ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 35: ทรัพย์สินที่ริบตกเป็นของแผ่นดิน

ตัวบทกฎหมาย

ทรัพย์สินซึ่งศาลพิพากษาให้ริบให้ตกเป็นของแผ่นดิน แต่ศาลจะพิพากษาให้ทำให้ทรัพย์สินนั้นใช้ไม่ได้หรือทำลายทรัพย์สินนั้นเสียก็ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

Property that the court orders to be forfeited shall vest in the State, or the court shall order it to be destroyed or rendered unusable.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา ๓๕ กำหนดผลทางกฎหมายของการริบตามมาตรา ๓๒ ถึง ๓๔ คือกรรมสิทธิ์ตกเป็นของแผ่นดิน หรือศาลอาจสั่งทำลายหรือทำให้ใช้ไม่ได้เมื่อไม่สมควรเก็บไว้ แนวคำพิพากษาวางหลักว่า การตกเป็นของแผ่นดินไม่เกิดขึ้นทันทีที่ศาลชั้นต้นสั่งริบ แต่มีผลเมื่อคดีถึงที่สุด ระหว่างที่ยังอุทธรณ์ฎีกาได้จึงยังโอนกรรมสิทธิ์กันได้ เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ที่รับโอนภายหลังย่อมไม่ใช่เจ้าของ และทางเดียวที่เจ้าของแท้จริงผู้สุจริตจะขอคืนคือมาตรา ๓๖

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

เมื่อคำพิพากษาให้ริบถึงที่สุดแล้ว ทรัพย์ย่อมตกเป็นของแผ่นดิน การซื้อหรือรับโอนภายหลังไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์ จังหวะเวลาจึงสำคัญ เพราะลำพังคำสั่งศาลชั้นต้นยังไม่โอนกรรมสิทธิ์ทันที สิทธิยังเปลี่ยนแปลงได้ระหว่างที่ยังอุทธรณ์ได้ หากคุณเป็นเจ้าของแท้จริงที่มิได้รู้เห็นเป็นใจ อย่าอาศัยมาตรา ๓๕ แต่ให้ใช้สิทธิตามมาตรา ๓๖ ภายในหนึ่งปีนับแต่คดีถึงที่สุด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11277/2553 (2010)

    เมื่อคำพิพากษาให้ริบถึงที่สุด กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ริบย่อมตกเป็นของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕ ผู้ที่รับโอนทรัพย์ภายหลังการกระทำผิดและภายหลังคำสั่งริบย่อมไม่ใช่เจ้าของ

    ผู้เช่าซื้อยื่นคำร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ที่ถูกริบ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อคำพิพากษาให้ริบถึงที่สุด กรรมสิทธิ์ตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา ๓๕ แล้ว ผู้ร้องซึ่งรับโอนกรรมสิทธิ์ภายหลังการกระทำผิดและคำสั่งริบจึงไม่ใช่เจ้าของ

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1819/2546 (2003)

    คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ริบทรัพย์ยังไม่ทำให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา ๓๕ ทันทีขณะที่คดียังไม่ถึงที่สุด จึงยังโอนกรรมสิทธิ์กันได้ แต่การยื่นคำร้องขอคืนเกินหนึ่งปีนับแต่คำพิพากษาถึงที่สุดต้องห้ามตามมาตรา ๓๖

    ศาลฎีกาเห็นว่าการพิพากษาให้ริบรถยนต์ยังไม่ทำให้รถตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา ๓๕ ทันที เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด บริษัทเงินทุนจึงโอนกรรมสิทธิ์ได้โดยชอบ แต่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนเกินหนึ่งปีนับแต่คดีถึงที่สุด จึงต้องห้ามตามมาตรา ๓๖

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 22 คดี (พ.ศ. 2505 ถึง 2569)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1872/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1819/2546 (2003)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2568/2545 (2002)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4183/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3829/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2746/2537 (1994)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2914/2524 (1981)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1986/2523 (1980)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ทรัพย์ที่ถูกริบจะเป็นอย่างไร

ตามมาตรา ๓๕ ทรัพย์ที่ถูกริบตกเป็นของแผ่นดิน หรือศาลอาจสั่งให้ทำลายหรือทำให้ใช้ไม่ได้

ทรัพย์ที่ริบตกเป็นของแผ่นดินเมื่อใด

แนวคำพิพากษาถือว่ากรรมสิทธิ์ตกเป็นของแผ่นดินเมื่อคดีถึงที่สุด มิใช่ทันทีที่ศาลชั้นต้นสั่งริบ

ทรัพย์ที่ซื้อมาแล้วถูกริบภายหลัง ยังเก็บไว้ได้หรือไม่

หากคำพิพากษาให้ริบถึงที่สุดแล้ว ทรัพย์ย่อมเป็นของแผ่นดิน ผู้รับโอนภายหลังไม่ได้กรรมสิทธิ์

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 35
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 35. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-35/ (accessed 10 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 35
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-35/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-35/"><p>ทรัพย์สินซึ่งศาลพิพากษาให้ริบให้ตกเป็นของแผ่นดิน แต่ศาลจะพิพากษาให้ทำให้ทรัพย์สินนั้นใช้ไม่ได้หรือทำลายทรัพย์สินนั้นเสียก็ได้</p><footer>ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 35 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-35/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง