ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 349: ทำให้ทรัพย์ที่ตนจำนำไว้เสียหาย

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดเอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์อันตนจำนำไว้แก่ผู้อื่น ถ้าได้กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้รับจำนำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever takes away, damages, destroys, depreciates, or renders useless property that he has pledged to another person, if the act is done to cause damage to the pledgee, shall be liable to imprisonment not exceeding two years, or a fine not exceeding forty thousand baht, or both.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 349 อยู่ในหมวดความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ มุ่งคุ้มครองสิทธิของผู้รับจำนำเหนือทรัพย์ที่เป็นประกัน องค์ประกอบความผิดคือ ผู้กระทำได้นำทรัพย์ไปจำนำไว้แก่ผู้รับจำนำ ทรัพย์นั้นยังอยู่ในความผูกพันของการจำนำ ผู้กระทำเอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ และกระทำโดยมีเจตนาพิเศษเพื่อให้ผู้รับจำนำเสียหาย เนื่องจากเป็นการกระทำต่อทรัพย์ของตนเองที่ติดภาระจำนำ ความผิดจึงอยู่ที่การทำลายหลักประกันของผู้รับจำนำ มิใช่การเอาทรัพย์ของผู้อื่น ซึ่งต่างจากลักทรัพย์และยักยอก และมักเกี่ยวพันกับความผิดฐานบุกรุกเมื่อมีการเอาทรัพย์ออกไปจากที่ครอบครองของผู้รับจำนำ

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

โทษไม่สูงนัก คือจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท แต่โจทก์ต้องพิสูจน์เจตนาพิเศษที่จะให้ผู้รับจำนำเสียหาย ดังนั้นผู้จำนำที่เคลื่อนย้ายหรือจัดการทรัพย์ด้วยเหตุอันชอบธรรมย่อมมีข้อต่อสู้ที่แท้จริง เช่นเดียวกับความผิดทั้งหมดในหมวดโกงเจ้าหนี้ ความผิดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ตามมาตรา 351 จึงตกลงกันและถอนคำร้องทุกข์ได้ หากมีการเอาทรัพย์ออกไปจากโกดังหรือสถานที่ที่ผู้รับจำนำครอบครอง พนักงานอัยการมักฟ้องความผิดฐานบุกรุกเพิ่มด้วย ซึ่งทำให้โทษสูงขึ้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1363/2550 (2007)

    เมื่อผู้รับจำนำยอมให้ทรัพย์ที่จำนำอยู่ในความครอบครองของผู้จำนำ ย่อมถือไม่ได้ว่าผู้จำนำมอบทรัพย์ไว้เป็นประกันการชำระหนี้ตามความหมายในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะจำนำ เมื่อไม่มีการจำนำ จึงขาดองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 349

    โจทก์ร่วมกับจำเลยทำสัญญาจำนำข้าวระหว่างกัน แต่โจทก์ร่วมยอมให้ข้าวอยู่ในความครอบครองของจำเลย จึงถือไม่ได้ว่ามีการจำนำ และขาดองค์ประกอบความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามมาตรา 349 ส่วนโกดังเก็บข้าวที่โจทก์ร่วมเช่านั้นเป็นโกดังที่จำเลยใช้ประกอบกิจการโรงสีของตน จำเลยเป็นผู้ถือกุญแจแต่ฝ่ายเดียวและครอบครองอยู่เช่นเดิม ทั้งค่าเช่าเพียงปีละ 100 บาท ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการทำสัญญาเช่าเป็นแบบพิธีเท่านั้น คู่สัญญาไม่ได้มีเจตนาให้เป็นการเช่าอย่างแท้จริง จำเลยจึงยังเป็นผู้ครอบครองโกดังและไม่อาจรบกวนการครอบครองของตนเองได้ ไม่มีความผิดฐานบุกรุก

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 10 คดี (พ.ศ. 2502 ถึง 2557)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1363/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5590/2536 (1993)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3684-3685/2532 (1989)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 650/2510 (1967)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 490/2502 (1959)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3684/2532 (1989)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1050/2507 (1964)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1676/2557 (2014)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

มาตรา 349 เป็นเรื่องทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหายหรือไม่

ไม่ใช่ มาตรานี้ใช้กับกรณีที่ผู้กระทำทำให้ทรัพย์ที่ตนเองนำไปจำนำไว้เสียหายหรือเอาไปเพื่อให้ผู้รับจำนำเสียหาย ส่วนการทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหายจะเข้าความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์

คดีตามมาตรา 349 ยอมความได้หรือไม่

ได้ มาตรา 351 กำหนดให้ความผิดทุกฐานในหมวดโกงเจ้าหนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้รับจำนำจึงตกลงและถอนคำร้องทุกข์ได้

โจทก์ต้องพิสูจน์อะไรบ้าง

ต้องพิสูจน์ว่าทรัพย์นั้นได้จำนำไว้แก่ผู้รับจำนำ ผู้ถูกกล่าวหาเอาไป ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ และมีเจตนาให้ผู้รับจำนำเสียหาย

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 349 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 349. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-349/ (accessed 10 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 349
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-349/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-349/"><p>ผู้ใดเอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์อันตนจำนำไว้แก่ผู้อื่น ถ้าได้กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้รับจำนำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 349 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-349/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง