ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

กฎหมายอาญา

319: พรากผู้เยาว์ที่เต็มใจไปด้วย เพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร

แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever takes a minor over fifteen but not over eighteen years of age away from its parents, guardian or carer, for profit or for an indecent purpose, with that minor being willing to go, shall be liable to imprisonment from two to ten years and a fine from forty thousand to two hundred thousand baht.

Whoever dishonestly buys, disposes of, or receives a minor taken away under paragraph one shall be liable to the same punishment as the person who took the minor away.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรานี้กับมาตรา 318 เป็นคู่กัน สิ่งที่แยกทั้งสองมาตราออกจากกันคือความเต็มใจของผู้เยาว์ มาตรา 318 ใช้เมื่อผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีถูกพรากไปโดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย และไม่ต้องมีความมุ่งหมายพิเศษ ส่วนมาตรา 319 ใช้เมื่อผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย จึงต้องมีองค์ประกอบเรื่องความมุ่งหมายเพิ่มเข้ามา คือการพรากนั้นต้องเป็นไปเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร หากไม่มีความมุ่งหมายดังกล่าว การพรากผู้เยาว์ที่เต็มใจไปด้วยในช่วงอายุนี้ไม่เป็นความผิดตามทั้งสองมาตรา วรรคสองใช้โทษเดียวกันแก่ผู้ที่โดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์นั้น เช่นเดียวกับมาตรา 317 ประโยชน์ที่กฎหมายคุ้มครองคืออำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล มิใช่เสรีภาพของผู้เยาว์เอง ความยินยอมของผู้เยาว์จึงไม่เป็นข้อแก้ตัว

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ข้อหาตามมาตรานี้ชี้ขาดกันที่ความมุ่งหมาย เนื่องจากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเต็มใจไปด้วย โจทก์จึงต้องพิสูจน์ว่าการพรากนั้นเป็นไปเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร หากพิสูจน์ได้ว่าไม่มีทั้งสองอย่าง ก็ไม่เป็นความผิดทั้งตามมาตรา 318 และมาตรา 319 พยานหลักฐานเรื่องการจ่ายเงิน การนัดหมาย หรือบริบททางเพศจึงเป็นตัวชี้ขาด และเป็นเหตุให้ข้อความสนทนาและรายการโอนเงินมีน้ำหนักมากกว่าข้อเท็จจริงที่ว่าผู้เยาว์ออกจากบ้านไป ทั้งนี้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่เป็นข้อแก้ตัวเมื่อพิสูจน์ความมุ่งหมายได้แล้ว เพราะมาตรานี้คุ้มครองอำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล มิใช่เสรีภาพของผู้เยาว์ และผู้ที่โดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์นั้น ต้องรับโทษในกรอบสองถึงสิบปีเช่นเดียวกัน

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 131 คดี (พ.ศ. 2503 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7179/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 494/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2425/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8420-8421/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 21427/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 19979/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 14163/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13637/2555 (2012)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

ต้องพิสูจน์สิ่งใดตามมาตรา 319

ต้องพิสูจน์ว่าผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีถูกพรากไปจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ว่าผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย และว่าการพรากนั้นเป็นไปเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร หากไม่มีความมุ่งหมายดังกล่าวก็ไม่เป็นความผิดตามมาตรานี้

มาตรา 319 ต่างจากมาตรา 318 อย่างไร

ต่างกันที่ความเต็มใจของผู้เยาว์ มาตรา 318 ใช้เมื่อผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย และไม่ต้องมีความมุ่งหมายพิเศษ ส่วนมาตรา 319 ใช้เมื่อผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย จึงต้องมีความมุ่งหมายเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร

ความยินยอมของผู้เยาว์เป็นข้อแก้ตัวหรือไม่

ไม่เป็น เมื่อพิสูจน์ความมุ่งหมายเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจารได้แล้ว ความยินยอมไม่เป็นข้อแก้ตัว เพราะมาตรานี้คุ้มครองอำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล มิใช่เสรีภาพของผู้เยาว์เอง โทษคือจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • การอ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 319 (Thailand)
  • การอ้างอิงทางวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 319. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-319/ (accessed 21 สิงหาคม 2026).
  • การอ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 319
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-319/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-319/"><p>ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 319 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-319/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง