228: ทำให้เกิดอุทกภัยหรือขัดข้องแก่การใช้น้ำสาธารณูปโภค
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้เกิดอุทกภัย หรือเพื่อให้เกิดขัดข้องแก่การใช้น้ำซึ่งเป็นสาธารณูปโภค ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำผิดดังกล่าวในวรรคแรกเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever does anything in order to cause a flood, or to cause an obstruction to the use of water which is a public utility, shall, if the act is likely to be dangerous to another person or to the property of another, be liable to imprisonment not exceeding five years, or a fine not exceeding one hundred thousand baht, or both.
If the offence referred to in paragraph one causes danger to another person or to the property of another, the offender shall be liable to imprisonment from six months to seven years and a fine from ten thousand baht to one hundred and forty thousand baht.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
องค์ประกอบของความผิดคือ (1) การกระทำด้วยประการใด ๆ (2) เพื่อให้เกิดอุทกภัยหรือเพื่อให้เกิดขัดข้องแก่การใช้น้ำซึ่งเป็นสาธารณูปโภค และ (3) การกระทำนั้นน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น องค์ประกอบเรื่องความมุ่งหมายมีความสำคัญ เพราะมาตรานี้ต้องเป็นการกระทำเพื่อให้เกิดอุทกภัยหรือความขัดข้องนั้น อุทกภัยที่เกิดโดยอุบัติเหตุหรือโดยประมาทจึงไม่เข้ามาตรานี้ วรรคหนึ่งเพียงน่าจะเป็นอันตรายก็ครบองค์ประกอบแล้ว และเมื่อเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ขึ้นจริง โทษจะหนักขึ้น มาตรานี้ว่าด้วยน้ำในฐานะทรัพยากรและในฐานะภยันตราย ส่วนการกระทำแก่ประภาคาร ทุ่น หรือสัญญาณเพื่อความปลอดภัยในการจราจรทางบก การเดินเรือ หรือการเดินอากาศ เป็นเรื่องของมาตรา 231 และการทำให้ทางสาธารณะ ประตูน้ำ ทำนบ หรือเขื่อนอยู่ในลักษณะอันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่การจราจร เป็นเรื่องของมาตรา 229
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ประเด็นที่คดีส่วนใหญ่ชี้ขาดคือองค์ประกอบเรื่องความมุ่งหมาย มาตรา 228 ต้องเป็นการกระทำเพื่อให้เกิดอุทกภัยหรือเพื่อให้เกิดขัดข้องแก่การใช้น้ำซึ่งเป็นสาธารณูปโภค ผู้รับเหมาที่ทำให้ที่ดินข้างเคียงถูกน้ำท่วมเพราะความประมาทจึงไม่เข้ามาตรานี้ และเป็นเรื่องละเมิดตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แทน แต่เมื่อมีเจตนาดังกล่าว ความเสี่ยงทางอาญาสูงและหนักขึ้นอย่างมากเมื่อเกิดอันตรายขึ้นจริง มาตรานี้มักเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องชลประทาน การปิดกั้นคลอง และการรบกวนระบบน้ำของหมู่บ้าน ผู้เสียหายควรเก็บพยานหลักฐานที่แสดงการกระทำโดยเจตนา เช่น การผันน้ำหรือการปิดประตูน้ำ มิใช่เพียงความเสียหายที่เกิดขึ้น
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 13 คดี (พ.ศ. 2504 ถึง 2563)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 15843/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3509/2545 (2002)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 129/2532 (1989)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4583/2531 (1988)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1240/2504 (1961)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1019/2504 (1961)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5044/2532 (1989)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5402/2530 (1987)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
มาตรา 228 การคุ้มครองบนพื้น
คุ้มครองการใช้น้ำอันเป็นสาธารณูปโภค และคุ้มครองบุคคลและทรัพย์สินจากการทำให้เกิดอุทกภัยโดยเจตนา โดยลงโทษการกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้เกิดอุทกภัยหรือเพื่อให้เกิดขัดข้องแก่การใช้น้ำซึ่งเป็นสาธารณูปโภค ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น
อุทกภัยที่เกิดโดยอุบัติเหตุเข้ามาตรา 228 หรือไม่
ไม่เข้า มาตรานี้ต้องเป็นการกระทำเพื่อให้เกิดอุทกภัยหรือความขัดข้องนั้น อุทกภัยที่เกิดจากความประมาทไม่เป็นความผิดตามมาตรานี้ และเป็นเรื่องละเมิดตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แทน
นักโทษตามมาตรา 228 เป็นต้นไป
จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากการกระทำเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ขึ้นจริง โทษจะเพิ่มเป็นจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปีและปรับ
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
การอ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 228 (Thailand) -
การอ้างอิงทางวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 228. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-228/ (accessed 21 สิงหาคม 2026). -
การอ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 228 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-228/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-228/"><p>ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้เกิดอุทกภัย หรือเพื่อให้เกิดขัดข้องแก่การใช้น้ำซึ่งเป็นสาธารณูปโภค ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำผิดดังกล่าวในวรรคแรกเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 228 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-228/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา