ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

กฎหมายอาญา

172: แจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever gives a false statement concerning a criminal offence to a public prosecutor, a prosecuting officer, an inquiry official, or an official having authority to investigate criminal cases, in a manner likely to cause injury to another person or to the public, shall be liable to imprisonment not exceeding two years, or a fine not exceeding forty thousand baht, or both.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 172 เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จเฉพาะสำหรับคดีอาญา อยู่ระหว่างความผิดแจ้งความเท็จทั่วไปตามมาตรา 137 กับความผิดฐานแกล้งให้รับโทษที่หนักกว่าตามมาตรา 173 และ 174 องค์ประกอบคือ มีการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ความเท็จและผู้รับแจ้งในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาทำให้ต่างจากมาตรา 137 ส่วนความผิดฐานแกล้งตามมาตรา 174 โดยเฉพาะวรรคสองประกอบมาตรา 181 ใช้เมื่อแจ้งเท็จเพื่อให้ผู้อื่นรับโทษ ซึ่งมีโทษหนักกว่ามากหากแกล้งในความผิดร้ายแรง หากการกระทำมีลักษณะหมิ่นประมาทด้วย อาจเพิ่มข้อหาตามมาตรา 326 หรือ 328

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

โทษไม่เกินสองปี แต่ความเสี่ยงจริงคือการยกระดับ การแจ้งความอาญาเท็จอาจดึงความผิดฐานแกล้งตามมาตรา 173 และ 174 เข้ามา และมาตรา 174 วรรคสองประกอบมาตรา 181 มีโทษหนักกว่ามากเมื่อแจ้งเท็จเพื่อให้ผู้อื่นรับโทษในความผิดร้ายแรง ศาลฎีกาแยกการแจ้งความเท็จธรรมดาตามมาตรา 172 ออกจากการแกล้งที่หนักกว่า ข้อกล่าวหาและเจตนาที่แน่ชัดจึงสำคัญยิ่ง ข้อต่อสู้ที่พบบ่อยคือการแจ้งโดยสุจริตตามความเชื่อจริงว่ามีความผิดเกิดขึ้น การแจ้งความหรือต่อสู้คดีที่สงสัยว่าเป็นเท็จมีความเสี่ยงสูง ควรทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของข้อหาแจ้งความเท็จกับการฉ้อโกงและปรึกษาทนายความแต่เนิ่น ๆ

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1575/2563 (2020)

    การกระทำอาจเป็นเพียงความผิดฐานแจ้งข้อความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาตามมาตรา 172 เท่านั้น ไม่เป็นความผิดฐานแจ้งเท็จเพื่อแกล้งให้รับโทษถึงประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตตามมาตรา 174 วรรคสอง และมาตรา 181 (2) ซึ่งต้องมีเจตนาแกล้งที่รุนแรงกว่า

    ศาลแยกความผิดแจ้งความเท็จธรรมดาตามมาตรา 172 ออกจากความผิดฐานแกล้งตามมาตรา 174 วรรคสองประกอบมาตรา 181 (2) และวินิจฉัยว่าการกระทำเข้าเพียงมาตรา 172 เพราะความผิดฐานแกล้งต้องมีเจตนาให้ผู้อื่นรับโทษในความผิดร้ายแรงมาก แสดงว่าการเลือกฐานความผิดขึ้นกับเจตนาของผู้แจ้ง

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 166 คดี (พ.ศ. 2504 ถึง 2567)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5796/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3307/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1575/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 981/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 11108/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1076/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 133/2548 (2005)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7903/2547 (2004)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

มาตรา 172 ต่างจากความผิดฐานแกล้งที่หนักกว่าอย่างไร?

มาตรา 172 ลงโทษการแจ้งข้อความข้อความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาที่อาจก่อให้เกิดการพิจารณาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเพียงแต่ยังไม่เป็นความผิดฐานแกล้งตามมาตรา 174 วรรคสองประกอบมาตรา 181 ที่ต้องระมัดระวังแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษในความผิดร้ายแรง

การแจ้งโดยเข้าใจผิดโดยเด็ดขาดมาตรา 172 เหตุใด?

ความผิดที่ต้องมีข้อความอันเป็นเท็จการแจ้งโดยส่วนมากตามความเชื่อจริงมักจะทำให้เกิดความผิดเป็นข้อต่อสู้ที่พบบ่อยเพราะมาตรานี้คือการแจ้งข้อความเท็จโดยรู้อยู่

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • การอ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 172 (Thailand)
  • การอ้างอิงทางวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 172. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-172/ (accessed 21 สิงหาคม 2026).
  • การอ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 172
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-172/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-172/"><p>ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 172 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-172/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง