ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

กฎหมายอาญา

24: สถานที่กักขัง

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดต้องโทษกักขัง ให้กักตัวไว้ในสถานที่กักขังซึ่งกำหนดไว้อันมิใช่เรือนจำ สถานีตำรวจ หรือสถานที่ควบคุมผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน ถ้าศาลเห็นเป็นการสมควร จะสั่งในคำพิพากษาให้กักขังผู้กระทำความผิดไว้ในที่อาศัยของผู้นั้นเอง หรือของผู้อื่นที่ยินยอมรับผู้นั้นไว้ หรือสถานที่อื่นที่อาจกักขังได้ เพื่อให้เหมาะสมกับประเภทหรือสภาพของผู้ถูกกักขังก็ได้ ถ้าความปรากฏแก่ศาลว่า การกักขังผู้ต้องโทษกักขังไว้ในสถานที่กักขังตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้นั้น หรือทำให้ผู้ซึ่งต้องพึ่งพาผู้ต้องโทษกักขังในการดำรงชีพได้รับความเดือดร้อนเกินสมควร หรือมีพฤติการณ์พิเศษประการอื่นที่แสดงให้เห็นว่าไม่สมควรกักขังผู้ต้องโทษกักขังในสถานที่ดังกล่าว ศาลจะมีคำสั่งให้กักขังผู้ต้องโทษกักขังในสถานที่อื่นซึ่งมิใช่ที่อยู่อาศัยของผู้นั้นเองโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ก็ได้ กรณีเช่นว่านี้ ให้ศาลมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดให้ผู้ต้องโทษกักขังปฏิบัติ และหากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ดังกล่าวยินยอม ศาลอาจมีคำสั่งแต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้ควบคุมดูแลและให้ถือว่าผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายนี้[๑๙]

คำแปลภาษาอังกฤษ

A person sentenced to confinement shall be detained in a designated place of confinement which is not a prison, a police station, or a place used by an inquiry official for the detention of an accused person.
If the court thinks it appropriate, it may order in the judgment that the offender be confined in that person's own residence, or in the residence of another person who consents to receive that person, or in any other place where confinement may be carried out, so as to be suitable to the type or condition of the person confined.
If it appears to the court that confining the person in a place of confinement under paragraph one or paragraph two may cause danger to that person, or may cause undue hardship to a person who depends on the person confined for subsistence, or that there are other special circumstances showing that it is not appropriate to confine that person in such a place, the court may order that the person be confined in another place which is not that person's own residence, with the consent of the owner or the possessor of that place. In such a case the court has the power to fix any condition for the person confined to comply with; and if the owner or possessor of the place consents, the court may order the appointment of that person as supervisor, and the person so appointed shall be deemed an official under this Code.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 24 กำหนดสถานที่รับโทษกักขังและแยกให้ต่างจากการจำคุก คือต้องมิใช่เรือนจำ สถานีตำรวจ หรือสถานที่ควบคุมผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน วรรคสองให้ศาลมีดุลพินิจอนุญาตให้กักขังในที่อาศัยของผู้ต้องโทษเองหรือของบุคคลภายนอกที่ยินยอม พร้อมกำหนดเงื่อนไขเพื่อป้องกันการหลบหนี ศาลฎีกาถือว่าการกักขังในที่อาศัยเป็นดุลพินิจอย่างแท้จริง จะใช้ได้เฉพาะเมื่อสถานที่นั้นเหมาะสมกับประเภทหรือสภาพของผู้ถูกกักขัง และศาลเคยปฏิเสธเมื่อไม่เหมาะสม ในทางปฏิบัติสมัยใหม่ เงื่อนไขที่กำหนดอาจรวมถึงการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวและการห้ามออกจากบ้าน

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากท่านต้องโทษกักขัง มาตรานี้เป็นสิ่งที่ทำให้การกักขังในบ้านเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ได้มาโดยอัตโนมัติ ท่านต้องแสดงต่อศาลว่าที่อาศัยนั้นเหมาะสม และศาลอาจกำหนดเงื่อนไข เช่น การติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวหรือการห้ามออกนอกเคหสถานตามเวลาที่กำหนด สถานที่ที่เสนอซึ่งอ่อนหรือไม่เหมาะสมอาจทำให้ศาลปฏิเสธการกักขังในบ้าน การเตรียมแผนสถานที่รับโทษที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือช่วยเพิ่มโอกาสได้รับคำสั่งที่เป็นคุณ

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4676/2564 (2021)

    ตามมาตรา 23 และ 24 ศาลอาจเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังและสั่งให้รับโทษที่บ้านของตนเอง โดยกำหนดเงื่อนไข เช่น การติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวและการห้ามออกจากบ้าน

    ศาลลดโทษเหลือสามเดือนและเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง โดยให้กักขังจำเลยแต่ละคนที่บ้านของตนเอง พร้อมกำหนดให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวและห้ามออกจากบ้านพักมีกำหนดสามเดือนตามมาตรา 23 และ 24 คดีนี้แสดงการกักขังในบ้านพร้อมเงื่อนไขควบคุมสมัยใหม่

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4617/2549 (2006)

    ดุลพินิจตามมาตรา 24 วรรคสองที่จะสั่งกักขังในที่อาศัยของผู้นั้น ใช้ได้เฉพาะเมื่อสถานที่นั้นเหมาะสมกับประเภทหรือสภาพของผู้ถูกกักขัง ศาลอาจปฏิเสธการกักขังในบ้านเมื่อไม่เหมาะสม

    หลังเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง จำเลยขอให้กักขังที่บ้าน ศาลเห็นว่าแม้มาตรา 24 วรรคสองให้ดุลพินิจอนุญาตให้กักขังในที่อาศัยของผู้นั้นเองหรือของผู้อื่นได้ แต่ต้องเป็นสถานที่ที่ศาลเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทหรือสภาพของผู้ถูกกักขัง และศาลไม่สั่งให้กักขังในบ้านตามข้อเท็จจริงในคดี

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 9 คดี (พ.ศ. 2503 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4617/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 977/2545 (2002)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9041/2543 (2000)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7746/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4676/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5399/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4353/2531 (1988)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 709/2503 (1960)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

กักขังเพื่อรับที่ใด ๆ

ตามมาตรา 24 การลงโทษจะต้องรับกักอย่างต่อเนื่องซึ่งมิใช่เรือนจำสถานีตำรวจหรือสถานที่ควบคุมผู้ตรวจสอบของพนักงานสอบสวน

กักขังในบ้านของเราได้...

หลังจากที่เห็นได้ในมาตรา 24 อาจจะต้องกักกันในที่อาศัยนั้นเองหรือของผู้อื่นที่ความเชื่อและประติมากรรมอาจกำหนดเงื่อนไขเช่นการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เป็นไปตามนั้นได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • การอ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 24 (Thailand)
  • การอ้างอิงทางวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 24. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-24/ (accessed 21 สิงหาคม 2026).
  • การอ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 24
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-24/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-24/"><p>ผู้ใดต้องโทษกักขัง ให้กักตัวไว้ในสถานที่กักขังซึ่งกำหนดไว้อันมิใช่เรือนจำ สถานีตำรวจ หรือสถานที่ควบคุมผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน ถ้าศาลเห็นเป็นการสมควร จะสั่งในคำพิพากษาให้กักขังผู้กระทำความผิดไว้ในที่อาศัยของผู้นั้นเอง หรือของผู้อื่นที่ยินยอมรับผู้นั้นไว้ หรือสถานที่อื่นที่อาจกักขังได้ เพื่อให้เหมาะสมกับประเภทหรือสภาพของผู้ถูกกักขังก็ได้ ถ้าความปรากฏแก่ศาลว่า การกักขังผู้ต้องโทษกักขังไว้ในสถานที่กักขังตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้นั้น หรือทำให้ผู้ซึ่งต้องพึ่งพาผู้ต้องโทษกักขังในการดำรงชีพได้รับความเดือดร้อนเกินสมควร หรือมีพฤติการณ์พิเศษประการอื่นที่แสดงให้เห็นว่าไม่สมควรกักขังผู้ต้องโทษกักขังในสถานที่ดังกล่าว ศาลจะมีคำสั่งให้กักขังผู้ต้องโทษกักขังในสถานที่อื่นซึ่งมิใช่ที่อยู่อาศัยของผู้นั้นเองโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ก็ได้ กรณีเช่นว่านี้ ให้ศาลมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดให้ผู้ต้องโทษกักขังปฏิบัติ และหากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ดังกล่าวยินยอม ศาลอาจมีคำสั่งแต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้ควบคุมดูแลและให้ถือว่าผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายนี้[๑๙]</p><footer>Penal Code, s. 24 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-24/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง