กฎหมายอาญา

รองเท้าแตะ๑๑/๑: ปลอมหรือแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริงหรือเพื่อใช้ประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever makes a false electronic card in whole or in part, adds to or removes text, or alters by any means a genuine electronic card, in a manner likely to cause damage to another person or to the public, if the act is done in order to make any person believe that it is a genuine electronic card or in order to obtain any benefit, commits the offence of forging an electronic card and shall be liable to imprisonment from one year to five years and a fine from twenty thousand baht to one hundred thousand baht.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 269/1 เป็นความผิดพื้นฐานของหมวดความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ และเทียบเคียงได้กับความผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา 264 คำว่าบัตรอิเล็กทรอนิกส์มิได้นิยามไว้ในมาตรานี้ แต่นิยามไว้ในมาตรา 1 (14) ของภาคทั่วไป ซึ่งมีความหมายกว้างมาก ครอบคลุมทั้งบัตรที่มีรูปร่างและข้อมูลที่บันทึกไว้ในบัตร ข้อมูล รหัส หมายเลขบัญชี หรือหมายเลขชุดทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกให้โดยไม่มีตัวบัตร และสิ่งอื่นใดที่ใช้ประกอบกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อระบุตัวเจ้าของ องค์ประกอบความผิดคือ (1) ทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือเติม ตัดทอน หรือแก้ไขบัตรที่แท้จริง (2) โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และ (3) เจตนาให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นบัตรที่แท้จริง หรือเพื่อใช้ประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด องค์ประกอบด้านเจตนาข้อหลังนี้กว้างกว่ามาตรา 264 ซึ่งต้องการเพียงเจตนาให้หลงเชื่อว่าเป็นของแท้ โทษตามมาตรานี้เป็นทั้งจำทั้งปรับ ส่วนมาตรา 269/2 ถึง 269/4 เอาผิดเครื่องมือที่ใช้ปลอม การนำเข้าส่งออก และการใช้หรือจำหน่ายบัตรที่ปลอมตามมาตรานี้ และมาตรา 269/7 เพิ่มโทษทุกมาตราในหมวดนี้อีกกึ่งหนึ่งหากเป็นบัตรชำระเงินหรือถอนเงินสด.

ความสำคัญต่อ

โทษจำคุกขั้นต่ำหนึ่งปีและโทษปรับที่ต้องลงควบคู่กัน ทำให้มาตรานี้หนักกว่าการปลอมเอกสารทั่วไปตามมาตรา 264 อย่างชัดเจน และไม่อาจลงโทษปรับสถานเดียวได้ คดีปลอมบัตรมักถูกฟ้องหลายกระทง ทั้งความผิดฐานปลอมตามมาตรานี้ เครื่องมือสกิมเมอร์หรือเครื่องบันทึกข้อมูลตามมาตรา 269/2 การใช้หรือจำหน่ายตามมาตรา 269/4 และลักทรัพย์ตามมาตรา 334 สำหรับเงินที่ถูกถอนไป เนื่องจากบัตรที่เกี่ยวข้องมักเป็นบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตรเอทีเอ็ม จึงเข้ามาตรา 269/7 ซึ่งเพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่ง ทำให้โทษที่แท้จริงสำหรับบัตรชำระเงินปลอมหนึ่งใบคือจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีหกเดือนถึงเจ็ดปีหกเดือน หากทำบัตรหลายใบโดยเจตนาให้ใช้แยกกันแต่ละใบ ศาลลงโทษเรียงกระทง.

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1517/2564 (2021)

    บัตรที่ใช้ชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นแทนเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสดจากบัญชีเงินฝากธนาคาร เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ จึงเป็นเอกสารและเอกสารสิทธิตามมาตรา 1 (7) และ (9) แห่งประมวลกฎหมายอาญา.

    ในคดีที่ฟ้องทั้งความผิดฐานปลอมเอกสารและความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 264, 265, 266, 269/1, 269/2, 269/4, 269/7, 334 ศาลถือว่าบัตรชำระเงินเป็นทั้งเอกสารและเอกสารสิทธิ และลงโทษจำเลยหลายกรรม.

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 5 คดี (พ.ศ. 2552 ถึง 2564)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2490/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 16000/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1517/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 11227/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3499/2552 (2009)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

บัตรอิเล็กทรอนิกส์ครอบคลุมมากกว่าบัตรที่เป็นวัตถุหรือไม่

ครอบคลุม มาตรา 269/1 ครอบคลุมทั้งบัตรที่เป็นวัตถุ เช่น บัตรเครดิตและบัตรเอทีเอ็ม และข้อมูล รหัส หรือหมายเลขบัญชีที่ไม่มีรูปร่างซึ่งใช้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน สินค้า หรือบริการ.

บัตรเครดิตถือเป็นเอกสารตามกฎหมายด้วยหรือไม่

ศาลวินิจฉัยว่าบัตรเครดิตหรือบัตรเอทีเอ็มที่ใช้ชำระค่าสินค้าบริการหรือถอนเงินสด เป็นทั้งเอกสารและเอกสารสิทธิตามมาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับบัตรจึงมักซ้อนกับความผิดฐานปลอมเอกสาร.

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 269/1 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 269/1. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-269-1/ (accessed 17 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 269/1
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-269-1/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-269-1/"><p>ผู้ใดทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริงหรือเพื่อใช้ประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท</p><footer>Penal Code, s. 269/1 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-269-1/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง