้ำในราชอาณาจักรโดยเด็ดขาด ประเด็นชี้ขาดในทางปฏิบัติเกือบทุกคดีจึงอยู่ที่ว่าจะใช้วรรคใด ซึ่งขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลไทยเป็นผู้ร้องขอให้ฟ้องในต่างประเทศหรือไม่
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
มาตรานี้ใช้เมื่อผู้ถูกกล่าวหาถูกดำเนินคดีในต่างประเทศแล้วสำหรับการกระทำที่เป็นความผิดในราชอาณาจักร สิ่งแรกที่ต้องพิสูจน์คือการฟ้องในต่างประเทศนั้นเกิดขึ้นโดยรัฐบาลไทยร้องขอหรือไม่ เพราะเป็นเงื่อนไขที่แยกวรรคสองซึ่งห้ามลงโทษซ้ำโดยเด็ดขาด ออกจากวรรคหนึ่งซึ่งให้เพียงดุลพินิจบรรเทาโทษ เอกสารแสดงผลคดีต่างประเทศ ทั้งคำพิพากษาถึงที่สุดและหลักฐานการรับโทษครบถ้วน จึงเป็นสาระสำคัญของรูปคดี หากรับโทษมาเพียงบางส่วนและมิได้เป็นการฟ้องตามคำร้องขอของรัฐบาลไทย การฟ้องในไทยยังทำได้ แต่ศาลมีดุลพินิจกว้างที่จะลดโทษหรือไม่ลงโทษเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6552/2559 (2016)
ตามมาตรา 11 วรรคหนึ่ง แม้ศาลจะลงโทษน้อยลงหรือไม่ลงโทษเลยก็ได้ แต่เป็นดุลพินิจที่ต้องใช้โดยคำนึงถึงโทษที่ผู้กระทำได้รับมาแล้วในต่างประเทศสำหรับการกระทำเดียวกัน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าแม้มาตรา 11 วรรคหนึ่งจะให้ลงโทษน้อยลงหรือไม่ลงโทษเลยก็ได้ แต่ศาลต้องใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงโทษที่ได้รับมาแล้วในต่างประเทศสำหรับความผิดเดียวกัน และปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยนี้ยกขึ้นในชั้นฎีกาได้แม้มิได้ต่อสู้ไว้ในศาลล่าง
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 13 คดี (พ.ศ. 2506 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3161/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 63/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3469/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7978-7979/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2775/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 483/2524 (1981)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8129/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5221/2549 (2006)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 11 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 11. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-11/ (accessed 6 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 11 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-11/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-11/"><p>ผู้ใดกระทำความผิดในราชอาณาจักร หรือกระทำความผิดที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร ถ้าผู้นั้นได้รับโทษสำหรับการกระทำนั้นตามคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศมาแล้วทั้งหมด หรือแต่บางส่วน ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงโทษที่ผู้นั้นได้รับมาแล้ว ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดในราชอาณาจักร หรือกระทำความผิดที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร ได้ถูกฟ้องต่อศาลในต่างประเทศโดยรัฐบาลไทยร้องขอ ห้ามมิให้ลงโทษผู้นั้นในราชอาณาจักรเพราะการกระทำนั้นอีก ถ้า (๑) ได้มีคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศอันถึงที่สุดให้ปล่อยตัวผู้นั้น หรือ (๒) ศาลในต่างประเทศพิพากษาให้ลงโทษ และผู้นั้นได้พ้นโทษแล้ว</p><footer>Penal Code, s. 11 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-11/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา