148: เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจ
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever, being an official, wrongfully exercises the power of his office to coerce or induce any person to deliver or procure property or any other benefit for himself or for another, shall be punished with imprisonment from five to twenty years or imprisonment for life, and a fine from one hundred thousand to four hundred thousand baht, or death.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 148 เป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบเพื่อรีดเอาทรัพย์ องค์ประกอบคือ (1) เป็นเจ้าพนักงาน (2) ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ (3) ข่มขืนใจหรือจูงใจบุคคลใด (4) ให้มอบหรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์แก่ตนหรือผู้อื่น ต่างจากสินบนตามมาตรา 149 ตรงที่มาตรา 149 ลงโทษการเรียกหรือรับประโยชน์เพื่อกระทำการในตำแหน่ง ส่วนมาตรา 148 ลงโทษการใช้อำนาจโดยมิชอบบีบบังคับให้ได้ประโยชน์ โดยมากมีการขู่ด้วยการใช้อำนาจรัฐ บุคคลที่ถูกข่มขืนใจต้องมิใช่ผู้ร่วมกระทำผิด หากบีบบังคับผู้ร่วมขบวนการด้วยกันย่อมขาดองค์ประกอบข้อนี้ มาตรานี้เป็นหนึ่งในไม่กี่มาตราที่มีโทษถึงประหารชีวิต.
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
มาตรานี้มีโทษหนักที่สุดในหมวด อาจถึงประหารชีวิต ยอมความไม่ได้ และรัฐเป็นผู้ดำเนินคดีผ่านกระบวนการปราบปรามการทุจริต ข้อต่อสู้ที่พบบ่อยมีสองประการ ประการแรกคือหากโจทก์มิได้บรรยายฟ้องขอลงโทษตามมาตรา 148 ศาลจะลงโทษตามมาตรานี้ไม่ได้ แม้ข้อเท็จจริงจะเข้าองค์ประกอบ ประการที่สองคือผู้ที่จ่ายเป็นผู้ร่วมกระทำผิด มิใช่บุคคลภายนอกที่ถูกข่มขืนใจ ซึ่งทำให้ขาดองค์ประกอบเรื่องการข่มขืนใจ เนื่องจากความต่างระหว่างมาตรา 148, 149 และมาตรา 157 มักชี้ขาดโทษ การวิเคราะห์ข้อหาให้ชัดจึงจำเป็น.
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4789/2565 (2022)
เมื่อเจ้าพนักงานจับกุมโดยมิชอบแล้วเรียกรับเงิน การกระทำไม่เป็นความผิดฐานสินบนตามมาตรา 149 แต่เป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจตามมาตรา 148 อย่างไรก็ดี ศาลลงโทษตามมาตรา 148 ไม่ได้เมื่อโจทก์มิได้บรรยายฟ้องในความผิดฐานนั้น.
เมื่อการจับกุมเป็นไปโดยมิชอบ การเรียกรับเงินภายหลังจึงไม่อาจเป็นความผิดตามมาตรา 149 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำเข้ามาตรา 148 ฐานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจ แต่เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องในฐานดังกล่าว จึงลงโทษตามมาตรา 148 ไม่ได้.
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 4594/2565 (2022)
บุคคลที่ถูกข่มขืนใจหรือจูงใจตามมาตรา 148 ต้องมิใช่ผู้ที่ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน เมื่อผู้จ่ายเป็นผู้ร่วมกระทำผิดกับจำเลย จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการข่มขืนใจบุคคลอื่น การกระทำจึงขาดองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 148.
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อผู้ที่มอบประโยชน์เป็นผู้ร่วมกระทำผิด จำเลยจึงมิได้ข่มขืนใจหรือจูงใจบุคคลอื่น การกระทำจึงขาดองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 148 และถูกดำเนินการตามบททั่วไปแทน.
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 96 คดี (พ.ศ. 2501 ถึง 2565)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4789/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4594/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3299/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9955/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10616/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2389/2547 (2004)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3470/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1170/2542 (1999)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
มาตรา 148 ต่างจากสินบนตามมาตรา 149 อย่างไร?
มาตรา 148 ลงโทษเจ้าพนักงานที่ใช้อำนาจโดยมิชอบเบลได้ประโยชน์ในส่วนมาตรา 149 ลงโทษการเรียกหรือรับประโยชน์เพื่อประโยชน์ของการกำกับดูแล.
หากพิจารณาเฉพาะสินบนศาลลงโทษตามมาตรา 148 สามารถ?
ในกรณีที่โจทก์ไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงขอการลงโทษตามมาตรา 148 ศาลจะลงโทษตามมาตรานี้ไม่ได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงที่จะเข้าประวัติ.
มาตรา 148 ใช้ได้ผลถ้าผู้จ่ายเป็นความผิดหรือเปล่า?
ผู้ที่ถูกดึงดูดใจต้องมิใช่เป็นสาเหตุของความผิดการบีบบังคับให้เกิดการการย่อมไม่มีเรื่องราวที่เกี่ยวกับจิตใจ.
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
การอ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 148 (Thailand) -
การอ้างอิงทางวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 148. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-148/ (accessed 21 สิงหาคม 2026). -
การอ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 148 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-148/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-148/"><p>ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 148 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-148/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา