มาตรา 334: ลักทรัพย์
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever dishonestly takes away property belonging to another person, or belonging to another person jointly, commits the offence of theft and shall be liable to imprisonment not exceeding three years and a fine not exceeding sixty thousand baht.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 334 เป็นฐานความผิดลักทรัพย์และเป็นรากฐานของหมวดลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์ องค์ประกอบคือ เอาทรัพย์ไป ทรัพย์นั้นเป็นของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวม และเอาไปโดยทุจริต เจตนาทุจริตเป็นหัวใจสำคัญที่แยกลักทรัพย์ออกจากการยืมหรือการเข้าใจผิดโดยสุจริตเรื่องความเป็นเจ้าของ และข้อความเรื่องเจ้าของรวมทำให้ชัดว่าการเอาทรัพย์ที่เป็นเจ้าของร่วมกันไปก็เป็นลักทรัพย์ได้ ความผิดสำเร็จเมื่อเอาทรัพย์ไปโดยทุจริต ฐานนี้ถูกเพิ่มโทษด้วยพฤติการณ์ตามมาตรา 335 เช่น เวลากลางคืน มีอาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่สองคน และการใช้ยานพาหนะตามมาตรา 336 ทวิ ทั้งต่างจากวิ่งราวทรัพย์ตามมาตรา 336 ที่ต้องฉกฉวยเอาซึ่งหน้า
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
โดยหลักแล้วลักทรัพย์มิใช่ความผิดอันยอมความได้ การคืนทรัพย์หรือชดใช้ค่าเสียหายจึงไม่ทำให้คดีอาญาระงับในตัวเอง แต่เป็นเหตุบรรเทาโทษที่หนักแน่น และศาลมักลดโทษเมื่อจำเลยรับสารภาพและชดใช้ ข้อยกเว้นอยู่ที่มาตรา 71 ซึ่งสำคัญมากในคดีภายในครอบครัว กล่าวคือถ้าสามีกระทำต่อภริยาหรือภริยากระทำต่อสามี ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ และถ้าผู้บุพการีกระทำต่อผู้สืบสันดาน ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี หรือพี่หรือน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกระทำต่อกัน ย่อมเป็นความผิดอันยอมความได้ ทั้งศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ โทษสูงสุดสามปี แต่จะเพิ่มขึ้นมากหากพิสูจน์เหตุฉกรรจ์ตามมาตรา 335 หรือการใช้ยานพาหนะตามมาตรา 336 ทวิ การระบุว่าฟ้องมาตราใดจึงสำคัญ ข้อต่อสู้ที่พบบ่อยมุ่งไปที่การไม่มีเจตนาทุจริต การอ้างสิทธิโดยสุจริต หรือมีมูลอันชอบที่จะเอาทรัพย์ ผู้เสียหายอาจเรียกคืนทรัพย์หรือราคาทรัพย์ควบคู่กับคดีอาญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3672/2568 (2025)
ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสาม ข้อแตกต่างระหว่างความผิดฐานลักทรัพย์กับฐานยักยอกมิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญ ทั้งมิให้ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความเป็นเรื่องเกินคำขอ เว้นแต่การที่ฟ้องผิดไปเป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้ ดังนั้น เมื่อฟ้องขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 334 ประกอบมาตรา 336 ทวิ แต่ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นการยักยอก ศาลย่อมลงโทษฐานยักยอกได้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักเงินสดของผู้เสียหายไปรวม 5 ครั้ง เป็นเงิน 9,804,760 บาท โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด ทางพิจารณาได้ความว่าผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยกับบุคคลอื่นอีก 4 คน ซึ่งเบิกถอนแล้วส่งมอบให้จำเลย แต่จำเลยไม่นำไปส่งมอบให้ผู้เสียหาย ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ว่าจำเลยมีความผิดฐานยักยอกตามมาตรา 352 วรรคแรก คงจำคุก 2 ปี หลังลดโทษ เพราะข้อแตกต่างจากฟ้องมิใช่ข้อสาระสำคัญ จำเลยมิได้หลงต่อสู้ และไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 395 คดี (พ.ศ. 2506 ถึง 2569)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3672/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4925/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1230/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2253/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1473/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8343/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7289/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6642/2558 (2015)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ลักทรัพย์มีโทษเท่าไรในประเทศไทย
ลักทรัพย์ธรรมดาตามมาตรา 334 มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท โทษจะสูงขึ้นหากมีเหตุฉกรรจ์ตามมาตรา 335 หรือใช้ยานพาหนะตามมาตรา 336 ทวิ
การคืนทรัพย์ที่ลักไปทำให้คดีระงับหรือไม่
โดยหลักแล้วไม่ ลักทรัพย์มิใช่ความผิดอันยอมความได้ การคืนทรัพย์จึงไม่ทำให้การดำเนินคดียุติ แม้เป็นเหตุบรรเทาโทษที่ทำให้ศาลลดโทษให้ได้มาก ข้อยกเว้นคือมาตรา 71 ในกรณีที่คู่กรณีเป็นบุคคลในครอบครัว กล่าวคือถ้าสามีกระทำต่อภริยาหรือภริยากระทำต่อสามี ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ และถ้าผู้บุพการีกระทำต่อผู้สืบสันดาน ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี หรือพี่หรือน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกระทำต่อกัน ย่อมเป็นความผิดอันยอมความได้ การตกลงกันและถอนคำร้องทุกข์จึงทำให้คดีระงับ
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 334. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-334/ (accessed 6 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 334 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-334/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-334/"><p>ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 (ประเทศไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-334/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา