มาตรา 339/2 — ชิงทรัพย์ที่เป็นวัตถุในทางศาสนา
คำแปลภาษาไทย
Section 339 bis. If the robbery is committed against property under Section 335 bis paragraph one, the offender shall be punished with imprisonment from ten years to fifteen years and a fine from two hundred thousand baht to three hundred thousand baht.
If that robbery is also committed in a place as provided in Section 335 bis paragraph two, the offender shall be punished with imprisonment from ten years to twenty years and a fine from two hundred thousand baht to four hundred thousand baht.
If the robbery under paragraph one or paragraph two causes another person to suffer bodily or mental harm, the offender shall be punished with imprisonment from fifteen years to twenty years and a fine from three hundred thousand baht to four hundred thousand baht.
If the robbery under paragraph one or paragraph two causes another person to suffer grievous bodily harm, the offender shall be punished with imprisonment for life, or imprisonment from fifteen years to twenty years.
If the robbery under paragraph one or paragraph two causes another person to die, the offender shall be punished with death.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 339 ทวิ อยู่ในภาค 2 ลักษณะ 12 หมวด 2 (กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ และปล้นทรัพย์) เป็นบทคู่ขนานฝั่งชิงทรัพย์ของมาตรา 335 ทวิ โดยใช้ทรัพย์ที่ได้รับการคุ้มครองประเภทเดียวกัน คือพระพุทธรูปหรือวัตถุในทางศาสนาที่ประชาชนสักการะบูชาหรือเป็นสมบัติของชาติ แต่ลงโทษหนักขึ้นมากเพราะเป็นการเอาทรัพย์โดยใช้กำลังหรือขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายในทันที มาตรานี้แบ่งเป็นชั้น วรรคแรกคือชิงทรัพย์ดังกล่าว วรรคสองเพิ่มโทษเมื่อกระทำในสถานที่ตามมาตรา 335 ทวิ วรรคสอง และวรรคสามถึงห้าเพิ่มโทษตามผลของอันตราย ตั้งแต่อันตรายแก่กายหรือจิตใจ อันตรายสาหัส จนถึงความตาย มาตรานี้คู่ขนานกับมาตรา 340 ทวิ และ 340 ตรี ที่ใช้แนวคิดทรัพย์ที่ได้รับการคุ้มครองเดียวกันกับการปล้นทรัพย์
ความสำคัญต่อ
นี่เป็นหนึ่งในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ร้ายแรงที่สุดในประมวลกฎหมาย แม้ชั้นพื้นฐานก็มีโทษจำคุกขั้นต่ำสิบปี และหากผู้เสียหายถึงแก่ความตาย โทษคือประหารชีวิต ชิงทรัพย์เป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้ รัฐเป็นผู้ดำเนินคดี การตกลงกันเองไม่ทำให้ความรับผิดทางอาญาสิ้นสุด แม้การชดใช้และการรับสารภาพอาจเป็นเหตุบรรเทาโทษ เนื่องจากชั้นโทษขึ้นอยู่กับลักษณะทรัพย์ที่ได้รับการคุ้มครอง สถานที่ และผลของอันตราย การพิสูจน์องค์ประกอบแต่ละข้อจึงเป็นเรื่องชี้ขาด ผู้ถูกกล่าวหาตามมาตรานี้ควรขอคำปรึกษากฎหมายโดยไม่ชักช้า
เลย
มาตรา 339 ทวิ ต่างจากชิงทรัพย์ธรรมดาอย่างไร
ชิงทรัพย์ธรรมดาลงโทษตามมาตรา 339 ส่วนมาตรา 339 ทวิ ใช้การกระทำเดียวกันกับทรัพย์เฉพาะประเภท คือพระพุทธรูปหรือวัตถุในทางศาสนาที่ประชาชนสักการะบูชาหรือเป็นสมบัติของชาติตามมาตรา 335 ทวิ และมีโทษสูงกว่ามาก เริ่มที่จำคุกสิบปีและเพิ่มขึ้นตามสถานที่และอันตรายที่เกิดขึ้น
โทษสูงสุดตามมาตรา 339 ทวิ คือเท่าใด
หากการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตาย โทษคือประหารชีวิต หากเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส โทษคือจำคุกตลอดชีวิตหรือสิบห้าปีถึงยี่สิบปี ส่วนชั้นพื้นฐานคือจำคุกสิบปีถึงสิบห้าปีพร้อมโทษปรับ