มาตรา 200: เจ้าพนักงานช่วยผู้ต้องหาให้พ้นโทษ
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญา กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท ถ้าการกระทำหรือไม่กระทำนั้น เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดต้องรับโทษ รับโทษหนักขึ้น หรือต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever, being an official in the position of public prosecutor, prosecuting officer, inquiry official, or an official having the power to investigate criminal cases or to carry out a criminal warrant, does or omits to do any act in that position improperly, in order to help any person not to be punished or to receive a lighter punishment, shall be liable to imprisonment from six months to seven years and a fine from ten thousand baht to one hundred and forty thousand baht.
If that act or omission is done in order to wrongfully cause any person to be punished, to receive a heavier punishment, or to be subjected to a measure of safety, the offender shall be liable to imprisonment for life, or to imprisonment from one year to twenty years and a fine from twenty thousand baht to four hundred thousand baht.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
องค์ประกอบคือ (1) ผู้กระทำเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญา (2) การกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ และ (3) เจตนาพิเศษ มาตรานี้เป็นบทเปิดของหมวดความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม และครอบคลุมการใช้อำนาจโดยมิชอบทั้งสองทิศทางไว้ในสองวรรคของตนเอง วรรคหนึ่งเอาผิดเจ้าพนักงานที่เอนเอียงกระบวนการเข้าข้างบุคคลใด เพื่อช่วยมิให้ต้องโทษหรือให้รับโทษน้อยลง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท ส่วนวรรคสองเอาผิดเจ้าพนักงานที่เอนเอียงไปในทางตรงกันข้าม คือเพื่อแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ รับโทษหนักขึ้น หรือต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย ซึ่งหนักกว่ามาก คือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท การแกล้งให้ต้องรับโทษจึงเป็นวรรคสองของมาตรา 200 เอง มิใช่คนละมาตรา ส่วนมาตรา 201 เป็นความผิดคนละฐาน คือการที่ผู้พิพากษา พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ความผิดตามมาตรานี้ต้องมีเจตนาพิเศษ มิใช่เพียงความผิดพลาดหรือการใช้ดุลพินิจโดยสุจริต
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
เป็นความผิดต่อต้านการทุจริตที่ร้ายแรง มุ่งเอาผิดพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน และเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญาโดยตรง และใช้ได้ทั้งสองทิศทาง การช่วยให้บุคคลพ้นโทษหรือรับโทษน้อยลงมีโทษถึงเจ็ดปี ส่วนการแกล้งให้บุคคลต้องรับโทษ รับโทษหนักขึ้น หรือถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย มีโทษถึงจำคุกตลอดชีวิต การถูกฟ้องตามวรรคใดจึงเป็นสาระสำคัญทั้งหมดของโทษที่จะได้รับ องค์ประกอบชี้ขาดในทั้งสองกรณีคือเจตนาพิเศษ การใช้ดุลพินิจโดยสุจริตและมีเหตุผล เช่น การสั่งไม่ฟ้องคดีที่พยานหลักฐานอ่อน จึงไม่เป็นความผิด ในทางปฏิบัติ ข้อหาตามมาตรานี้มักฟ้องควบคู่กับมาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) ทั้งเจ้าพนักงานที่ถูกกล่าวหาและผู้เสียหายที่สงสัยว่าคดีถูกกลบเกลื่อนหรือถูกสร้างขึ้น ควรปรึกษากฎหมาย
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 53 คดี (พ.ศ. 2503 ถึง 2562)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2689/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3130/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 929/2537 (1994)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 69/2535 (1992)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4436/2531 (1988)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 975/2531 (1988)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2707/2530 (1987)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 300/2527 (1984)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ใครเป็นผู้กระทำความผิดตามมาตรา 200 ได้
มีสี่ประเภท มิใช่สามประเภท คือเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน และเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญา ทั้งมาตรานี้ยังครอบคลุมการกระทำมิชอบทั้งสองทิศทางไว้ในสองวรรคของตนเอง จึงมิได้ใช้เฉพาะการดำเนินคดีโดยมิชอบเพื่อช่วยให้พ้นโทษหรือรับโทษน้อยลงเท่านั้น แต่รวมถึงการกระทำเพื่อแกล้งให้บุคคลต้องรับโทษ รับโทษหนักขึ้น หรือถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย ซึ่งมีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี
การสั่งไม่ฟ้องคดีที่พยานหลักฐานอ่อนเป็นความผิดตามมาตรา 200 หรือไม่
ไม่ ในตัวเอง ความผิดต้องมีการกระทำอันมิชอบโดยมีเจตนาเฉพาะเพื่อช่วยบุคคลให้พ้นหรือรับโทษน้อยลง มิใช่การใช้ดุลพินิจโดยสุจริตและมีเหตุผล
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 200 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 200. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-200/ (accessed 10 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 200 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-200/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-200/"><p>ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญา กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท ถ้าการกระทำหรือไม่กระทำนั้น เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดต้องรับโทษ รับโทษหนักขึ้น หรือต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 200 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-200/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา