ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

กฎหมายอาญา

142: ทำลายทรัพย์ที่เจ้าพนักงานยึด

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สิน หรือเอกสารใด ๆ อันเจ้าพนักงานได้ยึด รักษาไว้ หรือสั่งให้ส่งเพื่อเป็นพยานหลักฐาน หรือเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ว่าเจ้าพนักงานจะรักษาทรัพย์หรือเอกสารนั้นไว้เอง หรือสั่งให้ผู้นั้นหรือผู้อื่น ส่งหรือรักษาไว้ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever damages, destroys, conceals, takes away, or causes the loss of, or renders useless, any property or document that an official has seized, kept, or ordered to be delivered as evidence, or to enforce the law, whether the official keeps such property or document himself or has ordered that person or another to deliver or keep it, shall be liable to imprisonment not exceeding three years, or a fine not exceeding sixty thousand baht, or both.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา ๑๔๒ คุ้มครองทรัพย์สินหรือเอกสารที่อยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานในฐานะพยานหลักฐานหรือเพื่อบังคับใช้กฎหมาย เป็นบทเสริมมาตรา ๑๔๑ ที่คุ้มครองตราหรือเครื่องหมายมิใช่ตัวทรัพย์ องค์ประกอบคือ ทรัพย์สินหรือเอกสารที่เจ้าพนักงานได้ยึด รักษา หรือสั่งให้ส่ง เพื่อเป็นพยานหลักฐานหรือบังคับการตามกฎหมาย และการกระทำที่ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ ความผิดใช้ไม่ว่าผู้ใดครอบครองสิ่งนั้น ไม่ว่าเจ้าพนักงานรักษาเอง ผู้กระทำถูกสั่งให้รักษา หรือบุคคลที่สามครอบครอง โทษสูงถึงสามปี สูงกว่ามาตรา ๑๔๑ เพราะมุ่งที่คุณค่าในการเป็นพยานหลักฐานหรือการบังคับใช้กฎหมายของตัวทรัพย์ มิใช่เพียงเครื่องหมาย

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ข้อหานี้มักเกิดเมื่อมีผู้จำหน่าย ซ่อน หรือทำให้เสียหายซึ่งสิ่งของ เช่น เอกสารหรือยานพาหนะ ที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่อื่นยึดและรักษาไว้เป็นพยานหลักฐาน และเคยใช้กับการทำลายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารที่พนักงานสอบสวนยึดรักษาไว้เป็นพยานหลักฐานโดยตรง โทษสูงถึงสามปี ข้อสำคัญคือแม้สิ่งของถูกฝากไว้ในความครอบครองของผู้ถูกกล่าวหาเองเพื่อรักษา การเข้าไปยุ่งก็ยังเป็นความผิด ในทางปฏิบัติมักฟ้องรวมกับความผิดหลักที่กำลังสอบสวน การยุ่งกับพยานหลักฐานจึงอาจเพิ่มโทษคดีเดิม ผู้ที่ได้รับแจ้งว่าทรัพย์อยู่ในความรักษาของเจ้าพนักงานควรถือว่าห้ามแตะต้อง

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 7139/2553 (2010)

    การทำให้เสียหาย ทำลาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารที่พนักงานสอบสวนยึดรักษาไว้เป็นพยานหลักฐาน เป็นความผิดตามมาตรา 142

    จำเลยถูกฟ้องตามมาตรา 142 และ 288 พร้อมความผิดอาวุธปืน จำเลยรับสารภาพในข้อหาต่าง ๆ รวมถึงการทำให้เสียหาย ทำลาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารที่พนักงานสอบสวนยึดรักษาไว้เป็นพยานหลักฐาน ยืนยันว่าการกระทำเช่นนั้นเข้าข่ายมาตรา 142

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 20 คดี (พ.ศ. 2503 ถึง 2561)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7504/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9567/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1392/2536 (1993)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 228/2534 (1991)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3019/2531 (1988)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2145/2531 (1988)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3038/2530 (1987)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3854/2525 (1982)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

นักโทษตามมาตรา 142 ในส่วนนี้

จำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยผู้ถือครองทรัพย์สินจะยึดถือหรือไม่

ไม่ใช้ความผิดไม่ว่าเจ้าพนักงานรักษาเองผู้มีอำนาจมักจะถูกรักษาหรือควบคุมการครอบครอง

เอกสารที่ตำรวจยึดถือความผิดหรือไม่

ตรวจสอบโดยไม่มีประโยชน์หรือทำลายเอกสารที่พนักงานสอบสวนยึดรักษาไว้เป็นหลักฐานการตรวจสอบเข้าข่ายมาตรา 142

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • การอ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 142 (Thailand)
  • การอ้างอิงทางวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 142. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-142/ (accessed 21 สิงหาคม 2026).
  • การอ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 142
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-142/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-142/"><p>ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สิน หรือเอกสารใด ๆ อันเจ้าพนักงานได้ยึด รักษาไว้ หรือสั่งให้ส่งเพื่อเป็นพยานหลักฐาน หรือเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ว่าเจ้าพนักงานจะรักษาทรัพย์หรือเอกสารนั้นไว้เอง หรือสั่งให้ผู้นั้นหรือผู้อื่น ส่งหรือรักษาไว้ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 142 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-142/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง