ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

กฎหมายอาญา

311: ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถูกหน่วงเหนี่ยว ถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรก เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตายหรือรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๑ หรือมาตรา ๓๐๐ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever acts negligently and that act causes another person to be detained, confined or deprived of liberty of the body, shall be liable to imprisonment not exceeding one year, or a fine not exceeding twenty thousand baht, or both.

Where the offence under paragraph one causes the person detained, confined or deprived of liberty to die or to suffer grievous bodily harm, the offender shall be liable to the punishment provided in Section 291 or Section 300.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 311 เป็นบทว่าด้วยความประมาทที่คู่กับมาตรา 310 มิใช่บทฉกรรจ์ของมาตรา 310 กล่าวคือ มาตรา 310 ลงโทษผู้ที่หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนมาตรา 311 ใช้เมื่อผู้กระทำกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถูกหน่วงเหนี่ยว ถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกาย โทษตามวรรคหนึ่งคือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเบากว่าความผิดโดยเจตนาอย่างมีนัยสำคัญ วรรคสองเป็นบทที่อาศัยผล คือเมื่อการกระทำเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายหรือรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 291 (ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท) หรือมาตรา 300 (ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ตามมาตรา 321 การยอมความโดยชอบของผู้เสียหายจึงทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ ส่วนวรรคสองยอมความไม่ได้

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ข้อแตกต่างที่สำคัญคือเจตนา ข้อหาตามมาตรา 310 ต้องเป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขังโดยเจตนา ส่วนมาตรา 311 ใช้กับผู้ที่ความประมาทของตนก่อผลอย่างเดียวกัน และมีโทษเบากว่ามาก คือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตัวอย่างที่พบบ่อยคือการล็อกอาคารหรือยานพาหนะโดยไม่ตรวจสอบว่ามีคนอยู่ภายในหรือไม่ หรือความบกพร่องด้านรักษาความปลอดภัยหรือการขนส่งที่ทำให้มีผู้ถูกขังอยู่ภายใน ความเสี่ยงจะเปลี่ยนไปเมื่อการกระทำเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย เพราะวรรคสองให้ใช้โทษตามมาตรา 300 หรือมาตรา 291 ซึ่งมาตรา 291 มีโทษจำคุกถึงสิบปีและปรับด้วย ความผิดตามวรรคหนึ่งยอมความได้ตามมาตรา 321 การยอมความกับผู้เสียหายจึงทำให้คดีระงับได้ ส่วนวรรคสองยอมความไม่ได้ ผู้ถูกกล่าวหาหรือครอบครัวผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสควรปรึกษาทนายความแต่เนิ่น ๆ เพื่อประเมินว่าข้อเท็จจริงเข้าวรรคใด

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 6 คดี (พ.ศ. 2502 ถึง 2532)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3305/2530 (1987)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2115/2523 (1980)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 893/2515 (1972)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 582/2532 (1989)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 39/2508 (1965)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 804/2502 (1959)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

มาตรา 311 ใช้แทนมาตรา 310 แต่อย่างใด

เมื่อการทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพเกิดจากความประมาท มิใช่เจตนา มาตรา 310 ลงโทษการหน่วงเหนี่ยวกักขังโดยเจตนา ส่วนมาตรา 311 ใช้เมื่อการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถูกหน่วงเหนี่ยว ถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และมีโทษเบากว่ามาก คือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความผิดตามมาตรา 311 ยอมความได้หรือไม่

วรรคหนึ่งยอมความได้ มาตรา 321 กำหนดให้มาตรา 311 วรรคแรกเป็นความผิดอันยอมความได้ เช่นเดียวกับมาตรา 309 วรรคแรก และมาตรา 310 วรรคแรก การยอมความโดยชอบของผู้เสียหายจึงทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ ส่วนวรรคสองซึ่งใช้เมื่อเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายหรือรับอันตรายสาหัส ยอมความไม่ได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • การอ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 311 (Thailand)
  • การอ้างอิงทางวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 311. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-311/ (accessed 21 สิงหาคม 2026).
  • การอ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 311
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-311/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-311/"><p>ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถูกหน่วงเหนี่ยว ถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรก เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตายหรือรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๑ หรือมาตรา ๓๐๐ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 311 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-311/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง