336: วิ่งราวทรัพย์
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ผู้นั้นกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever commits theft by snatching property openly commits the offence of snatching and shall be liable to imprisonment not exceeding five years and a fine not exceeding one hundred thousand baht.
Where the snatching causes harm to the body or mind of another person, the offender shall be liable to imprisonment from two to seven years and a fine from forty thousand to one hundred and forty thousand baht.
Where the snatching causes grievous bodily harm to another person, the offender shall be liable to imprisonment from three to ten years and a fine from sixty thousand to two hundred thousand baht.
Where the snatching causes the death of another person, the offender shall be liable to imprisonment from five to fifteen years and a fine from one hundred thousand to three hundred thousand baht.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 336 นิยามวิ่งราวทรัพย์ว่าเป็นการลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า มีองค์ประกอบเรื่องการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริตเช่นเดียวกับลักทรัพย์ตามมาตรา 334 แต่ต่างกันตรงการฉกฉวยอย่างเปิดเผยและฉับพลันต่อหน้าผู้เสียหาย มิใช่การลักอย่างซ่อนเร้น วรรคแรกกำหนดโทษพื้นฐานจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท วรรคถัดมาเป็นบทหนักตามผล คือ สองปีถึงเจ็ดปีหากเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ สามปีถึงสิบปีหากอันตรายสาหัส และห้าปีถึงสิบห้าปีหากถึงแก่ความตาย ความผิดนี้อยู่ระหว่างลักทรัพย์ธรรมดาตามมาตรา 334 กับชิงทรัพย์ซึ่งมีการใช้กำลังหรือขู่เข็ญ และอาจถูกเพิ่มโทษด้วยเรื่องยานพาหนะตามมาตรา 336 ทวิ
ความสำคัญต่อ
พิจารณาราวทรัพย์ไม่ใช่การพิจารณาอันยอมความความได้การชดใช้ค่าเครื่องแบบทั่วไปเพราะเป็นเพียงเหตุฉุกเฉินที่ไม่ทำให้คดีระงับในการแบ่งระหว่างวิ่งราวทรัพย์กับชิงทรัพย์สำคัญมาก คือใช้กำลังหรือส่วนสำคัญๆ ของพลังงานเพื่อเอาทรัพย์ย่อมเป็นชิงทรัพย์ซึ่งมีความสำคัญมากกว่าการฉกฉวยเป็นวิ่งราวทรัพย์ในเส้นแบ่งกับยักยอกทรัพย์ก็ถือว่ามีความสำคัญโดยชอบจำเลยแล้วเบียดบังดำเนินการสอบสวนที่ตั้งเป็นวิ่งราวพุทธประวัติสอบสวนฐานยักคอแข็งตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ บทเนื้อหาหนักตามผลมีในระบบเป็นเวลาสิบห้าปีเมื่อถึงความเก่าแก่ที่เชื่อมโยงระหว่างการรันราวกับผลที่ตามมาที่สำคัญที่สุดในชั้นพิจารณา
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 809/2568 (2025)
เมื่อความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์กับข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ว่าเป็นยักยอกทรัพย์มิได้แตกต่างกันในข้อสาระสำคัญ และจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยฐานยักยอกทรัพย์ตามมาตรา 352 ตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้
จำเลยถูกฟ้องฐานวิ่งราวทรัพย์ตามมาตรา 335 และ 336 แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเป็นยักยอกทรัพย์ เมื่อไม่แตกต่างกันในข้อสาระสำคัญและจำเลยไม่หลงต่อสู้ ศาลอุทธรณ์จึงลงโทษฐานยักยอกตามมาตรา 352 และศาลฎีกาพิพากษายืน
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 109 คดี (พ.ศ. 2507 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4146/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7868/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2969/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1667/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 112/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5441/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3612/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 653/2553 (2010)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
สารสกัดราวทรัพย์ต่างจากชิงทรัพย์อย่างไร
ราวบันไดทรัพย์ตามมาตรา 336 คือลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้าโดยไม่ใช้กำลังคือใช้กำลังหรือส่วนนึงของประสิทธิภาพกำลังเพื่อเอาทรัพย์ย่อมกลายเป็นชิงทรัพย์ที่สำคัญยิ่งกว่า
หากวิ่งราวทรัพย์ทำให้ผู้ควบคุมมีความสมบูรณ์จะมีผล
จะต้องตามผลเสมอถึงเจ็ดปีหากได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจสามปีถึงสิบปีหากอันตรายสาหัส และห้าปีถึงสิบห้าปีหากถึงแก่ชรา
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 336 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 336. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-336/ (accessed 17 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 336 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-336/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-336/"><p>ผู้ใดลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ผู้นั้นกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 336 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-336/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา