มาตรา 266: ปลอมเอกสารสำคัญเฉพาะประเภท
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดปลอมเอกสารดังต่อไปนี้ (๑) เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ (๒) พินัยกรรม (๓) ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ หรือใบสำคัญของใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้ (๔) ตั๋วเงิน หรือ (๕) บัตรเงินฝาก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever forges any of the following documents:
(1) a document of title that is an official document;
(2) a will;
(3) a share certificate, a debenture certificate, or a warrant for a share certificate or a debenture certificate;
(4) a bill, that is, a bill of exchange, a promissory note, or a cheque; or
(5) a certificate of deposit,
shall be liable to imprisonment from one year to ten years and a fine from twenty thousand baht to two hundred thousand baht.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 266 เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารที่มีโทษหนักที่สุด เหนือกว่ามาตรา 264 และ 265 เหตุฉกรรจ์คือประเภทของเอกสาร ซึ่งจำกัดเฉพาะเอกสารห้าประเภทตาม (1) ถึง (5) ได้แก่ เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ พินัยกรรม ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ หรือใบสำคัญของใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้ ตั๋วเงินตามความหมายในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเช็ค) และบัตรเงินฝาก การลงโทษตามมาตรานี้ต้องได้ความว่าเอกสารที่ปลอมอยู่ในห้าประเภทดังกล่าว มิฉะนั้นต้องปรับบทเป็นมาตรา 265 หรือ 264 ประเภทที่มีข้อพิพาทมากที่สุดในทางปฏิบัติคือพินัยกรรม ทำให้มาตรานี้เป็นบทหลักในคดีมรดกที่มีการโต้แย้งความแท้จริงของพินัยกรรม ส่วนการใช้เอกสารที่ปลอมตามมาตรานี้เป็นความผิดตามมาตรา 268 ซึ่งมีโทษเท่ากันคือหนึ่งปีถึงสิบปี.
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
โทษตามมาตรา 266 รุนแรง มีขั้นต่ำหนึ่งปีและขั้นสูงสิบปี ทำให้โอกาสรอการลงโทษน้อยกว่ามาตรา 264 และ 265 มาก โดยเฉพาะเมื่อมูลค่าที่เกี่ยวข้องสูง คดีมักฟ้องมาตรา 266 ควบคู่กับการใช้เอกสารปลอมตามมาตรา 268 และความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอกเมื่อเกี่ยวข้องกับลูกจ้างหรือผู้มีหน้าที่ดูแลทรัพย์ ข้อต่อสู้มักอยู่ที่ว่าเอกสารที่ปลอมเข้าประเภทใดในสี่ประเภทหรือไม่ เพราะการปรับบทผิดอาจทำให้เข้ามาตราที่เบากว่า เมื่อโทษสูง การชดใช้ค่าเสียหาย ความร่วมมือ และการปรึกษาทนายแต่เนิ่นๆ มีผลต่อผลคดีอย่างมาก.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3471/2567 (2024)
มาตรา 266 (1) ต้องเป็นการปลอมเอกสารสิทธิซึ่งเป็นเอกสารราชการ เอกสารการชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท. 5) เป็นเอกสารที่เจ้าพนักงานทำขึ้นในหน้าที่เพื่อมอบให้แก่ผู้ครอบครองที่ดินไว้เป็นหลักฐานในการชำระภาษี จึงเป็นเอกสารราชการตามมาตรา 1 (8) แต่มิใช่หลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ จึงไม่เป็นเอกสารสิทธิตามมาตรา 1 (9) แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ก็ลงโทษฐานปลอมหรือใช้เอกสารเช่นว่านั้นตามมาตรา 266 (1) ไม่ได้
จำเลยแก้ไขชื่อและชื่อสกุลเจ้าของที่ดินที่แท้จริงในเอกสารการชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท. 5) แล้วนำไปแสดงและส่งมอบเพื่อเป็นประกันหนี้เงินกู้แก่โจทก์ และให้การรับสารภาพตามฟ้องซึ่งขอให้ลงโทษตามมาตรา 264, 265, 266 และ 268 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารราชการตามมาตรา 1 (8) แต่ไม่เป็นเอกสารสิทธิตามมาตรา 1 (9) แม้จำเลยรับสารภาพ ก็ลงโทษฐานปลอมเอกสารสิทธิซึ่งเป็นเอกสารราชการและฐานใช้เอกสารดังกล่าวไม่ได้ จึงพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 265 และมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ทั้งวินิจฉัยว่าคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 28 ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคนใหม่จึงมีอำนาจพิจารณาและทำคำพิพากษาได้
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 211 คดี (พ.ศ. 2502 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5501/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4225/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 15315/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1721/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1761/2552 (2009)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3636/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9051/2547 (2004)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2261/2547 (2004)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
เอกสารประเภทใดบ้างที่เข้ามาตรา 266
มีห้าประเภท ตามที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (5) ของมาตรานี้ ได้แก่ เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ พินัยกรรม ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ หรือใบสำคัญของใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้ ตั๋วเงิน อันได้แก่ ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเช็ค และบัตรเงินฝาก การปลอมเอกสารประเภทใดประเภทหนึ่งในห้าประเภทนี้มีโทษหนักที่สุดในความผิดฐานปลอมเอกสาร คือจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท ส่วนเอกสารที่อยู่นอกห้าประเภทนี้ต้องปรับบทเป็นมาตรา 265 หรือมาตรา 264
การปลอมพินัยกรรมเป็นความผิดร้ายแรงในไทยหรือไม่
ใช่ พินัยกรรมระบุไว้โดยชัดแจ้งในมาตรา 266 (2) การปลอมพินัยกรรมจึงมีโทษจำคุกหนึ่งถึงสิบปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท ซึ่งหนักกว่าการปลอมเอกสารทั่วไปมาก.
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 266 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 266. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-266/ (accessed 9 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 266 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-266/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-266/"><p>ผู้ใดปลอมเอกสารดังต่อไปนี้ (๑) เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ (๒) พินัยกรรม (๓) ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ หรือใบสำคัญของใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้ (๔) ตั๋วเงิน หรือ (๕) บัตรเงินฝาก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท</p><footer>Penal Code, s. 266 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-266/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา