มาตรา 582: การเลิกสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา: การบอกกล่าวล่วงหน้า
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าคู่สัญญาไม่ได้กำหนดลงไว้ในสัญญาว่าจะจ้างกันนานเท่าไร ท่านว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวใดคราวหนึ่ง เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็อาจทำได้ แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากว่าสามเดือนอนึ่ง ในเมื่อบอกกล่าวดังว่านี้ นายจ้างจะจ่ายสินจ้างแก่ลูกจ้างเสียให้ครบจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าวนั้นทีเดียว แล้วปล่อยลูกจ้างจากงานเสียในทันทีก็อาจทำได้
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
If the parties have not fixed the duration of the contract, either party can terminate it by giving notice at or before any time of payment to take effect at the following time of payment. But no more than three-month notice need be given. The employer can, on giving such notice, immediately dispense with the services of the employee by paying him his remuneration up to the expiration of the notice.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 582 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 3 (เอกเทศสัญญา) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
สำหรับทนายความ: มาตรา 582 กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายแพ่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานอาจกำหนดระยะเวลาบอกกล่าวเพิ่มเติมหรือนานกว่า สำหรับประชาชนทั่วไป: หากไม่มีสัญญาจ้างระยะเวลาแน่นอน ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าสูงสุดสามเดือน โดยให้สอดคล้องกับวันจ่ายค่าจ้าง
ความเป็นมาทางกฎหมาย
บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับเดิม ไม่มีการแก้ไขสาระสำคัญในภายหลัง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9778/2544 (2001)
มาตรา 582 กำหนดเวลาการบอกกล่าวเลิกสัญญาจ้างแรงงานโดยอิงกับวันที่ถึงกำหนดจ่ายสินจ้างจริง และวันดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงไปได้โดยพฤติการณ์ของคู่สัญญา เมื่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดจ่ายค่าจ้างในวันสิ้นเดือน แต่นายจ้างจ่ายค่าจ้างก่อนวันสิ้นเดือน 1 วัน เป็นประจำตลอดมา ย่อมถือได้ว่านายจ้างตกลงกับลูกจ้างให้เปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างในเรื่องกำหนดการจ่ายค่าจ้างโดยปริยาย ซึ่งนายจ้างและลูกจ้างย่อมมีสิทธิทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย การบอกกล่าวจึงต้องกระทำในหรือก่อนวันถึงกำหนดจ่ายสินจ้างที่แท้จริงนั้น เพื่อให้มีผลเมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไป มาตรานี้มิได้ใช้บังคับโดยไม่คำนึงถึงข้อบังคับภายในไม่ว่าจะมีเนื้อความอย่างใด แต่ใช้กับวันถึงกำหนดจ่ายสินจ้างตามที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างกำหนดจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันสิ้นเดือนของทุกเดือน แต่นายจ้างจ่ายค่าจ้างก่อนวันสิ้นเดือน 1 วัน เป็นประจำตลอดมา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าย่อมถือได้ว่านายจ้างตกลงกับลูกจ้างให้มีการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างในเรื่องกำหนดการจ่ายค่าจ้างจากวันสิ้นเดือนเป็นวันก่อนวันสิ้นเดือน 1 วัน โดยปริยาย ซึ่งนายจ้างและลูกจ้างย่อมมีสิทธิทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย วันที่ครบกำหนดจ่ายสินจ้างตามกฎหมายในเดือนมิถุนายน 2541 จึงเป็นวันที่ 29 มิถุนายน 2541 หากนายจ้างจะเลิกจ้างโดยให้มีผลในวันที่ 1 สิงหาคม 2541 ก็ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าอย่างช้าที่สุดภายในวันที่ 29 มิถุนายน 2541 จึงจะเป็นการบอกกล่าวเลิกจ้างโดยชอบตามมาตรา 582 วรรคหนึ่ง มาตรานี้จึงถูกนำไปใช้กับวันถึงกำหนดจ่ายสินจ้างที่แท้จริงตามที่เปลี่ยนแปลงไป มิใช่ตามถ้อยคำของข้อบังคับ
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 143 คดี (พ.ศ. 2502 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4239/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4030/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 892/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2289/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6881/2549 (2006)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6701/2549 (2006)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8570/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6787/2548 (2005)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil and Commercial Code, s. 582 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil and Commercial Code (Thailand), s. 582. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-582/ (accessed 17 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.พ.พ. มาตรา 582 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-582/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-582/"><p>ถ้าคู่สัญญาไม่ได้กำหนดลงไว้ในสัญญาว่าจะจ้างกันนานเท่าไร ท่านว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวใดคราวหนึ่ง เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็อาจทำได้ แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากว่าสามเดือนอนึ่ง ในเมื่อบอกกล่าวดังว่านี้ นายจ้างจะจ่ายสินจ้างแก่ลูกจ้างเสียให้ครบจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าวนั้นทีเดียว แล้วปล่อยลูกจ้างจากงานเสียในทันทีก็อาจทำได้</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 582 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-582/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา