ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

กฎหมายอาญา

147: เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์

แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever, being an official having the duty to buy, make, manage or maintain any property, dishonestly misappropriates that property for himself or for another, or dishonestly allows another person to take that property away, shall be punished with imprisonment from five to twenty years or imprisonment for life, and a fine from one hundred thousand to four hundred thousand baht.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 147 เป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และเป็นบทเปิดหมวดความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ องค์ประกอบคือ (1) เป็นเจ้าพนักงาน (2) มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ (3) เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือผู้อื่นโดยทุจริต หรือยอมให้ผู้อื่นเอาไปโดยทุจริต หน้าที่เหนือทรัพย์เป็นองค์ประกอบสำคัญที่แยกมาตรานี้ออกจากความผิดฐานยักยอกทั่วไปตามมาตรา 352 หากจำเลยจัดการทรัพย์ในฐานะบุคคลธรรมดามิใช่ตามหน้าที่ราชการ การกระทำจะเข้ามาตรา 352 ซึ่งมีโทษเบากว่ามาก การเบียดบังแต่ละครั้งมักเป็นความผิดต่างกรรม โทษรวมจึงอาจสูงมากตามจำนวนกระทง.

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

นี่เป็นความผิดทุจริตที่ร้ายแรงที่สุดประเภทหนึ่ง มีโทษขั้นต่ำห้าปีและปรับ และเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้ การคืนเงินจึงไม่ทำให้ความผิดระงับ แต่อาจเป็นเหตุบรรเทาโทษ คดีมักถูกไต่สวนโดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. และพิจารณาในศาลอาญาคดีทุจริต ข้อต่อสู้สำคัญคือจำเลยไม่มีหน้าที่ราชการเหนือทรัพย์นั้นโดยเฉพาะ ซึ่งอาจทำให้คดีลงมาเป็นยักยอกทั่วไปตามมาตรา 352 เนื่องจากมีเพดานโทษตลอดชีวิตและอาจมีหลายกระทง การปรึกษาแต่เนิ่นจึงสำคัญ.

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2324/2567 (2024)

    เมื่อคำฟ้องบรรยายข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานยักยอกตามมาตรา 352 ไว้แล้ว และข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเอาทรัพย์ไปในฐานะบุคคลธรรมดา มิใช่ตามหน้าที่ราชการ ศาลย่อมลงโทษตามมาตรา 352 วรรคแรกได้ แม้ฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา 147.

    โจทก์ฟ้องเจ้าพนักงานตามมาตรา 147 และ 157 ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงที่บรรยายฟ้องครอบคลุมองค์ประกอบความผิดฐานยักยอกตามมาตรา 352 ด้วย ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษตามมาตรา 352 ได้ในกรณีที่เป็นการกระทำในฐานะบุคคลธรรมดามิใช่ตามหน้าที่ราชการ.

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 205 คดี (พ.ศ. 2500 ถึง 2567)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2324/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 726/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8088/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6792/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1755/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4604/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2185/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 21355/2556 (2013)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

ส่วน 147 ต่างจากยักยอกทั่วไปอย่างไร?

มาตรา 147 ใช้เมื่อผู้มีอำนาจเป็นเจ้าพนักงานที่ดูแลเหนือทรัพย์หากเป็นสาเหตุของบุคคลธรรมดาจะพูดถึงทั่วไปตามมาตรา 352 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเบากว่ามาก.

การคืนเงินทำให้ความผิดตามมาตรา 147 ระงับหรือไม่?

ไม่ได้เป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้การคืนเงินไม่ทำให้เกิดการระงับ แต่เป็นสาเหตุของการลงโทษ.

ระบบควบคุมการทำงานของพนักงานยักยอกทรัพย์คือ?

ตลอดกาลตั้งแต่ห้าปีถึงสิ้นปีหรือตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงสี่แสนบาท.

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • การอ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 147 (Thailand)
  • การอ้างอิงทางวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 147. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-147/ (accessed 21 สิงหาคม 2026).
  • การอ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 147
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-147/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-147/"><p>ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 147 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-147/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง