มาตรา 14: การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขวิธีการเพื่อความปลอดภัย
ตัวบทกฎหมาย
ในกรณีที่มีผู้ถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยใดอยู่ และได้มีบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่จะสั่งให้มีการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นไป ซึ่งเป็นผลอันไม่อาจนำมาใช้บังคับแก่กรณีของผู้นั้นได้ หรือนำมาใช้บังคับได้แต่การใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังเป็นคุณแก่ผู้นั้นยิ่งกว่า เมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาล หรือเมื่อผู้นั้น ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้ยกเลิกการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัย หรือร้องขอรับผลตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้น แล้วแต่กรณี ให้ศาลมีอำนาจสั่งตามที่เห็นสมควร
คำแปลภาษาอังกฤษ
Where a person is subject to the application of a measure of safety, and a provision of a law enacted afterwards changes the conditions for ordering the application of that measure of safety, with the result that it cannot be applied to the case of that person, or that it can be applied but the application of the measure of safety under the law enacted afterwards is more favourable to that person, then, when it appears to the court from the record, or when that person, that person's legal representative, that person's curator, or the public prosecutor applies to the court for the application of the measure of safety to be cancelled, or applies to receive the benefit under the provisions of that law, as the case may be, the court has the power to make such order as it thinks fit.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 14 กล่าวถึงกรณีกลางระหว่างมาตรา 12 (อำนาจและเวลาของกฎหมาย) กับมาตรา 13 (การยกเลิกโดยสิ้นเชิง) กล่าวคือวิธีการเพื่อความปลอดภัยยังคงมีอยู่แต่เงื่อนไขถูกเปลี่ยนแปลงโดยกฎหมายในภายหลัง ศาลมีอำนาจเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ แต่เฉพาะเมื่อเป็นคุณแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากกว่า และศาลอาจสั่งเองหรือเมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอ คำว่าผู้มีส่วนได้เสียกว้างกว่าคำว่าผู้ถูกใช้วิธีการในมาตรา 13 เมื่อรวมกัน มาตรา 12 ถึง 15 ก่อเป็นระบบกฎหมายที่เป็นคุณสำหรับวิธีการเพื่อความปลอดภัยที่สอดคล้องกัน คู่ขนานกับการปฏิบัติต่อโทษในมาตรา 2 และ 3
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
มาตรา 14 เป็นเครื่องมือที่ใช้เมื่อวิธีการเพื่อความปลอดภัยยังคงมีอยู่แต่เงื่อนไขผ่อนคลายลงตามกฎหมายในภายหลัง ผู้มีส่วนได้เสีย ไม่เฉพาะผู้ถูกใช้วิธีการ อาจขอให้ศาลเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามเงื่อนไขใหม่ที่เป็นคุณกว่า เงื่อนไขคือการเปลี่ยนแปลงต้องเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ศาลจะไม่ใช้มาตรา 14 ทำให้วิธีการหนักขึ้น ในทางปฏิบัติมักเกิดกับมาตรการที่ใช้ต่อเนื่องยาวนาน เช่น การกักกัน ที่การแก้ไขกฎหมายทำให้เหตุแคบลงหรือระยะเวลาสั้นลง ผู้ที่ยังถูกใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยควรตรวจสอบว่าการแก้ไขในภายหลังเป็นเหตุให้ยื่นคำร้องตามมาตรา 14 ได้หรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 709/2503 (1960)
ตามมาตรา 14 ศาลมีอำนาจสั่งตามที่เห็นสมควรเกี่ยวกับวิธีการเพื่อความปลอดภัย และอาจสั่งให้ยกเลิกการกักกันจำเลยได้
เมื่อความผิดฐานทำร้ายร่างกายนำมากักกันไม่ได้และคงเหลือเพียงความผิดฐานลักทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าศาลมีอำนาจตามมาตรา 14 ที่จะสั่งตามที่เห็นสมควร และอาจสั่งยกเลิกการกักกันจำเลยได้
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 17 คดี (พ.ศ. 2501 ถึง 2569)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 674/2520 (1977)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1559/2506 (1963)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 709/2503 (1960)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3836/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2778/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6416/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2851/2552 (2009)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8611/2547 (2004)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
วิธีการเพื่อความปลอดภัยแก้ไขได้หรือไม่หากกฎหมายภายหลังเปลี่ยนเงื่อนไข
ได้ ตามมาตรา 14 ศาลอาจเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการให้เป็นไปตามกฎหมายในภายหลัง หากเป็นคุณแก่ผู้ถูกใช้วิธีการมากกว่า
ใครขอให้เปลี่ยนแปลงตามมาตรา 14 ได้
ศาลอาจสั่งเองเมื่อเห็นสมควร หรือผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอให้เพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลง ซึ่งกว้างกว่าเฉพาะผู้ถูกใช้วิธีการ
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 14 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 14. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-14/ (accessed 6 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 14 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-14/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-14/"><p>ในกรณีที่มีผู้ถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยใดอยู่ และได้มีบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่จะสั่งให้มีการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นไป ซึ่งเป็นผลอันไม่อาจนำมาใช้บังคับแก่กรณีของผู้นั้นได้ หรือนำมาใช้บังคับได้แต่การใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังเป็นคุณแก่ผู้นั้นยิ่งกว่า เมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาล หรือเมื่อผู้นั้น ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้ยกเลิกการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัย หรือร้องขอรับผลตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้น แล้วแต่กรณี ให้ศาลมีอำนาจสั่งตามที่เห็นสมควร</p><footer>Penal Code, s. 14 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-14/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา