กฎหมายอาญา

363: ยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขตที่ดิน

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดเพื่อถือเอาอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สาม ยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever, in order to take the immovable property of another as his own or as that of a third person, removes or destroys the boundary markers of that immovable property, in whole or in part, shall be liable to imprisonment not exceeding three years, or a fine not exceeding sixty thousand baht, or both.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา ๓๖๓ อยู่ในหมวดความผิดฐานบุกรุก แต่เอาผิดกับการกระทำต่อเครื่องหมายเขต มิใช่การเข้าไปในที่ดินหรือในอาคาร องค์ประกอบมีสองส่วน คือ การยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เช่น หลักหมุด แนวรั้วที่ใช้เป็นแนวเขต หรือหมุดหลักฐานแผนที่ และเจตนาพิเศษเพื่อถือเอาอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สาม หากไม่มีเจตนาพิเศษนี้ เช่น ถอนหลักหมุดออกเพราะกีดขวางการก่อสร้าง ย่อมไม่เป็นความผิดตามมาตรานี้ แม้อาจเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา ๓๕๘ มาตรานี้ต่างจากมาตรา ๓๖๒ ซึ่งเอาผิดการเข้าไปเพื่อถือการครอบครองหรือรบกวนการครอบครอง และต่างจากมาตรา ๓๖๔ ซึ่งเอาผิดการเข้าไปหรือซ่อนตัวในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์ หรือสำนักงาน

ความสำคัญต่อ

ข้อพิพาทตามมาตรานี้เกิดขึ้นบ่อยระหว่างเจ้าของที่ดินข้างเคียง โดยเฉพาะเมื่อมีการรังวัดใหม่หรือการก่อสร้างรั้ว พยานหลักฐานที่ชี้ขาดคือระวางแผนที่และหลักฐานการรังวัดของสำนักงานที่ดิน ผู้เสียหายจึงควรขอรังวัดสอบเขตและถ่ายภาพหลักหมุดไว้ก่อนแจ้งความ ส่วนข้อต่อสู้ที่ใช้ได้ผลคือการไม่มีเจตนาเพื่อถือเอาที่ดินเป็นของตน หรือการที่แนวเขตยังเป็นข้อพิพาทกันโดยสุจริต ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องว่ากล่าวกันทางแพ่ง ความผิดตามมาตรานี้เป็นความผิดอันยอมความได้ตามมาตรา ๓๖๖ และหากกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธหรือร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือในเวลากลางคืน โทษจะหนักขึ้นตามมาตรา ๓๖๕ ซึ่งเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 40 คดี (พ.ศ. 2501 ถึง 2565)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 527/2538 (1995)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2253/2531 (1988)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4723/2529 (1986)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 482/2523 (1980)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2861/2517 (1974)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 45/2507 (1964)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13241/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13240/2558 (2015)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 363 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 363. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-363/ (accessed 17 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 363
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-363/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-363/"><p>ผู้ใดเพื่อถือเอาอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สาม ยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 363 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-363/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง