มาตรา 87: ความรับผิดเมื่อกระทำเกินขอบเขต
ตัวบทกฎหมาย
ในกรณีที่มีการกระทำความผิดเพราะมีผู้ใช้ให้กระทำตามมาตรา ๘๔ เพราะมีผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิดตามมาตรา ๘๕ หรือโดยมีผู้สนับสนุนตามมาตรา ๘๖ ถ้าความผิดที่เกิดขึ้นนั้น ผู้กระทำได้กระทำไปเกินขอบเขตที่ใช้หรือที่โฆษณาหรือประกาศ หรือเกินไปจากเจตนาของผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำความผิด ผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด แล้วแต่กรณี ต้องรับผิดทางอาญาเพียงสำหรับความผิดเท่าที่อยู่ในขอบเขตที่ใช้ หรือที่โฆษณาหรือประกาศ หรืออยู่ในขอบเขตแห่งเจตนาของผู้สนับสนุนการกระทำความผิดเท่านั้น แต่ถ้าโดยพฤติการณ์อาจเล็งเห็นได้ว่า อาจเกิดการกระทำความผิดเช่นที่เกิดขึ้นนั้นได้จากการใช้ การโฆษณา หรือประกาศ หรือการสนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำความผิด ผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด แล้วแต่กรณี ต้องรับผิดทางอาญาตามความผิดที่เกิดขึ้นนั้น ในกรณีที่ผู้ถูกใช้ ผู้กระทำตามคำโฆษณา หรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือตัวการในความผิด จะต้องรับผิดทางอาญามีกำหนดโทษสูงขึ้นเพราะอาศัยผลที่เกิดจากการกระทำความผิด ผู้ใช้ให้กระทำความผิด ผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด แล้วแต่กรณี ต้องรับผิดทางอาญาตามความผิดที่มีกำหนดโทษสูงขึ้นนั้นด้วย แต่ถ้าโดยลักษณะของความผิด ผู้กระทำจะต้องรับผิดทางอาญามีกำหนดโทษสูงขึ้นเฉพาะเมื่อผู้กระทำต้องรู้ หรืออาจเล็งเห็นได้ว่าจะเกิดผลเช่นนั้นขึ้น ผู้ใช้ให้กระทำความผิด ผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด จะต้องรับผิดทางอาญาตามความผิดที่มีกำหนดโทษสูงขึ้นก็เฉพาะเมื่อตนได้รู้ หรืออาจเล็งเห็นได้ว่าจะเกิดผลเช่นที่เกิดขึ้นนั้น
คำแปลภาษาอังกฤษ
Where an offence is committed because a person instigated it under Section 84, because a person advertised or announced to the general public that it be committed under Section 85, or because a person gave support under Section 86, and the offence that occurred was committed beyond the scope of the instigation, of the advertisement or announcement, or beyond the intention of the supporter, the instigator, the person who advertised or announced to the general public, or the supporter, as the case may be, shall be criminally liable only for the offence falling within the scope of the instigation, of the advertisement or announcement, or within the scope of the supporter's intention. But if in the circumstances it could be foreseen that an offence such as the one that occurred might result from the instigation, the advertisement or announcement, or the support, then the instigator, the person who advertised or announced to the general public, or the supporter, as the case may be, shall be criminally liable for the offence that occurred.
Where the person instigated, the person who acted in accordance with the advertisement or announcement to the general public, or a principal in the offence becomes liable to a heavier punishment by reason of a result arising from the commission of the offence, the instigator, the person who advertised or announced to the general public, or the supporter, as the case may be, shall also be criminally liable for that more heavily punishable offence. But where, by the nature of the offence, the offender is liable to the heavier punishment only if the offender must have known, or could have foreseen, that such a result would occur, then the instigator, the person who advertised or announced to the general public, or the supporter shall be liable for that more heavily punishable offence only if that person knew, or could have foreseen, that a result such as the one that occurred would occur.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 87 ปิดหมวดว่าด้วยตัวการและผู้สนับสนุนในภาค 1 และกำกับความรับผิดที่ต่อเนื่องของผู้ใช้ ผู้โฆษณา และผู้สนับสนุน เมื่อผู้กระทำจริงกระทำเกิน ในเรื่องขอบเขตของความผิด หลักโดยปกติเป็นการคุ้มครอง คือแต่ละคนรับผิดเพียงความผิดในขอบเขตที่ตนใช้ โฆษณา หรือสนับสนุน ไม่ใช่ส่วนที่ผู้กระทำทำเกิน เว้นแต่ตามพฤติการณ์อาจเล็งเห็นได้ว่าความผิดเช่นที่เกิดขึ้นนั้นอาจเกิดขึ้นได้ จึงต้องรับผิดในส่วนที่เกินด้วย แต่ในเรื่องผลที่ทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้น หลักกลับเป็นตรงกันข้าม และเป็นส่วนที่มักถูกกล่าวสลับกัน กล่าวคือเมื่อผลของการกระทำความผิดทำให้ผู้ถูกใช้หรือตัวการต้องรับโทษหนักขึ้น ผู้ใช้ ผู้โฆษณา หรือผู้สนับสนุน ต้องรับผิดในความผิดที่มีโทษหนักขึ้นนั้นด้วย โดยไม่ต้องพิจารณาการเล็งเห็นของผู้นั้นเป็นการเฉพาะ ข้อกำหนดเรื่องความรู้จะเข้ามาก็เฉพาะเมื่อความผิดนั้นโดยลักษณะของมัน ผู้กระทำจะต้องรับโทษหนักขึ้นก็ต่อเมื่อผู้กระทำได้รู้หรืออาจเล็งเห็นผลนั้น กรณีเช่นนั้นจึงนำหลักเดียวกันมาใช้แก่ผู้ใช้ ผู้โฆษณา หรือผู้สนับสนุน ความรู้จึงเป็นข้อยกเว้นสำหรับผลที่ทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้น มิใช่หลักทั่วไป มาตรานี้ใช้กับมาตรา 84, 85 และ 86
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
สำหรับผู้ที่ถูกฟ้องในฐานะผู้ใช้ ผู้โฆษณา หรือผู้สนับสนุน มาตรานี้เป็นเกราะในเรื่องขอบเขตของความผิด ความรับผิดโดยปกติหยุดที่ความผิดในขอบเขตที่ตนก่อ และฝ่ายโจทก์ต้องแสดงว่าตามพฤติการณ์อาจเล็งเห็นได้ว่าความผิดเช่นที่เกิดขึ้นอาจเกิดขึ้นได้ จึงจะรวมส่วนที่เกินเข้ามา แต่มาตรานี้ไม่ใช่เกราะสำหรับผลที่ทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้น เมื่อผลนั้นทำให้ผู้กระทำจริงต้องรับโทษหนักขึ้น มาตรานี้ให้ความรับผิดที่หนักขึ้นตามไปถึงผู้ใช้ ผู้โฆษณา หรือผู้สนับสนุนด้วย โดยไม่ต้องพิสูจน์การเล็งเห็นของผู้นั้นเป็นการเฉพาะ การที่ตัวการยกระดับความร้ายแรงจึงตามมาถึงโดยหลัก ข้อโต้แย้งที่แคบกว่านั้นคือ ความผิดบางฐานกำหนดให้ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้นก็ต่อเมื่อผู้กระทำได้รู้หรืออาจเล็งเห็นผลนั้น เฉพาะความผิดกลุ่มนี้เท่านั้นที่หลักเดียวกันจะคุ้มครองผู้ใช้ ผู้โฆษณา หรือผู้สนับสนุน การพิจารณาว่าความผิดที่หนักขึ้นนั้นอยู่ในกลุ่มใดจึงเป็นคำถามแรก ก่อนจะโต้แย้งว่าผู้ถูกกล่าวหาเล็งเห็นสิ่งใดจริง
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 13 คดี (พ.ศ. 2510 ถึง 2559)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 39/2534 (1991)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4941/2528 (1985)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9024/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4019/2549 (2006)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1269/2513 (1970)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 15732/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 17866/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 280/2510 (1967)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ใช้ต้องรับผิดหรือไม่หากผู้กระทำทำเกินกว่าที่ใช้
ตามมาตรา 87 โดยทั่วไปไม่ ผู้ใช้รับผิดเพียงความผิดในขอบเขตที่ใช้ แต่ต้องรับผิดในส่วนที่เกินหากอาจเล็งเห็นได้ว่าเป็นผลที่ตามธรรมดาย่อมเกิดขึ้น
ผู้สนับสนุนรับโทษหนักขึ้นจากผลที่หนักขึ้นเมื่อใด
โดยหลักคือรับผิดไปโดยอัตโนมัติ ตามมาตรา 87 เมื่อผลของการกระทำความผิดทำให้ผู้ถูกใช้หรือตัวการต้องรับโทษหนักขึ้น ผู้ใช้ ผู้โฆษณาหรือประกาศ หรือผู้สนับสนุน ต้องรับผิดในความผิดที่มีโทษหนักขึ้นนั้นด้วย โดยไม่ต้องพิสูจน์การเล็งเห็นของผู้นั้นเป็นการเฉพาะ ข้อกำหนดเรื่องความรู้ใช้เฉพาะความผิดกลุ่มที่แคบกว่า คือความผิดซึ่งโดยลักษณะของมัน ผู้กระทำจะต้องรับโทษหนักขึ้นก็ต่อเมื่อผู้กระทำได้รู้ หรืออาจเล็งเห็นได้ว่าผลเช่นนั้นจะเกิดขึ้น เฉพาะกลุ่มนี้เท่านั้นที่ผู้ใช้ ผู้โฆษณา หรือผู้สนับสนุน จะรับผิดในความผิดที่หนักขึ้น ก็ต่อเมื่อผู้นั้นได้รู้หรืออาจเล็งเห็นผลเช่นที่เกิดขึ้นนั้น
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 87 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 87. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-87/ (accessed 10 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 87 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-87/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-87/"><p>ในกรณีที่มีการกระทำความผิดเพราะมีผู้ใช้ให้กระทำตามมาตรา ๘๔ เพราะมีผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิดตามมาตรา ๘๕ หรือโดยมีผู้สนับสนุนตามมาตรา ๘๖ ถ้าความผิดที่เกิดขึ้นนั้น ผู้กระทำได้กระทำไปเกินขอบเขตที่ใช้หรือที่โฆษณาหรือประกาศ หรือเกินไปจากเจตนาของผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำความผิด ผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด แล้วแต่กรณี ต้องรับผิดทางอาญาเพียงสำหรับความผิดเท่าที่อยู่ในขอบเขตที่ใช้ หรือที่โฆษณาหรือประกาศ หรืออยู่ในขอบเขตแห่งเจตนาของผู้สนับสนุนการกระทำความผิดเท่านั้น แต่ถ้าโดยพฤติการณ์อาจเล็งเห็นได้ว่า อาจเกิดการกระทำความผิดเช่นที่เกิดขึ้นนั้นได้จากการใช้ การโฆษณา หรือประกาศ หรือการสนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำความผิด ผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด แล้วแต่กรณี ต้องรับผิดทางอาญาตามความผิดที่เกิดขึ้นนั้น ในกรณีที่ผู้ถูกใช้ ผู้กระทำตามคำโฆษณา หรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือตัวการในความผิด จะต้องรับผิดทางอาญามีกำหนดโทษสูงขึ้นเพราะอาศัยผลที่เกิดจากการกระทำความผิด ผู้ใช้ให้กระทำความผิด ผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด แล้วแต่กรณี ต้องรับผิดทางอาญาตามความผิดที่มีกำหนดโทษสูงขึ้นนั้นด้วย แต่ถ้าโดยลักษณะของความผิด ผู้กระทำจะต้องรับผิดทางอาญามีกำหนดโทษสูงขึ้นเฉพาะเมื่อผู้กระทำต้องรู้ หรืออาจเล็งเห็นได้ว่าจะเกิดผลเช่นนั้นขึ้น ผู้ใช้ให้กระทำความผิด ผู้โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิด จะต้องรับผิดทางอาญาตามความผิดที่มีกำหนดโทษสูงขึ้นก็เฉพาะเมื่อตนได้รู้ หรืออาจเล็งเห็นได้ว่าจะเกิดผลเช่นที่เกิดขึ้นนั้น</p><footer>Penal Code, s. 87 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-87/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา