มาตรา 1484 : Taking over or separating the marital property
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าคู่สมรสฝ่ายซึ่งมีอำนาจจัดการสินสมรส
(๑) จัดการสินสมรสเป็นที่เสียหายถึงขนาด
(๒) ไม่อุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่ง
(๓) มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือทำหนี้เกินกึ่งหนึ่งของสินสมรส
(๔) ขัดขวางการจัดการสินสมรสของอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(๕) มีพฤติการณ์ปรากฏว่าจะทำความหายนะให้แก่สินสมรส
อีกฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอให้ศาลสั่งอนุญาตให้ตนเป็นผู้จัดการสินสมรสแต่ผู้เดียวหรือสั่งให้แยกสินสมรสได้
ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีคำขอ ศาลอาจกำหนดวิธีคุ้มครองชั่วคราวเพื่อจัดการสินสมรสได้ตามที่เห็นสมควร และหากเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้นำบทบัญญัติเรื่องคำขอในเหตุฉุกเฉินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับ
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
If the spouse who has the power to manage the marital property:
(1) manages it in a way that causes serious damage;
(2) fails to maintain the other spouse;
(3) is insolvent, or incurs debts exceeding one half of the marital property;
(4) obstructs the other spouse's management of the marital property without reasonable cause; or
(5) behaves in a way that appears likely to bring ruin upon the marital property;
the other spouse may apply to the court for an order permitting them to be the sole manager of the marital property, or for an order separating the marital property.
In a case under paragraph one, if application is made, the court may order such temporary protective measures for the management of the marital property as it thinks fit; and in a case of urgency, the provisions of the Civil Procedure Code on applications in cases of emergency apply.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 1484 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 5 (ครอบครัว) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 11 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2561)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2854/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3392/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1326/2539 (1996)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 901/2536 (1993)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4214/2534 (1991)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3980/2532 (1989)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 635/2490 (1947)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5690/2552 (2009)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil and Commercial Code, s. 1484 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil and Commercial Code (Thailand), s. 1484. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1484/ (accessed 8 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.พ.พ. มาตรา 1484 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1484/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1484/"><p>ถ้าคู่สมรสฝ่ายซึ่งมีอำนาจจัดการสินสมรส (๑) จัดการสินสมรสเป็นที่เสียหายถึงขนาด (๒) ไม่อุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่ง (๓) มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือทำหนี้เกินกึ่งหนึ่งของสินสมรส (๔) ขัดขวางการจัดการสินสมรสของอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (๕) มีพฤติการณ์ปรากฏว่าจะทำความหายนะให้แก่สินสมรส อีกฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอให้ศาลสั่งอนุญาตให้ตนเป็นผู้จัดการสินสมรสแต่ผู้เดียวหรือสั่งให้แยกสินสมรสได้ ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีคำขอ ศาลอาจกำหนดวิธีคุ้มครองชั่วคราวเพื่อจัดการสินสมรสได้ตามที่เห็นสมควร และหากเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้นำบทบัญญัติเรื่องคำขอในเหตุฉุกเฉินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับ</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 1484 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1484/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา