190: หลบหนีระหว่างถูกคุมขัง
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ของพนักงานอัยการ ของพนักงานสอบสวน หรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดดังกล่าวมาในวรรคแรกได้กระทำโดยแหกที่คุมขัง โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืน หรือวัตถุระเบิด ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้ในสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever escapes during confinement under the authority of a court, a public prosecutor, an inquiry official, or an official having power to investigate criminal cases, shall be liable to imprisonment not exceeding three years, or a fine not exceeding sixty thousand baht, or both.
If the offense referred to in the first paragraph is committed by breaking out of the place of confinement, by using violence or by threatening to use violence, or by joint commission of three persons or more, the offender shall be liable to imprisonment not exceeding five years, or a fine not exceeding one hundred thousand baht, or both.
If the offense under this section is committed by having or using a firearm or an explosive, the offender shall be liable to a penalty heavier by one half than that provided in the two preceding paragraphs.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
องค์ประกอบสำคัญคือการถูกคุมขังโดยชอบด้วยกฎหมายตามอำนาจของเจ้าพนักงานที่ระบุ แล้วผู้นั้นหลบหนีไป วรรคสองกำหนดเหตุฉกรรจ์ ได้แก่ การแหกที่คุมขัง การใช้หรือขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป วรรคสามเพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่งเมื่อมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด มาตรานี้อยู่ในหมวดความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม คุ้มครองความมั่นคงของการคุมขังโดยชอบ และสัมพันธ์กับมาตรา 191 (ทำให้ผู้ถูกคุมขังหลุดพ้น) และมาตรา 192 (ช่วยผู้หลบหนีจากการคุมขัง)
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
การหลบหนีจากการคุมขังเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งที่เพิ่มขึ้นจากข้อหาเดิม เพิ่มโทษได้ถึงสามปี (หรือห้าปี หรือมากกว่านั้นเมื่อมีเหตุฉกรรจ์) การคุมขังต้องชอบด้วยกฎหมายจึงจะเกิดความผิด เหตุฉกรรจ์ที่ต้องระวังคือการแหกที่คุมขัง การใช้กำลังหรือขู่เข็ญ การร่วมกันตั้งแต่สามคน และการมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดซึ่งเพิ่มโทษทุกชั้นอีกกึ่งหนึ่ง
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 1522/2560 (2017)
การหลบหนีจากการคุมขังโดยชอบด้วยกฎหมายเป็นความผิดสำเร็จตามมาตรา 190 วรรคแรก และฟ้องลงโทษได้ในตัวเอง
โจทก์ฟ้องจำเลยตามมาตรา 190 ฐานหลบหนีการคุมขัง และศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษตามวรรคแรก ยืนยันว่าความผิดฐานหลบหนีเป็นความผิดในตัวเองแยกจากคดีต้นเรื่อง
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 5681/2568 (2025)
วรรคสามเรื่องอาวุธปืนตามมาตรา 190 สะท้อนนโยบายกฎหมายที่ป้องปรามการใช้อาวุธปืน อาวุธปืนที่พกติดตัวและพร้อมใช้ในการกระทำผิดย่อมเข้าเหตุฉกรรจ์แม้มิได้ยิงจริง
ในการวินิจฉัยเรื่องเหตุฉกรรจ์เกี่ยวกับอาวุธปืนในหลายมาตรา ศาลยกมาตรา 190 วรรคสาม เป็นตัวอย่าง โดยอธิบายว่าการพกอาวุธปืนที่อยู่ใกล้ชิดตัวและพร้อมนำมาใช้ก็เพียงพอ เพราะอาวุธปืนเป็นอันตรายร้ายแรง
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 38 คดี (พ.ศ. 2505 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1522/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 15564/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 15050/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 14837/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 13983/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8970/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6893/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2613/2549 (2006)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
เหตุการณ์ของการเกิดขึ้นระหว่างถูกควบคุมในไทยอีกครั้ง
ตามมาตรา 190 การพิจารณาพื้นฐานคือโทษสูงสุดสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หากแหกที่คุมการควบคุมใช้กำลังหรือรวมตั้งแต่การเดินทางของนักโทษไม่เกินห้าปี และหนักขึ้นกึ่งหนึ่งอีกครั้งไดรฟ์หรือวัตถุระเบิด
การพิจารณาจะเริ่มต้นการพิจารณาเดิมของคุณ
การที่ไม่มีการตามมาตรา 190 ถือเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งที่ลงโทษเพิ่มจากคดีเดิมที่ผู้นั้นถูกคุมขัง
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
การอ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 190 (Thailand) -
การอ้างอิงทางวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 190. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-190/ (accessed 21 สิงหาคม 2026). -
การอ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 190 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-190/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-190/"><p>ผู้ใดหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ของพนักงานอัยการ ของพนักงานสอบสวน หรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดดังกล่าวมาในวรรคแรกได้กระทำโดยแหกที่คุมขัง โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืน หรือวัตถุระเบิด ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้ในสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 190 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-190/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา