กฎหมายอาญา

221: ทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever causes an explosion likely to be dangerous to another person or to the property of another shall be liable to imprisonment not exceeding seven years and a fine not exceeding one hundred and forty thousand baht.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 221 เป็นฐานความผิดที่มีอัตราโทษของตนเอง มิใช่บทเพิ่มโทษของมาตราอื่น องค์ประกอบคือการกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น เกณฑ์อยู่ที่ความน่าจะเป็นอันตราย มิใช่ผลที่เกิดขึ้นจริง ความผิดจึงสำเร็จโดยไม่จำต้องมีผู้ใดบาดเจ็บหรือทรัพย์ใดเสียหาย โทษคือจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท ซึ่งเท่ากับมาตรา 220 อันเป็นความผิดฐานทำให้เกิดเพลิงไหม้ มาตราทั้งสองจึงเป็นคู่ขนานกัน คือเพลิงไหม้กับระเบิด ส่วนกรณีที่การระเบิดเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ดังกล่าวในมาตรา 217 หรือมาตรา 218 เป็นความผิดตามมาตรา 222 ซึ่งเป็นบทที่นำอัตราโทษของมาตราเหล่านั้นมาใช้ มิใช่มาตรานี้ และมาตรา 223 เป็นบทลดโทษเมื่อทรัพย์ที่เป็นอันตรายหรือที่น่าจะเป็นอันตรายมีราคาน้อย และการกระทำไม่น่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น

ความสำคัญต่อ

มาตรา ๒๒๑ กำหนดอัตราโทษของตนเองและมิได้เลื่อนไปใช้อัตราของมาตราอื่น คือจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท โดยลงทั้งจำทั้งปรับ ความผิดสำเร็จเมื่อการระเบิดนั้นน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น จึงไม่จำต้องพิสูจน์ว่ามีผู้บาดเจ็บหรือทรัพย์เสียหาย ประเด็นต่อสู้จึงอยู่ที่ความน่าจะเป็นอันตรายนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ มีสามมาตราใกล้เคียงที่มักสับสน มาตรา ๒๒๐ เป็นความผิดฐานทำให้เกิดเพลิงไหม้ มิใช่ระเบิด มาตรา ๒๒๒ เป็นกรณีที่การระเบิดก่อให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ตามมาตรา ๒๑๗ หรือมาตรา ๒๑๘ และเป็นมาตรานั้น มิใช่มาตรานี้ ที่นำอัตราโทษอันหนักกว่ามาใช้ ส่วนมาตรา ๒๒๓ กลับกัน คือลดโทษเหลือจำคุกไม่เกินสามปีเมื่อทรัพย์มีราคาน้อยและการกระทำไม่น่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น ความผิดนี้เป็นความผิดต่อประชาชน จึงยอมความไม่ได้ และรัฐฟ้องได้แม้ไม่มีผู้เสียหายร้องทุกข์

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 13 คดี (พ.ศ. 2508 ถึง 2567)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8584/2547 (2004)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2961/2535 (1992)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 234/2528 (1985)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1239/2527 (1984)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1526/2512 (1969)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 685/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3322/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7997/2561 (2018)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 221 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 221. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-221/ (accessed 17 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 221
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-221/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-221/"><p>ผู้ใดกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 221 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-221/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง