กฎหมายอาญา

49: ห้ามเสพสุราหรือยาเสพติด

ตัวบทกฎหมาย

ในกรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก หรือพิพากษาว่ามีความผิดแต่รอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษบุคคลใด ถ้าศาลเห็นว่าบุคคลนั้นได้กระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการเสพย์สุราเป็นอาจิณ หรือการเป็นผู้ติดยาเสพย์ติดให้โทษ ศาลจะกำหนดในคำพิพากษาว่า บุคคลนั้นจะต้องไม่เสพย์สุรา ยาเสพย์ติดให้โทษอย่างหนึ่งอย่างใด หรือทั้งสองอย่าง ภายในระยะเวลาไม่เกินสองปีนับแต่วันพ้นโทษ หรือวันปล่อยตัวเพราะรอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษก็ได้ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวในวรรคแรกไม่ปฏิบัติตามที่ศาลกำหนด ศาลจะสั่งให้ส่งไปคุมตัวไว้ในสถานพยาบาลเป็นเวลาไม่เกินสองปีก็ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

Where the court passes a sentence of imprisonment, or adjudges a person guilty but suspends the determination of the punishment or suspends its execution, if the court is of the opinion that that person committed the offence in connection with habitual consumption of liquor or with being addicted to a narcotic drug, the court may specify in the judgment that that person must not consume liquor, or a narcotic drug, or both, for a period not exceeding two years from the day of release from punishment, or from the day of discharge by reason of the suspension of the determination of the punishment or of its execution.
If the person referred to in paragraph one does not comply with what the court has specified, the court may order that person to be sent for custody in a medical facility for a period not exceeding two years.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 49 เป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัย มิใช่โทษ และอาจกำหนดไว้ในคำพิพากษาได้ในสามกรณี คือ กรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก กรณีที่พิพากษาว่ามีความผิดแต่รอการกำหนดโทษ และกรณีที่รอการลงโทษ เงื่อนไขเบื้องต้นคือความเชื่อมโยงระหว่างการกระทำความผิดกับสารเสพติด กล่าวคือ ศาลต้องเห็นว่าผู้นั้นกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการเสพสุราเป็นอาจิณหรือการเป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ ข้อห้ามอาจครอบคลุมสุรา ยาเสพติดให้โทษ หรือทั้งสองอย่าง และมีกำหนดไม่เกินสองปีนับแต่วันพ้นโทษ หรือวันปล่อยตัวเพราะรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษ ระยะเวลาดังกล่าวจึงมิได้เดินในระหว่างที่ถูกจำคุก ส่วนวรรคสองกำหนดผลของการไม่ปฏิบัติตาม คือ ศาลจะสั่งให้ส่งไปคุมตัวไว้ในสถานพยาบาลเป็นเวลาไม่เกินสองปีก็ได้ ซึ่งเป็นมาตรการมุ่งบำบัดในทำนองเดียวกับมาตรา 48

ความสำคัญต่อ

มาตรการนี้มีผลยาวกว่าโทษ เพราะระยะเวลาสองปีเริ่มนับแต่วันพ้นโทษ มิใช่วันพิพากษา และการไม่ปฏิบัติตามอาจทำให้ถูกคุมตัวในสถานพยาบาลได้ถึงสองปี ซึ่งเป็นการจำกัดเสรีภาพจริงโดยไม่ต้องมีความผิดใหม่ มาตรานี้ใช้ได้เฉพาะเมื่อการกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการเสพสุราเป็นอาจิณหรือการติดยาเสพติดอย่างแท้จริง ความเชื่อมโยงดังกล่าวจึงเป็นประเด็นที่ควรโต้แย้งในชั้นกำหนดโทษ ผู้ต้องโทษในคดีที่เกี่ยวกับสุราหรือยาเสพติดควรทราบก่อนพ้นโทษว่าศาลสั่งอะไรไว้ และระยะเวลาเริ่มนับเมื่อใด

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 888/2548 (2005)

    เงื่อนไขวิธีการเพื่อความปลอดภัยที่ห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหลังพ้นโทษต้องอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด คำสั่งที่ใช้มาตรการไม่ถูกต้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกาแก้ไขได้แม้ไม่มีคู่ความฎีกา

    ในคดีเมทแอมเฟตามีน ศาลชั้นต้นสั่งห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิดภายในสองปีนับแต่วันพ้นโทษ ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการสั่งที่ไม่ถูกต้อง และเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกายกขึ้นแก้ไขได้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 23 คดี (พ.ศ. 2536 ถึง 2558)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 888/2548 (2005)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8593/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6879/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3346/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 114/2538 (1995)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5078/2537 (1994)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 874/2537 (1994)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 45/2537 (1994)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

ศาลจะสั่งห้ามผู้กระทำผิดเสพสุราหรือเภสัชกรรมได้เมื่อใด

ตามมาตรา 49 เมื่อศาลเห็นว่าผู้นั้นกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการเสพสุราเป็นอาจิณหรือการเป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ ศาลจะกำหนดข้อห้ามไว้ในคำพิพากษาได้ โดยมีกำหนดเวลาไม่เกินสองปี

เป็นเวลานานเริ่มนับเมื่อใด ๆ

นับแต่วันพ้นโทษ หรือวันปล่อยตัวเพราะรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษ มิได้นับในระหว่างที่ถูกจำคุก

โปรดฝ่าฝืนเงื่อนไขห้ามเสพจะรองรับ

ตามมาตรา 49 ศาลจะสั่งให้ส่งผู้นั้นไปคุมตัวไว้ในสถานพยาบาลเป็นเวลาไม่เกินสองปีก็ได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 49 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 49. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-49/ (accessed 17 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 49
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-49/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-49/"><p>ในกรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก หรือพิพากษาว่ามีความผิดแต่รอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษบุคคลใด ถ้าศาลเห็นว่าบุคคลนั้นได้กระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการเสพย์สุราเป็นอาจิณ หรือการเป็นผู้ติดยาเสพย์ติดให้โทษ ศาลจะกำหนดในคำพิพากษาว่า บุคคลนั้นจะต้องไม่เสพย์สุรา ยาเสพย์ติดให้โทษอย่างหนึ่งอย่างใด หรือทั้งสองอย่าง ภายในระยะเวลาไม่เกินสองปีนับแต่วันพ้นโทษ หรือวันปล่อยตัวเพราะรอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษก็ได้ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวในวรรคแรกไม่ปฏิบัติตามที่ศาลกำหนด ศาลจะสั่งให้ส่งไปคุมตัวไว้ในสถานพยาบาลเป็นเวลาไม่เกินสองปีก็ได้</p><footer>Penal Code, s. 49 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-49/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง