ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

กฎหมายอาญา

338: รีดเอาทรัพย์

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่น ให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหาย จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever compels another person to give, or to agree to give, a benefit in the nature of property to himself or to another person, by threatening to disclose a secret the disclosure of which would injure the person threatened or a third person, so that the person compelled submits, commits the offence of blackmail and shall be liable to imprisonment from one to ten years and a fine from twenty thousand to two hundred thousand baht.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

ความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ตามมาตรา 338 เป็นกรรโชกรูปแบบเฉพาะที่มีโทษหนักกว่า องค์ประกอบที่เป็นลักษณะเฉพาะคือลักษณะของการขู่เข็ญ กล่าวคือผู้กระทำขู่ว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งการเปิดเผยจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหาย จึงต้องมีความลับที่แท้จริง หากเรื่องที่ขู่จะเปิดเผยไม่เป็นความจริงและไม่ถือเป็นความลับ การกระทำย่อมไม่เป็นรีดเอาทรัพย์ แต่ยังอาจเป็นกรรโชกตามมาตรา 337 ในฐานขู่ต่อชื่อเสียงได้ ความผิดสำเร็จเมื่อผู้เสียหายยอมให้หรือยอมจะให้ทรัพย์ หากผู้เสียหายไม่ยอมย่อมเป็นพยายามรีดเอาทรัพย์ อัตราโทษหนึ่งถึงสิบปีสูงกว่ากรรโชกธรรมดา

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

โทษค่อนข้างสูง คือจำคุกหนึ่งถึงสิบปีพร้อมโทษปรับ แนวต่อสู้สำคัญมีสองประการ ประการแรก สิ่งที่ขู่จะเปิดเผยต้องเป็นความลับที่แท้จริง หากไม่เป็นความจริงหรือเป็นเรื่องเปิดเผยอยู่แล้ว ข้อหารีดเอาทรัพย์อาจไม่สำเร็จ แม้อาจเข้าความผิดฐานอื่น ประการที่สอง หากผู้เสียหายไม่ยอมให้ทรัพย์ ย่อมเป็นเพียงพยายาม มิใช่ความผิดสำเร็จ คดีรีดเอาทรัพย์มักพบกับข้อเท็จจริงสมัยใหม่ เช่น ขู่จะเผยแพร่ภาพหรือข้อความส่วนตัวทางออนไลน์ เนื่องจากความผิดคุ้มครองความลับ รายละเอียดที่จำเลยเปิดเผยเพื่อต่อสู้คดีจึงต้องระมัดระวัง

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1188/2561 (2018)

    การข่มขืนใจให้ผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะทรัพย์สินโดยขู่ว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งจะทำให้เสียหาย ครบองค์ประกอบความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ เมื่อผู้เสียหายไม่ยอมให้เงิน ย่อมเป็นพยายามรีดเอาทรัพย์

    ศาลเห็นว่าการกระทำครบองค์ประกอบความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ แต่เมื่อผู้เสียหายไม่ยอมมอบเงินตามที่ขู่เข็ญ การกระทำจึงเป็นความผิดฐานพยายามรีดเอาทรัพย์

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 10843/2553 (2010)

    หากเรื่องที่ขู่จะเปิดเผยไม่เป็นความจริงจึงไม่ถือเป็นความลับ การกระทำย่อมไม่เป็นรีดเอาทรัพย์ตามมาตรา 338 แต่การขู่ว่าจะทำอันตรายต่อชื่อเสียงเพื่อเอาเงินเป็นความผิดฐานกรรโชกตามมาตรา 337

    จำเลยขู่เข็ญผู้เสียหายซึ่งเป็นภิกษุด้วยเรื่องที่ไม่เป็นความจริงว่ามีเพศสัมพันธ์กับหญิง เมื่อไม่เป็นความจริงจึงไม่เป็นความลับและไม่เป็นรีดเอาทรัพย์ แต่การขู่ต่อชื่อเสียงจนผู้เสียหายยอมใช้เงินเป็นความผิดฐานกรรโชกตามมาตรา 337 วรรคแรก

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 13 คดี (พ.ศ. 2514 ถึง 2563)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 12685/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10843/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2898/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 662/2548 (2005)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1869/2536 (1993)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2486/2529 (1986)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1945/2514 (1971)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1188/2561 (2018)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

รีดเอาทรัพย์ต่างจากกรรโชกอย่างไร

รีดเอาทรัพย์ตามมาตรา 338 การปฏิบัติตามกฎระเบียบมักจะเป็นความลับของระบบสุริยะที่หนักกว่ากรรโชกธรรมดาตามมาตรา 337

เมื่อความลับที่รับรู้จะเป็นเพียงความจริงเท่านั้น

ถ้าเรื่องนั้นไม่เป็นความจริงและไม่ใช่ความลับที่แท้จริง ย่อมจะไม่เกิดการรีดเอาทรัพย์ตามมาตรา 338 เหตุผลดังกล่าวเป็นกรรโชกตามมาตรา 337 ในฐานความเชื่อต่อชื่อเสียงได้

รีดเอาทรัพย์มีดาวเคราะห์ด้วยกัน

มาตรา 338 โทษจำคุกตลอดชีวิตตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • การอ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 338 (Thailand)
  • การอ้างอิงทางวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 338. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-338/ (accessed 21 สิงหาคม 2026).
  • การอ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 338
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-338/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-338/"><p>ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่น ให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหาย จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 338 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-338/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง