ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

กฎหมายอาญา

52: การลดโทษประหารชีวิต

ตัวบทกฎหมาย

ในการลดโทษประหารชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการลดมาตราส่วนโทษหรือลดโทษที่จะลง ให้ลดดังต่อไปนี้ (๑) ถ้าจะลดหนึ่งในสามให้ลดเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต (๒) ถ้าจะลดกึ่งหนึ่ง ให้ลดเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือโทษจำคุกตั้งแต่ยี่สิบห้าปีถึงห้าสิบปี

คำแปลภาษาอังกฤษ

In reducing the death penalty, whether it is a reduction of the scale of punishment or a reduction of the punishment to be imposed, the reduction shall be as follows:
(1) if the reduction is by one-third, it shall be reduced to imprisonment for life;
(2) if the reduction is by one-half, it shall be reduced to imprisonment for life or imprisonment from twenty-five years to fifty years.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 52 แปลงการลดโทษประหารชีวิตเป็นสัดส่วนให้เป็นโทษที่มีกำหนดแน่นอน เพราะโทษประหารไม่อาจแสดงเป็นเศษส่วนได้ ใช้ทั้งการลดมาตราส่วนโทษและการลดโทษที่จะลง หากลดหนึ่งในสามได้จำคุกตลอดชีวิต หากลดกึ่งหนึ่งได้จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกยี่สิบห้าปีถึงห้าสิบปี ให้ศาลมีช่วงดุลพินิจในระดับกึ่งหนึ่ง ใช้ประกอบมาตรา 53 (ลดโทษจำคุกตลอดชีวิต) และมาตรา 54 (ลำดับการเพิ่มลดโทษ) และมักใช้ร่วมกับการลดโทษบรรเทาตามมาตรา 78

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

สำหรับจำเลยที่เผชิญโทษประหาร เหตุบรรเทาโทษ เช่น คำรับสารภาพที่เป็นประโยชน์ อาจเป็นตัวชี้ระหว่างประหารชีวิตกับโทษจำคุกมีกำหนด เพราะมาตรา 52 แปลงการลดเป็นจำคุกตลอดชีวิต หรือในระดับกึ่งหนึ่งอาจต่ำถึงยี่สิบห้าปี การเลือกภายในช่วงยี่สิบห้าถึงห้าสิบปีเมื่อลดกึ่งหนึ่งเป็นดุลพินิจศาล การเสนอเหตุบรรเทาโทษจึงยังสำคัญแม้พ้นโทษประหารแล้ว ในคดีร้ายแรง การเตรียมคดีแต่เนิ่น ๆ เป็นสิ่งจำเป็น

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาฎีกาที่ 2585/2568 (2025)

    เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยจำคุกตลอดชีวิต ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง บัญญัติว่าคำพิพากษาเช่นว่านั้นจะยังไม่ถึงที่สุด เว้นแต่ศาลอุทธรณ์จะได้พิพากษายืน ดังนั้น แม้จำเลยจะอุทธรณ์เพียงขอให้ลงโทษสถานเบา ศาลอุทธรณ์ก็จำต้องพิจารณาและวินิจฉัยเสียก่อนว่าจำเลยได้กระทำความผิดนั้นจริงหรือไม่

    ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 1 อุทธรณ์เพียงขอให้ลงโทษสถานเบา และศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาเฉพาะปัญหาที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่ชอบ เพราะตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์จำต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดจริงหรือไม่ จึงยกขึ้นวินิจฉัยเองในฐานะปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย และพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้พิจารณาพิพากษาใหม่ โดยมิได้วินิจฉัยเรื่องการลดโทษตามมาตรา 52 แต่อย่างใด

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2813/2568 (2025)

    ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามมาตรา 289 (4) มีโทษประหารชีวิตสถานเดียว การพยายามต้องระวางโทษสองในสามของโทษประหาร เมื่อลดโทษประหารลงหนึ่งในสามตามมาตรา 52 (1) จึงเหลือจำคุกตลอดชีวิต

    ศาลอธิบายว่าฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามมาตรา 289 (4) มีโทษประหารชีวิตสถานเดียว การพยายามต้องระวางโทษสองในสาม เมื่อลดโทษประหารลงหนึ่งในสามตามมาตรา 52 (1) เหลือจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งศาลล่างลดกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุก 25 ปี

  3. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 6190/2567 (2024)

    มาตรา 52 ใช้แก่การลดโทษประหารชีวิต เมื่อศาลวินิจฉัยว่าเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288 และลงโทษจำคุกตลอดชีวิต การลดโทษกึ่งหนึ่งย่อมเป็นไปตามมาตรา 53 มิใช่มาตรา 52 คงจำคุก 25 ปี

    ศาลล่างพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและโดยทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย ลงโทษประหารชีวิต แล้วลดกึ่งหนึ่งด้วยเหตุรับสารภาพ ศาลฎีกาเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นโดยกะทันหัน และหยิบยกปัญหาเรื่องการกระทำโดยทรมานหรือทารุณโหดร้ายขึ้นวินิจฉัยเองในฐานะปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 288 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ลดกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี มิได้ปรับใช้มาตรา 52 (2)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 520 คดี (พ.ศ. 2509 ถึง 2569)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6190/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 179/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4394/2563 (2020)
  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4976/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4623/2562 (2019)
  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8929/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6930/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6768/2561 (2018)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

โทษประหารชีวิตลดอย่างไร

ตามมาตรา 52 การพิจารณาคดีประหารชีวิตเป็นประจำสามกำหนดให้ตลอดชีวิตและตัดสินกึ่งหนึ่งไปสู่ชีวิตหรือโทษจำคุกห้าปีถึงห้าสิบปี

การรับสารภาพช่วยในคดีที่มีโทษประหารหรือไม่

อาจช่วยได้สาเหตุของระบบสุริยะเช่นการรับสารภาพโดยใช้ตามมาตรา 78 เนื้อหามาตรา 52 จะแปลงประหารชีวิตเป็นโทษตลอดชีวิตหรือนักโทษในคุกมีกำหนด

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • การอ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52
  • การอ้างอิงทางวิชาการ ประมวลกฎหมายอาญา (ประเทศไทย), มาตรา 52. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-52/ (เข้าถึงเมื่อ 21 สิงหาคม 2026).
  • การอ้างอิงแบบไทย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-52/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-52/"><p>ในการลดโทษประหารชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการลดมาตราส่วนโทษหรือลดโทษที่จะลง ให้ลดดังต่อไปนี้ (๑) ถ้าจะลดหนึ่งในสามให้ลดเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต (๒) ถ้าจะลดกึ่งหนึ่ง ให้ลดเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือโทษจำคุกตั้งแต่ยี่สิบห้าปีถึงห้าสิบปี</p><footer>ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-52/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง