379: ชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๕๘]
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever draws or brandishes a weapon in the course of a quarrel or a fight shall be liable to imprisonment not exceeding ten days, or a fine not exceeding five thousand baht, or both.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
องค์ประกอบของความผิดคือ (1) การชักหรือแสดงอาวุธ และ (2) กระทำในการวิวาทต่อสู้ ความผิดสำเร็จเมื่อมีการแสดงอาวุธ ไม่จำต้องใช้อาวุธนั้น และไม่ต้องพิสูจน์ว่าเกิดอันตรายหรือมีการขู่เข็ญให้เกิดภัยอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากการทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวโดยการขู่เข็ญตามมาตรา 392 และจากการข่มขืนใจตามมาตรา 309 ทั้งยังต่างจากมาตรา 371 ที่ลงโทษการพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยใช่เหตุ เพราะมาตรา 379 ต้องมีบริบทของการวิวาทต่อสู้ที่เกิดขึ้นจริง โทษคือจำคุกไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นอัตราโทษจำคุกที่เบาที่สุดอัตราหนึ่งในประมวลกฎหมายนี้
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ในเหตุวิวาทตามสถานบันเทิงหรือริมถนน มาตรา 379 มักถูกฟ้องควบคู่กับความผิดที่หนักกว่า และมีประโยชน์แก่โจทก์เพราะพิสูจน์ได้ง่าย เพียงมีการชักอาวุธออกมาในระหว่างวิวาทก็เพียงพอ โดยไม่ต้องแสดงว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือถูกขู่เข็ญเป็นการเฉพาะ สำหรับจำเลย แนวต่อสู้ที่ใช้ได้คือบริบท กล่าวคือขณะนั้นไม่มีการวิวาทต่อสู้ หรือสิ่งของนั้นไม่ใช่อาวุธ ทั้งนี้มีดหรือของใช้ที่พกไปเพื่อการงานก็อาจเป็นอาวุธตามมาตรานี้ได้เมื่อถูกชักออกมาในการวิวาท หากอาวุธนั้นเป็นอาวุธปืน ให้คาดหมายว่าจะมีข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนซึ่งหนักกว่ามากเพิ่มเข้ามาด้วย
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 7 คดี (พ.ศ. 2505 ถึง 2562)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1811/2505 (1962)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3053/2531 (1988)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 11982/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2961/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2604/2532 (1989)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3610/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 77/2541 (1998)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
มาตรา 379 ลงโทษการกระทำใด
การชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้ มีโทษจำคุกไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ต้องมีการใช้อาวุธนั้นหรือไม่
ไม่ต้อง ความผิดสำเร็จเมื่อมีการชักหรือแสดงอาวุธในระหว่างการวิวาท ไม่ต้องพิสูจน์ว่าเกิดอันตรายหรือมีการขู่เข็ญเป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากการทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวโดยการขู่เข็ญตามมาตรา 392 และจากการข่มขืนใจตามมาตรา 309
มาตรา 379 ต่างจากมาตรา 371 อย่างไร
มาตรา 371 ลงโทษการพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยใช่เหตุ ส่วนมาตรา 379 ต้องมีการวิวาทต่อสู้เกิดขึ้นจริง และมุ่งเอาผิดการชักอาวุธออกมาในระหว่างนั้น
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
การอ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 379 (Thailand) -
การอ้างอิงทางวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 379. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-379/ (accessed 21 สิงหาคม 2026). -
การอ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 379 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-379/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-379/"><p>ผู้ใดชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๕๘]</p><footer>Penal Code, s. 379 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-379/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา