การปลอมแปลงเอกสาร (มาตรา 266) การใช้เอกสารปลอม (มาตรา 268) และ คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1385/2522 ตัวอย่าง: กองผู้ช่วยศาลฎีกา |
⚖️ ข้อสรุปสำคัญ ⚖️ประเด็นสำคัญ
การปลอมแปลงเอกสาร (มาตรา 266) การใช้เอกสารปลอม (มาตรา 268) และ การฉ้อโกง (มาตรา 341การกระทำหลายครั้งติดต่อกันอาจถือเป็นความผิดหลายกระทงจากการกระทำเพียงครั้งเดียว ศาลจะลงโทษเฉพาะความผิดที่ร้ายแรงที่สุดเท่านั้น.
เอกสารเอกสารปลอม (มาตรา 268) และฉ้อโกง (341) ที่เป็นผลเป็นกรรมเดียวเป็นเพียงกรรมเดียวที่หลายบทลงโทษตามบทที่หนักที่สุด
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร บทสรุป
ข้อเท็จจริงของคดี ข้อเท็จจริง
คำตัดสินของศาล (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
การปลอมแปลงเอกสาร (มาตรา 266) การใช้เอกสารปลอม (มาตรา 268) และการฉ้อโกง (มาตรา 341) ที่กระทำต่อเนื่องกัน ถือเป็นความผิดหลายกระทงจากการกระทำเพียงครั้งเดียว ศาลจะลงโทษเฉพาะความผิดที่ร้ายแรงที่สุดเท่านั้น.
เอกสารเอกสารปลอม (มาตรา 268) และฉ้อโกง (มาตรา 341) ที่เชื่อว่าเป็นกรรมเดียวเป็นกรรมเดียวเท่านั้นหลายบทให้ลงโทษตามบทที่หนักที่สุด
การวิเคราะห์ทางกฎหมาย โรงละคร
คำตัดสินของศาลเต็มคณะ คำพิพากษาฉบับเต็ม
ต่อไปนี้เป็นข้อความฉบับเต็มของคำตัดสินศาลฎีกาหมายเลข 1385/2522 แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th ต่อไปคือคำพิพากษาฎีกาที่ 1385/2522 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
ปี: 1979 (พ.ศ. 2522)
มาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง: อาญา — มาตรา 90, 266, 268, 341
สรุป
จำเลยปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ที่ดินและใช้เอกสารเหล่านั้นในการฉ้อโกง ศาลฎีกาได้ใช้หลักการ 'การกระทำเดียว หลายความผิด' ตามมาตรา 90 การปลอมแปลงเอกสาร (มาตรา 266) การใช้เอกสารปลอม (มาตรา 268) และการฉ้อโกง (มาตรา 341) ที่กระทำต่อเนื่องกัน ถือเป็นความผิดหลายกระทงจากการกระทำเพียงครั้งเดียว ศาลจึงลงโทษเฉพาะความผิดที่ร้ายแรงที่สุดเท่านั้น.
ข้อเท็จจริงของคดี
จำเลยปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ที่ดินและใช้เอกสารเหล่านั้นในการฉ้อโกง ศาลฎีกาได้นำหลักการ "การกระทำครั้งเดียว ความผิดหลายกระทง" ตามมาตรา 90 มาใช้พิจารณา.
คำตัดสินของศาล
การปลอมแปลงเอกสาร (มาตรา 266) การใช้เอกสารปลอม (มาตรา 268) และการฉ้อโกง (มาตรา 341) ที่กระทำต่อเนื่องกัน ถือเป็นความผิดหลายกระทงจากการกระทำเพียงครั้งเดียว ศาลจะลงโทษเฉพาะความผิดที่ร้ายแรงที่สุดเท่านั้น.
การวิเคราะห์ทางกฎหมาย
การปลอมแปลงเอกสาร (มาตรา 266) การใช้เอกสารปลอม (มาตรา 268) และการฉ้อโกง (มาตรา 341) ที่กระทำต่อเนื่องกัน ถือเป็นความผิดหลายกระทงจากการกระทำเพียงครั้งเดียว ศาลจะลงโทษเฉพาะความผิดที่ร้ายแรงที่สุดเท่านั้น.
ผลกระทบในทางปฏิบัติ
การอ้างสิทธิ์ป้องกันตนเองต้องแสดงให้เห็นถึงความสมดุลระหว่างภัยคุกคามและการกระทำเพื่อป้องกันตนเอง ต้องเก็บรักษาหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับภัยคุกคาม รวมถึงพยานและภาพจากกล้องวงจรปิด.
---
หมายเหตุ: นี่คือบทสรุปภาษาอังกฤษของคำพิพากษาต้นฉบับภาษาไทย.
สำหรับข้อความภาษาไทยที่ถูกต้อง โปรดดูฉบับภาษาไทยด้านบน
หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ deka.supremecourt.or.th.
จำเลยทำหนังสือรับรองการทำประโยชน์และทำสัญญาขายฝากปลอมขึ้นโดยใช้ฉ้อโกงผู้รักษาความปลอดภัยให้มอบเงินแก่จำเลยตามเอกสารปลอมในลักษณะที่เป็นความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 266,268,341 กฎหมายอาญามาตรา 266,268,341 กฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักตามการพิจารณากฎหมายอาญามาตรา 268
โจทก์ยืนยันว่าเมื่อวันใดไม่มีการปรากฏตัวอย่างเป็นทางการ 1 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2517 จำเลยที่ 2 โดยความเชื่อได้เปิดเผยโดยกล่าวว่าแสดงอันเป็นเท็จแก่นางเฉลียวว่าจำเลยที่ 2 มีที่นาจะขายฝากต่อไปพาญาตินางเฉลียวไปดูที่นาหลักของนางสาวเฉลียวหลงเชื่อซื้อฝากไว้หน้าวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2517 จำเลยมีสิทธิได้ร่วมกันสอบสวนนางเฉลียวโดยร่วมกันทำหนังสือรับรองประโยชน์ 1 ฉบับและสัญญาขายฝากที่ดิน 1 ฉบับให้กับนางเฉลียวโดยแจ้งว่าหนังสือและสัญญาที่ทำโดยถูกต้องความจริงจำเลยร่วมกันปลอมขึ้นนางเฉลียวหลงเชื่อมอบเงิน 19,000 บาทให้จำเลยที่ 2 ไป
26 กุมภาพันธ์ 2517 จำเลยที่ 1 ความมืดเสมียนพนักงานที่ดินเขตการปกครองในสมุนไพรแบบพิมพ์หนังสือรับรองการทำประโยชน์และแบบพิมพ์ต่าง ๆ ของทางราชการร่วมกับจำเลยที่ 2 ทำหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในด้านเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารผู้ดูแลระบบปลอมขึ้นทั้งฉบับโดยนำเอาแบบพิมพ์ของทางผู้อำนวยการที่ดินมาพิมพ์ตรวจข่าวเซ็นลายมือชื่อปลอมของนายวิสุทธิ์สูท์สำรวจนายอำเภอ และตราของอำเภอเมืองเพชรบูรณ์
26 กุมภาพันธ์ 2517 จำเลยที่ 1 เซิร์ฟเวอร์เสมียนพนักงานที่ดินเขตการปกครองในสมุนไพรแบบพิมพ์หนังสือสัญญาขายฝากที่ร่วมกับจำเลยที่ 2 ทำหนังสือสัญญาขายฝากเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารผู้ปกครองปลอมขึ้นทั้งฉบับแล้วนำไปใช้แสดงและมอบแก่นางเฉลียวขอให้ตรวจสอบตามกฏหมายอาญามาตรา 161, 264, 266, 268,341, 83, 33 เชอร์ริบเอกสารปลอมของกลางฉบับกลาง และให้จำเลยใช้ราคาทรัพย์ 19,000 แก่ผู้เสียหาย
จำเลยที่ยังคงให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำได้เลยว่ายังมีความผิดตามแบบฟอร์มกฎหมายอาญา มาตรา 161, 264, 266, 268, 341, 83 ความผิดตามมาตรา 161, 264, 266, 268 เป็นกรรมเดียวกันให้ตรวจสอบตามมาตรา 268 ในบทหนักฐานหนังสือปลอมรับรองการทำประโยชน์และหนังสือสัญญาขายฝากสถาบันกระทงละ 1 ปีฐานฉ้อฉโกงสถาบัน 6 เดือน รวมเพื่อการจำเลยร่วมกับคนละ 2 ปี 6 เดือนเอกสารปลอมของกลาง2 ฉบับให้ริบให้จำเลยมีส่วนร่วมใช้เงิน 19,000 บาทแก่ผู้เสียหาย
จำเลยที่ 1 จดหมายเหตุ
ศาลยุติธรรมพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ 1 โดยไม่มีความผิดตามมาตรา 161, 341 ในส่วนของเหตุการณ์การวินิจฉัยคดี จำเลยที่ 2 นักข่าวมาตรา 161 ด้วยจำเลยที่ 1 รักษามีความผิดตามมาตรา 266, 268 การปลอมหนังสือรับรองการทำประโยชน์และสัญญาขายฝากการพิจารณาคดีคราวเดียวกันนั้นก็ใช้แสดงคราวเดียวกันเป็นกรรมเดียวให้ตรวจสอบตามมาตรา 268 นักข่าว 266 รักษาการจำเลยที่ 1, 2 ปีจำเลยที่ 1 เคยเข้าร่วมจำเลยที่ 2 ใช้เงิน 19,000 บาทแก่ผู้ตัดสินที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำที่จำที่ 1 เสมียนพนักงานที่ดินอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ประจัญบานแบบพิมพ์ น.ส.3 ขายฝากและแบบพิมพ์อื่น ๆ กับสัญญาเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับที่ดินใน 26 ก.ค.2517 เวลา 9 ตรวจสอบผู้ตรวจสอบกับจำเลยที่ 2 ไปหาจำเลยที่ 1 ที่อำเภอ แจ้งความประสงค์ขอทำสัญญาขายฝากจำเลยที่ 1 หลักๆ สามารถสอบถามรายละเอียดได้เลยเกี่ยวกับที่ดินหรือพื้นที่ให้รออยู่เวลาประมาณ 13 นาฬิกาจำเลยที่ 1 บอกว่าสม่ำเสมอนำ น.ส.3 และสัญญาขายฝากมาให้ผู้มีชื่อเสียงและจำเลยที่ 2 เซ็นชื่อแล้วมอบ น.ส.3 และสัญญาขายฝากให้ผู้มีอำนาจในกลับมาถึงบ้านผู้รักษาความปลอดภัยการชำระเงินให้จำเลยที่ 2 เป็นเงิน 19,000 บาท ในครั้งต่อไป 3 - 4 เดือนที่ผู้มีอำนาจสอบสวนที่ขายฝากเป็นของผู้ให้บริการอีกครั้งไม่ยอมชำระเงินอย่างเป็นทางการและต้นกำเนิดว่า น.ส.3 และสัญญาขายฝากที่จำไว้เลยที่ 1 ทำขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเป็นทางการ ลายเซ็นของนายวิสุทธิ์ปอำเภอเป็นลายเซ็นชื่อปลอม
แล้ววินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่าตามคำสั่งอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ที่ 11/2517 เรื่องแบ่งหน้าที่การงานและมอบสิทธิพิเศษในข้อ 3.1 ให้จำเลยที่ 1 ส่วนประกอบแบบพิมพ์ส่วนต่างๆ จ่ายแบบพิมพ์ ส.ส.3 หรือใบแทนอื่นๆ ช่วยในการให้ดูแลเอกสารหรือรายงานเอกสารคำตรวจสอบโจทก์ว่าจำเลยที่ 1 เจ้าหน้าที่รับคำขอคำร้องผู้มายื่นเท่านั้นการที่จำเลยที่ 1 ปลอมหนังสือรับรองการทำประโยชน์และสัญญาขายฝากขึ้น ไม่ใช่การกระทำโดยอาศัยที่ตนมีตำแหน่งหน้าที่ จำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 161
ส่วนความผิดฐานฉ้อโกงนั้นเห็นว่าเห็นตามพฤติข้อเสียของจำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับรองการทำประโยชน์และสัญญาขายฝากขึ้นในวันเดียวกัน ผิดกฎของระเบียบของทางราชการตามคำเบิกความความของนายวิเชียรพนักงานที่ดินอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ดูโจทก์ว่าการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดีในสัญญาขายฝากที่ดีของการยื่นเรื่องราวก่อนประกาศโฆษณา 30 วันไม่มีผู้ใดทราบแล้วจึงพิจารณาเลยที่ 1 จะรู้เรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่จำเลยที่ 2 นำชี้ที่ดินของผู้อื่น แต่จำเลยที่ 1 เพื่อการร่วมคบคิดกับจำเลยที่ 2 โดยการเปิดเผยข้อมูลผู้เสียหายด้วยปกปิดข้อความจริงอันควรแจ้งแจ้ง ในขณะที่ออกหนังสือรับรองประโยชน์และทำสัญญาขายฝากการที่ผู้เสียหายชำระเงินให้จำเลยที่ 2 ที่บ้านเป็นไปตามแนวทางในการหาทำให้จำเลยที่ 1 สำรวจผิดไม่ที่ศาลยุติธรรมไม่จำเลยที่ 1 ฐานฉ้อโกงด้วยบางส่วนของศาลฎีกา แต่การใช้หนังสือรับรองการทำประโยชน์และหนังสือสัญญาขายฝากปลอมกับความผิดฉ้อโกงกรรมเป็นเดียวกันผิดต่อกฎหมายหลายบทที่ศาลชั้นต้นถึงความผิดหลายกระทง เป็นที่ทำให้เกิดการร้องเรียนคดีศาลฎีกาพิพากษาถึงจำฐานเลยที่ 2 ไม่ยื่นขอฎีกาด้วย
พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 266, 268, 341 กฎหมายการลงโทษอันเป็นเอกสารราชการปลอมเป็นบทหนักตามมาตรา 268 กฎหมายมาตรา 266 คดีคนละ 2 ปีให้มีการใช้เงิน 19,000 บาทแก่ผู้ตรวจสอบฐานที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลยุติธรรม
มาตรารหัสที่อ้างอิง มาตราที่อ้างอิง
💡 สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับคุณ 💡 นั่นหมายถึงสำหรับคุณ
คำถามที่พบบ่อย เลย
เมื่อใดจึงจะถือว่าการป้องกันตนเองเป็นข้อแก้ตัวที่ถูกต้องตามกฎหมายอาญาไทย? การป้องกันตัวเป็นข้อต่อสู้ที่ถูกต้องตามกฎหมายอาญาไทยเมื่อใด?
ในคำตัดสินที่ 1385/2522 การปลอมแปลงเอกสาร (มาตรา 266) การใช้เอกสารปลอม (มาตรา 268) และการฉ้อโกง (มาตรา 341) ที่กระทำต่อเนื่องกัน ถือเป็นความผิดหลายกระทงจากการกระทำเพียงครั้งเดียว ศาลจะลงโทษเฉพาะความผิดที่ร้ายแรงที่สุดเท่านั้น.
ฎีกาวินิจฉัยในคำพิพากษาที่ 1385/2522 เกี่ยวกับมาตรา 90, 266, 268
📖 อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลที่ไม่เป็นทางการและมีไว้เพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้น ข้อความที่ถูกต้องตามกฎหมายของไทยนั้นอยู่ในภาษาไทยที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (รัชกิตชันนุเบกษา(เนื้อหาในนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง โปรดปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม).
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด. ข้อความในกฎหมายไทย (คนบทกฎหมาย) และคำพิพากษาของศาลฎีกา (ทวิภาคี) ฉบับภาษาไทยดั้งเดิมนั้นอยู่ในสาธารณสมบัติตามที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา) ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (1994) เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมด รวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินของศาลฎีกา (Dika) คำอธิบายทางกฎหมาย การอ้างอิงโยง คำอธิบาย และบทวิเคราะห์บรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และบรรณาธิการของมัน, เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชูดา อัตธัตเมธาคอน (ปริญญาโทด้านกฎหมาย) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ความรู้แก่เว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้ข้อมูลเฉพาะผู้ปฏิบัติงานกฎหมายที่คือภาษาไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำสำหรับคำถามวิจัยเฉพาะที่ปรึกษาทนายความไทย
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ออนไลน์ จำกัด พนักงานบทกฎหมายภาษาไทยและคำตัดสินศาลฎีกาต้นฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 ส่วนที่เหลือลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมดรวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินศาลฎีกาคำอธิบายกฎหมาย อ้างถึงบทวิจารณ์วิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางลาดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และตอน ฉลองเตียงรับรองบรูโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ค้นคว้าวิจัยหรือเผยแพร่โดยค้นคว้า