174: แจ้งความเท็จเพื่อแกล้งให้รับโทษ
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าการแจ้งข้อความตามมาตรา ๑๗๒ หรือมาตรา ๑๗๓ เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท ถ้าการแจ้งตามความในวรรคแรก เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐
คำแปลภาษาอังกฤษ
If the giving of information under Section 172 or Section 173 is done in order to falsely cause any person to be subjected to a measure for safety, the offender shall be liable to imprisonment not exceeding three years and a fine not exceeding sixty thousand Baht.
If the giving of information under the first paragraph is done in order to falsely cause any person to be punished or to be more severely punished, the offender shall be liable to imprisonment not exceeding five years and a fine not exceeding one hundred thousand Baht.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 174 เป็นบทฉกรรจ์ของความผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา 172 และ 173 โดยเพิ่มโทษเมื่อการแจ้งเท็จนั้นทำด้วยเจตนากลั่นแกล้ง คือเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย หรือเพื่อให้ต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น โจทก์ต้องพิสูจน์ทั้งการแจ้งเท็จและเจตนากลั่นแกล้งดังกล่าว หากข้อหาที่แจ้งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไป หรือถึงประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต โทษจะเพิ่มขึ้นอีกตามมาตรา 181 บทนี้อยู่ในหมวดความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม มุ่งป้องกันการใช้กระบวนการร้องทุกข์โดยมิชอบ
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
โทษตามมาตรา 174 ร้ายแรง เพราะองค์ประกอบเรื่องเจตนากลั่นแกล้งทำให้โทษสูงกว่าการแจ้งความเท็จธรรมดา และมาตรา 181 อาจเพิ่มโทษได้อีกเมื่อข้อหาที่ปั้นแต่งเป็นความผิดร้ายแรง ประเด็นชี้ขาดคือเจตนา ศาลเคยยกฟ้องเมื่อผู้แจ้งเชื่อโดยสุจริตว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นและปล่อยให้เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนที่จะตั้งข้อหา มิใช่กระทำเพื่อกลั่นแกล้ง หากถูกกล่าวหาหรือกำลังจะร้องทุกข์ตามมาตรานี้ ควรปรึกษาทนายความเกี่ยวกับพยานหลักฐานเรื่องเจตนาแต่เนิ่น ๆ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 5151/2563 (2020)
การไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนตามเหตุการณ์ที่ทำให้เข้าใจว่าต้องดำเนินคดี โดยการตั้งข้อหาเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน มิได้เกิดจากการกระทำของผู้แจ้งโดยตรง ไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ
จำเลยแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนตามเหตุการณ์ที่ทำให้เข้าใจว่าต้องดำเนินคดีแก่โจทก์ เมื่อการตั้งข้อหาเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและมิได้เกิดจากการกระทำของจำเลยโดยตรง ศาลจึงวินิจฉัยว่าการกระทำไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1575/2563 (2020)
ความผิดตามมาตรา 174 วรรคสอง ประกอบมาตรา 181 (2) ต้องได้ความว่าผู้กระทำแจ้งข้อความอันเป็นเท็จโดยเจตนาจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ เมื่อไม่ปรากฏเจตนาเช่นนั้น การกระทำย่อมเป็นเพียงความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนตามมาตรา 172 เท่านั้น แม้ความผิดที่กล่าวหาจะมีระวางโทษถึงประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตก็ตาม
จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อร้อยตำรวจเอก ส. ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจสอบสวนและสืบสวนในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเมื่อมีบทบัญญัติที่เป็นความผิดไว้โดยเฉพาะคือมาตรา 172 จึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 137 ซึ่งเป็นบทบัญญัติทั่วไป และเมื่อทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จโดยเจตนาจะแกล้งให้บุคคลนั้นต้องรับโทษทางอาญา การกระทำจึงเป็นเพียงความผิดตามมาตรา 172 มิใช่ความผิดตามมาตรา 174 วรรคสอง ประกอบมาตรา 181 (2)
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 105 คดี (พ.ศ. 2503 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5151/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1575/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 91/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10942/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1076/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3383/2541 (1998)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1294/2536 (1993)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3646/2529 (1986)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
มาตรา 172 กับมาตรา 174 ต่างกันอย่างไร
มาตรา 172 คือแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานในส่วนที่ 174 ในส่วนของระบบหนักขึ้นเมื่อการแจ้งเท็จนั้นทำหน้าที่ตรวจสอบแกล้งให้ผู้อื่นต้องรับโทษหรือถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 174 นักโทษทุกคนมี
โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีศาลไม่เกิน 60,000 บาท หากเพื่อวิธีการเพื่อความปลอดภัยและการควบคุมศาลไม่เกิน 5 ปีศาลไม่เกิน 100,000 บาท หากเพื่อให้รับพลเมืองหรือรับรัฐสภาหนักขึ้นตามรัฐธรรมนูญอีกมาตรา 181
หากเชื่อโดยเปิดเผยความจริงผิดจริงจะผิดหรือไม่
มาตรา 174 ต้องมีความเป็นไปได้ที่อาจเป็นไปได้ว่าศาลอาจยกฟ้องเมื่อผู้แจ้งเชื่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดที่เกิดขึ้นและปล่อยให้พนักงานสอบสวนใช้ดุลพินิจตั้งศาล
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
การอ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 174 (Thailand) -
การอ้างอิงทางวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 174. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-174/ (accessed 21 สิงหาคม 2026). -
การอ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 174 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-174/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-174/"><p>ถ้าการแจ้งข้อความตามมาตรา ๑๗๒ หรือมาตรา ๑๗๓ เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท ถ้าการแจ้งตามความในวรรคแรก เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐</p><footer>Penal Code, s. 174 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-174/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา