กฎหมายอาญา

2: ไม่มีโทษโดยไม่มีกฎหมาย

ตัวบทกฎหมาย

บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้น ต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง การกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป ให้ผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด และถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น ถ้ารับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง

คำแปลภาษาอังกฤษ

A person shall be criminally punished only when the act done was, at the time of doing it, provided by law to be an offence and a penalty was fixed for it, and the penalty to be imposed on the offender must be a penalty provided by law.
If, according to the provisions of a law enacted afterwards, such an act is no longer an offence, the person who did that act shall cease to be an offender; and if a final judgment of conviction has been rendered, that person shall be deemed never to have been convicted of that offence; and if the person is still undergoing the penalty, the punishment shall come to an end.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 2 เป็นหลักพื้นฐานเรื่องความชอบด้วยกฎหมายของประมวลกฎหมายอาญา คือไม่มีความผิดและไม่มีโทษโดยไม่มีกฎหมาย วรรคหนึ่งห้ามลงโทษเว้นแต่ทั้งความผิดและโทษได้บัญญัติไว้ในกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำ และจำกัดศาลให้ลงได้เฉพาะโทษที่กฎหมายกำหนด วรรคสองกำหนดผลย้อนหลังของการยกเลิกความผิด กล่าวคือเมื่อกฎหมายในภายหลังยกเลิกความผิด ผู้กระทำย่อมพ้นผิด คำพิพากษาถึงที่สุดถือว่าไม่เคยมี และโทษที่กำลังรับอยู่สิ้นสุดลง บทนี้ใช้ควบคู่กับมาตรา 3 ซึ่งใช้กับกรณีที่กฎหมายในภายหลังเปลี่ยนแปลงแต่ไม่ยกเลิกความผิด โดยให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณ

ความสำคัญต่อ

บทนี้เป็นข้อต่อสู้เชิงกลยุทธ์ที่หนักแน่นที่สุดในกฎหมายอาญาไทย...

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาฎีกาที่ 1225/2567 (2024)

    เมื่อกฎหมายในภายหลังทำให้การกระทำไม่เป็นความผิด เช่น กัญชาไม่เป็นยาเสพติดให้โทษอีกต่อไป ตามมาตรา 2 วรรคสอง การกระทำนั้นย่อมไม่เป็นความผิด และศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาแก้เป็นยกฟ้อง

    ภายหลังประกาศกระทรวงสาธารณสุขทำให้พืชกัญชาไม่เป็นยาเสพติดให้โทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการผลิตและครอบครองกัญชาไม่เป็นความผิดอีกต่อไปตามมาตรา 2 วรรคสอง และศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาแก้เป็นยกฟ้อง

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2361/2567 (2024)

    มาตรา 2 วรรคสองใช้เฉพาะกรณีที่กฎหมายในภายหลังทำให้การกระทำไม่เป็นความผิด มิได้ให้อำนาจรื้อฟื้นคำพิพากษาถึงที่สุดเพื่อแก้ไขการเพิ่มโทษ

    ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำขอให้แก้ไขการเพิ่มโทษหลังคดีถึงที่สุดไม่ต้องด้วยมาตรา 2 วรรคสอง เพราะไม่มีกฎหมายในภายหลังยกเลิกความผิด จึงไม่อาจรื้อฟื้นคำพิพากษาถึงที่สุดด้วยเหตุนั้น

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 178 คดี (พ.ศ. 2500 ถึง 2569)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2591/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 545/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 421/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2939/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2736/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2623/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1899/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1554/2565 (2022)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

การลงโทษสำหรับการลงโทษในลักษณะดังกล่าวด้วยกฎหมายส่วนใหญ่นั้น

ตามมาตรา 2 บุคคลที่ถูกลงโทษได้เฉพาะเมื่อมีการกล่าวหาว่ามีความผิดและมีกฎหมายกำหนดโทษตามกฎหมาย

ในกรณีที่ความผิดต้องพิจารณาคำพิพากษาของฉันจะมีผล

ตามมาตรา 2 วรรคสองบางครั้งกฎหมายเพื่อเพิกถอนความผิด ผู้มีอำนาจมักจะผิดคำวินิจฉัยถึงที่สุดถือว่าไม่เคยมีและโทษที่ยังรับอยู่ให้ PET ทราบ

หมวดที่ 2 แผนกรณีเพียงฉุกเฉินเท่านั้น

นี่คือวรรคสองใช้เฉพาะเมื่อยกเลิกตัวสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงหรือลดโทษที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 3 ซึ่งอนุญาตให้กฎหมายเป็นของคุณ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 2 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 2. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-2/ (accessed 17 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 2
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-2/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-2/"><p>บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้น ต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง การกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป ให้ผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด และถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น ถ้ารับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง</p><footer>Penal Code, s. 2 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-2/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง