สภาพจิตใจและความตั้งใจของจำเลยที่จะได้รับผลประโยชน์ คำพิพากษาฎีกาที่ 4181/2542: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าความรุนแรงตามมาตรา 1(1) ถือเป็นประวัติจิตใจที่ต้
⚖️ ข้อสรุปสำคัญ ⚖️ประเด็นสำคัญ
The defendant's state of mind and intention to obtain an advantage to which he was not legally entitled must be proven as existing at the moment of the criminal conduct, not before or after. This decision is a key authority on the mens rea requirement for property offences including การขโมย, การฉ้อโกง, และ misappropriation.
ฎีกาวินิจฉัยว่าการพิจารณาคดีตามมาตรา 1(1) เป็นผลสืบเนื่องทางจิตใจที่จำเป็นต้องมีการปฏิบัติตามกฎหมายที่พิสูจน์ว่าจำเลยมีข้อดีที่มิควรจะชอบด้วยกฎหมายจำนวนมากที่ตามมาการการ
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร บทสรุป
ข้อเท็จจริงของคดี ข้อเท็จจริง
คำตัดสินของศาล (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
The defendant's state of mind and intention to obtain an advantage to which he was not legally entitled must be proven as existing at the moment of the criminal conduct, not before or after. This decision is a key authority on the mens rea requirement for property offences including theft, fraud, and misappropriation.
ฎีกาวินิจฉัยว่าการพิจารณาคดีตามมาตรา 1(1) เป็นผลสืบเนื่องทางจิตใจที่จำเป็นต้องมีการปฏิบัติตามกฎหมายที่พิสูจน์ว่าจำเลยมีข้อดีที่มิควรจะชอบด้วยกฎหมายจำนวนมากที่ตามมาการการ
การวิเคราะห์ทางกฎหมาย โรงละคร
คำตัดสินของศาลเต็มคณะ คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 4181/2542. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4181/2542 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
Year: 1999 (B.E. 2542)
Relevant Code Sections: Criminal — Section(s) 1, 334, 341, 352
สรุป
The Supreme Court emphasized that 'dishonesty' (โดยทุจริต) under Section 1(1) is a subjective element that must exist at the time of the act. The defendant's state of mind and intention to obtain an advantage to which he was not legally entitled must be proven as existing at the moment of the criminal conduct, not before or after. This decision is a key authority on the mens rea requirement for property offences including theft, fraud, and misappropriation.
ข้อเท็จจริงของคดี
The Supreme Court emphasized that 'dishonesty' (โดยทุจริต) under Section 1(1) is a subjective element that must exist at the time of the act.
คำตัดสินของศาล
The defendant's state of mind and intention to obtain an advantage to which he was not legally entitled must be proven as existing at the moment of the criminal conduct, not before or after. This decision is a key authority on the mens rea requirement for property offences including theft, fraud, and misappropriation.
การวิเคราะห์ทางกฎหมาย
The defendant's state of mind and intention to obtain an advantage to which he was not legally entitled must be proven as existing at the moment of the criminal conduct, not before or after. This decision is a key authority on the mens rea requirement for property offences including theft, fraud, and misappropriation.
ผลกระทบในทางปฏิบัติ
Fraud and theft require proof of specific intent. Document all agreements clearly. Foreigners are frequent targets of fraud in Thailand.
---
หมายเหตุ: นี่คือบทสรุปภาษาอังกฤษของคำพิพากษาต้นฉบับภาษาไทย.
สำหรับข้อความภาษาไทยที่ถูกต้อง โปรดดูฉบับภาษาไทยด้านบน
หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ deka.supremecourt.or.th.
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352และให้คืนหรือชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 3 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 240,347 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย
จำเลยจดหมายเหตุ
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
ฝาเลย อัดรีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 สำหรับคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าจำเลยเป็นลูกจ้างผู้เสียหายมีหน้าที่จำหน่ายสินค้าให้แก่ลูกค้าแล้วนำเงินมามอบให้ผู้เสียหาย จำเลยรับสินค้าจำนวน 28 รายการตามฟ้องไปจากผู้เสียหายแล้ว มิได้นำไปจำหน่ายแก่ลูกค้า แต่นำไปจำนำและขายฝากเป็นการเบียดบังทรัพย์สินของผู้อื่นที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยโดยทุจริต
จำเลยฎีกาข้อแรกว่า พนักงานของผู้เสียหายไม่มีเงินเดือนแต่จะได้รับรายได้จากค่าคอมมิชชั่นของการขายและเปอร์เซ็นต์จากการขายเป็นรายเดือนดังนั้น จำเลยจึงไม่ใช่เป็นลูกจ้างผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เห็นว่า ไม่ว่าจำเลยจะเป็นลูกจ้างผู้เสียหายหรือไม่ก็ตาม เมื่อจำเลยครอบครองทรัพย์ของผู้เสียหายแล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นไปโดยทุจริต ย่อมมีความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ฎีกาข้อนี้ของจำเลยจึงไม่เป็นสาระสำคัญแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย
ปัญหาที่จะวินิจฉัยตามฎีกาข้อสุดท้ายของจำเลยมีว่าการกระทำของจำเลยเป็นเพียงผิดสัญญาทางแพ่งหรือไม่ โดยจำเลยอ้างว่าการที่จำเลยเบิกสินค้าที่อยู่ในความดูแลของผู้จัดการสาขาของผู้เสียหายแล้วนำไปขายให้ลูกค้า โดยจำเลยได้เงินตอบแทนเป็นค่าคอมมิชชั่นและได้เงินเปอร์เซ็นต์ แต่จะต้องส่งเงินที่ขายได้หรือเก็บได้ในราคาที่ทางบริษัทผู้เสียหายกำหนดจึงมิใช่กรณีจำเลยรับมอบสินค้าไว้แทนผู้เสียหาย แต่เป็นเรื่องผู้เสียหายขายสินค้าเชื่อให้แก่จำเลย เมื่อจำเลยไม่คืนสินค้าหรือนำส่งเงินที่เก็บได้ให้แก่ผู้เสียหาย จึงเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้นเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังเป็นยุติว่า ผู้เสียหายได้มอบสินค้าให้จำเลยนำไปจำหน่ายแก่ลูกค้า มิใช่เป็นการขายสินค้าจำนวน 28 รายการ ให้แก่จำเลยเมื่อจำเลยครอบครองทรัพย์ของผู้เสียหายแล้วเบียดบังเอาไปโดยทุจริต การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิด ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย
พิพากษายืน
มาตรารหัสที่อ้างอิง มาตราที่อ้างอิง
💡 สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับคุณ 💡 นั่นหมายถึงสำหรับคุณ
คำถามที่พบบ่อย เลย
ต้องพิสูจน์อะไรบ้างจึงจะสามารถตัดสินลงโทษในคดีลักทรัพย์หรือฉ้อโกงในประเทศไทยได้? บทพิสูจน์อะไรเพื่อลงโทษคดีลักทรัพย์หรือฉ้อโกง?
In Decision 4181/2542, The defendant's state of mind and intention to obtain an advantage to which he was not legally entitled must be proven as existing at the moment of the criminal conduct, not before or after. This decision is a key authority on the mens rea requirement for property offences including theft, fraud, an
ศาลฎีกาวินิจฉัยในคำพิพากษาที่ 4181/2542 เกี่ยวกับมาตรา 1, 334, 341
📖 อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลที่ไม่เป็นทางการและมีไว้เพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้น ข้อความที่ถูกต้องตามกฎหมายของไทยนั้นอยู่ในภาษาไทยที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (รัชกิตชันนุเบกษา(เนื้อหาในนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง โปรดปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม).
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด. ข้อความในกฎหมายไทย (คนบทกฎหมาย) และคำพิพากษาของศาลฎีกา (ทวิภาคี) ฉบับภาษาไทยดั้งเดิมนั้นอยู่ในสาธารณสมบัติตามที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา) ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (1994) เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมด รวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินของศาลฎีกา (Dika) คำอธิบายทางกฎหมาย การอ้างอิงโยง คำอธิบาย และบทวิเคราะห์บรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และบรรณาธิการของมัน, เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชูดา อัตธัตเมธาคอน (ปริญญาโทด้านกฎหมาย) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ความรู้แก่เว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้ข้อมูลเฉพาะผู้ปฏิบัติงานกฎหมายที่คือภาษาไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำสำหรับคำถามวิจัยเฉพาะที่ปรึกษาทนายความไทย
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ออนไลน์ จำกัด พนักงานบทกฎหมายภาษาไทยและคำตัดสินศาลฎีกาต้นฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 ส่วนที่เหลือลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมดรวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินศาลฎีกาคำอธิบายกฎหมาย อ้างถึงบทวิจารณ์วิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางลาดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และตอน ฉลองเตียงรับรองบรูโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ค้นคว้าวิจัยหรือเผยแพร่โดยค้นคว้า