154: เจ้าพนักงานทุจริตในการเรียกเก็บภาษีอากร
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่หรือแสดงว่าตนมีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือเงินอื่นใด โดยทุจริตเรียกเก็บหรือละเว้นไม่เรียกเก็บภาษีอากร ค่าธรรมเนียมหรือเงินนั้น หรือกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด เพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมนั้นมิต้องเสีย หรือเสียน้อยไปกว่าที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever, being an official having, or holding himself out as having, the duty to levy or examine taxes, fees or any other money, dishonestly levies or refrains from levying such tax, fee or money, or does or omits to do any act so that a person liable to pay the tax or fee is relieved from paying it or pays less than what is due, shall be punished with imprisonment from five to twenty years or imprisonment for life, and a fine from one hundred thousand to four hundred thousand baht.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 154 เป็นความผิดทุจริตด้านรายได้ มุ่งที่เจ้าพนักงานซึ่งจัดการภาษี ค่าธรรมเนียม หรือเงินของรัฐ องค์ประกอบคือ (1) เป็นเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่หรือแสดงว่ามีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษี ค่าธรรมเนียม หรือเงิน และ (2) โดยทุจริต ไม่ว่าจะ (ก) เรียกเก็บหรือไม่เรียกเก็บ หรือ (ข) กระทำหรือละเว้นให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมิต้องเสียหรือเสียน้อยกว่าที่ควร มาตรานี้ครอบคลุมทั้งการเรียกเก็บเกินเพื่อประโยชน์ส่วนตน และการละเว้นหรือยกเว้นโดยทุจริตอันทำให้รัฐขาดรายได้ มีโทษหนักห้าถึงยี่สิบปีหรือตลอดชีวิตเช่นเดียวกับความผิดทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์ในหมวดนี้ ต่างจากความผิดฐานกำหนดราคาตามมาตรา 155 และตรวจสอบบัญชีตามมาตรา 156 ซึ่งมุ่งขั้นตอนที่แคบกว่าในกระบวนการรายได้เดียวกัน.
ความสำคัญต่อ
สาเหตุหลักที่สำคัญของระบบสุริยะห้าปีดำเนินการผ่านการควบคุมการสอบสวน ในส่วนของระบบสุริยะในชีวิตในความเป็นดังนั้นชั้นสูงสุดเรื่องรายได้ที่สำคัญดังนั้นยังถูกดำเนินคดีได้ประเด็นที่พบบ่อยคือเมื่อพิจารณาหลายฐานจากข้อเท็จจริงที่เหมือนกันคือการตรวจสอบความต้องพิจารณาแยกเป็นรายฐานมิใช่ถือตามฐานที่หนักที่สุดฐานที่เบากว่าเช่นมาตรา 157 อาจขาดอายุความในฐานหนักนี้ยังไม่ขาดเจ้าพนักงานฝ่ายสนับสนุนระบบเสียภาษีในการชักชวนให้เสียน้อยภายในองค์กร.
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 10 คดี (พ.ศ. 2505 ถึง 2561)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10171-10182/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 288/2507 (1964)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3410/2525 (1982)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2458-2459/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1674/2520 (1977)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 309/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 353/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1146/2537 (1994)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
มาตรา 154 การเก็บเงินน้อยด้วยหรือไม่?
รวมถึงการสอบสวนเกินโดยการควบคุมและละเว้นหรือเก็บน้อยโดยทุจริตให้ผู้เสียภาษีมิต้องเสียหรือเสียผลประโยชน์ตามปกติ.
ถ้าฐานภายนอกขาดอายุความ มาตรา 154 ขาดด้วยหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องพิจารณาความพิจารณาแยกเป็นรายฐานฐานที่เบากว่าอาจขาดอายุความในขณะที่ฐานหนักนี้ยังไม่ขาด.
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 154 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 154. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-154/ (accessed 17 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 154 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-154/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-154/"><p>ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่หรือแสดงว่าตนมีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือเงินอื่นใด โดยทุจริตเรียกเก็บหรือละเว้นไม่เรียกเก็บภาษีอากร ค่าธรรมเนียมหรือเงินนั้น หรือกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด เพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมนั้นมิต้องเสีย หรือเสียน้อยไปกว่าที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 154 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-154/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา