269/7: เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งสำหรับบัตรชำระเงินหรือบัตรเบิกถอนเงินสด
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าการกระทำดังกล่าวในหมวดนี้ เป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง
คำแปลภาษาอังกฤษ
If an act referred to in this Chapter is done in relation to an electronic card that the issuer has issued to a person entitled to use it, for use in paying for goods, for services, or for other debts in place of payment in cash, or for withdrawing cash, the offender shall be liable to a penalty one half heavier than that prescribed in the Section concerned.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 269/7 เป็นบทเพิ่มโทษ มิใช่บทบัญญัติความผิด โดยใช้บังคับแก่การกระทำใด ๆ ที่กล่าวไว้ในหมวดนี้ จึงครอบคลุมมาตรา 269/1 ถึง 269/6 ทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น และมีผลโดยอัตโนมัติเมื่อเข้าเงื่อนไขข้อเท็จจริง เงื่อนไขดังกล่าวพิจารณาจากการใช้งานมิใช่รูปแบบ กล่าวคือ บัตรนั้นต้องเป็นบัตรที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อชำระเงินแทนเงินสดหรือเพื่อเบิกถอนเงินสด บัตรสมาชิกร้านค้าหรือบัตรผ่านเข้าอาคารซึ่งเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 1 (14) ไม่เข้าเงื่อนไขการเพิ่มโทษ แต่บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรเอทีเอ็ม เข้าเงื่อนไข การเพิ่มโทษเป็นการเพิ่มกึ่งหนึ่งของโทษที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ โดยเพิ่มทั้งอัตราขั้นต่ำและขั้นสูง อัตราโทษตามมาตรา 269/1 ซึ่งเดิมคือหนึ่งปีถึงห้าปี จึงกลายเป็นหนึ่งปีหกเดือนถึงเจ็ดปีหกเดือน และอัตราโทษตามมาตรา 269/3 ซึ่งเดิมคือสามปีถึงสิบปี กลายเป็นสี่ปีหกเดือนถึงสิบห้าปี เนื่องจากคดีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟ้องกันในประเทศไทยส่วนใหญ่เกี่ยวกับบัตรชำระเงิน มาตรานี้จึงควรเข้าใจว่าเป็นหลักทั่วไปของหมวดนี้มากกว่าจะเป็นข้อยกเว้น.
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ผู้ที่อ่านอัตราโทษในมาตรา 269/1 ถึง 269/6 โดยลำพังจะประเมินโทษที่แท้จริงต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะคดีที่ฟ้องกันเกือบทั้งหมดเข้าเงื่อนไขของมาตรานี้ ควรตรวจสอบคำฟ้องว่ามีการบรรยายเหตุเพิ่มโทษไว้หรือไม่ และต้องนำสืบให้ได้ว่าบัตรนั้นใช้ชำระเงินหรือเบิกถอนเงินสดจริง มิใช่ว่าเพียงเรียกสิ่งนั้นว่าบัตรแล้วจะเพิ่มโทษได้โดยอัตโนมัติ ในกรณีที่การเพิ่มโทษทำให้อัตราโทษขั้นต่ำสูงเกินกว่าเกณฑ์ที่จะรอการลงโทษได้ ประเด็นนี้จะเปลี่ยนผลของคดีมิใช่เพียงตัวเลขโทษ จึงเป็นประเด็นที่ควรต่อสู้หากลักษณะการใช้งานของบัตรยังมีข้อสงสัย.
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 7946/2568 (2025)
การใช้บัตรชำระค่าสินค้าและบริการแต่ละครั้งต่างเวลากันและเป็นคนละจำนวน ไม่ถือเป็นการกระทำในวาระเดียวกัน แต่เป็นความผิดต่างกรรม การใช้เจ็ดครั้งจึงเป็นความผิดเจ็ดกระทง.
จำเลยใช้บัตรชำระค่าสินค้าและบริการ 7 ครั้ง ในจำนวนและเวลาต่างกัน ถูกฟ้องตามมาตรา 335, 265, 268, 269/5, 269/6, 269/7 การกระทำถือเป็นความผิด 7 กรรมต่างกัน มิใช่กรรมเดียว.
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2555/2566 (2023)
การใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อเบิกถอนเงิน ที่ลูกจ้างกระทำต่อนายจ้าง เป็นความผิดตามมาตรา 269/7 ประกอบลักทรัพย์นายจ้างตามมาตรา 335 (11) และผู้กระทำผิดครั้งแรกที่ชดใช้คืนอาจได้รับโทษจำคุกโดยรอการลงโทษพร้อมปรับ.
ถูกฟ้องตามมาตรา 188, 269/5, 269/7, 334, 335 จำเลยรับสารภาพและถูกลงโทษตามมาตรา 188, 269/5, 269/7, 335 (11) วรรคแรก ฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเบิกถอนและลักทรัพย์นายจ้าง ศาลฎีการอการลงโทษจำคุกและปรับ 20,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราขั้นต่ำของฐานลักทรัพย์.
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 27 คดี (พ.ศ. 2547 ถึง 2569)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 664/2569 (2026)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 52/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6820/2552 (2009)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3499/2552 (2009)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5345/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1151-1153/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1114/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2490/2558 (2015)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
บัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตของผู้อื่นถือเป็นความผิดหรือไม่
ความผิดมาตรา 269/7 การลงโทษการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลอื่นโดยมิชอบ ได้แก่ เขียนที่บันทึกหรือถูกลักส่วนความทรงจำที่เกิดขึ้นในนอร์เวย์ หนึ่งถึงห้าปีหุบเขาหรือทั้งจำทั้งปรับ.
ใช้บัตรที่ลักนั้นเป็นความผิดทางอาญาเดียวหรือหลายกรรม
ศาลวินิจฉัยว่าการใช้บัตรของคนอื่นในหลายๆ เวลาต่างกันจำนวนเป็นความผิดที่ต่างกัน ดังนั้นการใช้ดุลยพินิจจึงถือเป็นหลายกระทงได้.
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
การอ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 269/7 (Thailand) -
การอ้างอิงทางวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 269/7. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-269-7/ (accessed 21 สิงหาคม 2026). -
การอ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 269/7 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-269-7/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-269-7/"><p>ถ้าการกระทำดังกล่าวในหมวดนี้ เป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง</p><footer>Penal Code, s. 269/7 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-269-7/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา