มาตรา 575: จ้างแรงงาน, บทนิยาม
ตัวบทกฎหมาย
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
A hire of services is a contract whereby a person, called the employee, agrees to render services to another person, called the employer, who agrees to pay remuneration for the duration of the services.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 575 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 3 (เอกเทศสัญญา) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
สำหรับทนายความ: การจำแนกสัญญาว่าเป็นจ้างแรงงานหรือจ้างทำของกำหนดกฎหมายที่ใช้บังคับ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานใช้บังคับกับจ้างแรงงานแต่ไม่ใช้กับจ้างทำของ สำหรับประชาชนทั่วไป: หากถูกว่าจ้างให้ให้บริการต่อเนื่องภายใต้การกำกับของนายจ้าง อาจถือเป็นลูกจ้างแม้สัญญาจะใช้ชื่ออื่น
ความเป็นมาทางกฎหมาย
บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับเดิม ไม่มีการแก้ไขสาระสำคัญในภายหลัง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7084/2548 (2005)
ผู้ถือหุ้นของบริษัทนายจ้างไม่ใช่นายจ้างตามความหมายของคำว่านายจ้าง (2) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 5 และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 จึงไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เมื่อไม่ใช่นายจ้าง ย่อมไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ที่จะเข้าเป็นจำเลยร่วมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (2) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 31 และเมื่อตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะบังคับคดีแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ถือหุ้นเช่นว่านั้นย่อมไม่เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่จะถูกศาลมีคำบังคับกำหนดวิธีที่จะปฏิบัติตามคำบังคับตามมาตรา 272 จึงไม่มีเหตุที่จะขอทุเลาการบังคับ และไม่อาจขอให้ระงับหรืองดการบังคับคดีไว้ชั่วคราวได้ เพราะมาตรา 293 วรรคสอง ให้ศาลงดการบังคับคดีได้ต่อเมื่อเห็นว่าข้ออ้างของลูกหนี้ตามคำพิพากษามีเหตุฟังได้ และการงดการบังคับคดีไม่น่าจะเป็นที่เสียหายแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
ลูกจ้างฟ้องขอให้บังคับบริษัทนายจ้างจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานอันถึงที่สุด ผู้ร้องซึ่งเป็นเพียงผู้ถือหุ้นของจำเลยขอเข้าเป็นจำเลยร่วมและขอให้ทุเลาการบังคับคดี ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าผู้ร้องเป็นเพียงผู้ถือหุ้น จึงไม่ใช่นายจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 5 ตามความหมายคำว่านายจ้าง (2) และ ป.พ.พ. มาตรา 575 เมื่อไม่ใช่นายจ้างก็ไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ที่จะเข้าเป็นจำเลยร่วมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (2) ประกอบมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ และตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะบังคับคดีแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อผู้ร้องไม่ใช่นายจ้างผู้ต้องรับผิดตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง จึงไม่เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาผู้ที่ต้องถูกมีคำบังคับกำหนดวิธีที่จะปฏิบัติตามคำบังคับตามมาตรา 272 ไม่มีเหตุที่จะขอทุเลาการบังคับ และขอระงับหรืองดการบังคับคดีไว้ชั่วคราวไม่ได้ เพราะมาตรา 293 วรรคสอง ให้งดการบังคับคดีได้ต่อเมื่อข้ออ้างของลูกหนี้ตามคำพิพากษามีเหตุฟังได้และไม่น่าเป็นที่เสียหายแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 74 คดี (พ.ศ. 2497 ถึง 2563)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4197/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3100/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7433/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 13163/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6722/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 20658-21837/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9832-9836/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4362/2549 (2006)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- มาตรา 583 18
- มาตรา 587 8
- มาตรา 582 7
- มาตรา 193/34 5
- ป.วิ.แพ่ง มาตรา 225 4
- มาตรา 193/30 4
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
จ้างแรงงาน (มาตรา 575) แตกต่างจากจ้างทำของ (มาตรา 587) อย่างไร?
ในจ้างแรงงาน ลูกจ้างทำงานต่อเนื่องภายใต้การกำกับของนายจ้างและได้รับค่าจ้างตามเวลา ในจ้างทำของ ผู้รับจ้างตกลงส่งมอบผลงานที่กำหนดและได้รับสินจ้างเมื่องานสำเร็จ ความแตกต่างนี้สำคัญเพราะ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานใช้บังคับกับจ้างแรงงานเท่านั้น
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil and Commercial Code, s. 575 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil and Commercial Code (Thailand), s. 575. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-575/ (accessed 17 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.พ.พ. มาตรา 575 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-575/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-575/"><p>อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 575 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-575/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา