ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 3: การใช้กฎหมายที่เป็นคุณ

ตัวบทกฎหมาย

ถ้ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด ไม่ว่าในทางใด เว้นแต่คดีถึงที่สุดแล้ว แต่ในกรณีที่คดีถึงที่สุดแล้ว ดังต่อไปนี้ (๑) ถ้าผู้กระทำความผิดยังไม่ได้รับโทษ หรือกำลังรับโทษอยู่ และโทษที่กำหนดตามคำพิพากษาหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง เมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาลหรือเมื่อผู้กระทำความผิด ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการร้องขอ ให้ศาลกำหนดโทษเสียใหม่ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง ในการที่ศาลจะกำหนดโทษใหม่นี้ ถ้าปรากฏว่า ผู้กระทำความผิดได้รับโทษมาบ้างแล้ว เมื่อได้คำนึงถึงโทษตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง หากเห็นเป็นการสมควร ศาลจะกำหนดโทษน้อยกว่าโทษขั้นต่ำที่กฎหมายที่บัญญัติในภายหลังกำหนดไว้ถ้าหากมีก็ได้ หรือถ้าเห็นว่าโทษที่ผู้กระทำความผิดได้รับมาแล้วเป็นการเพียงพอ ศาลจะปล่อยผู้กระทำความผิดไปก็ได้ (๒) ถ้าศาลพิพากษาให้ประหารชีวิตผู้กระทำความผิด และตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง โทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดไม่ถึงประหารชีวิต ให้งดการประหารชีวิตผู้กระทำความผิด และให้ถือว่าโทษประหารชีวิตตามคำพิพากษาได้เปลี่ยนเป็นโทษสูงสุดที่จะพึงลงได้ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง

คำแปลภาษาอังกฤษ

If the law in force at the time of the commission of the offence differs from the law in force afterwards, the law in the part that is more favourable to the offender shall be applied, in whatever respect, except where the case has become final. But where the case has become final, the following shall apply:
(1) If the offender has not yet undergone the punishment, or is undergoing it, and the punishment fixed by the judgment is heavier than the punishment fixed under the law enacted afterwards, then, when it appears to the court from the record, or when the offender, the offender's legal representative, the offender's curator, or the public prosecutor applies, the court shall fix the punishment anew according to the law enacted afterwards. In fixing the punishment anew, if it appears that the offender has already undergone part of the punishment, the court may, having regard to the punishment under the law enacted afterwards and if it thinks fit, fix a punishment lower than the minimum punishment fixed by the law enacted afterwards, if any; or if the court is of the opinion that the punishment already undergone by the offender is sufficient, the court may release the offender.
(2) If the court has passed a sentence of death on the offender, and under the law enacted afterwards the punishment to be imposed on the offender does not extend to death, the execution of the death sentence shall be stayed, and the sentence of death under the judgment shall be deemed to have been changed into the highest punishment that may be imposed under the law enacted afterwards.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 3 ใช้กับกรณีที่กฎหมายเปลี่ยนแปลงโดยการกระทำยังคงเป็นความผิด แต่โทษที่ใช้บังคับแตกต่างกัน อันเป็นบทเสริมมาตรา 2 ซึ่งใช้กับการยกเลิกความผิด หลักสำคัญคือให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณไม่ว่าในทางใด ผู้กระทำจึงได้รับประโยชน์ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงจะกระทบองค์ประกอบความผิด อัตราโทษ หรือผลพลอยได้อื่น อนุมาตรา (1) และ (2) เป็นข้อยกเว้นแคบ ๆ ต่อความเป็นที่สุดของคำพิพากษา โดย (1) ให้ศาลกำหนดโทษใหม่เมื่อโทษเกินขั้นสูงของกฎหมายใหม่ตามคำร้อง และ (2) ให้เปลี่ยนโทษประหารชีวิตเป็นโทษสูงสุดตามกฎหมายใหม่โดยอัตโนมัติ เนื่องจากเป็นข้อยกเว้น ศาลจึงตีความอำนาจกำหนดโทษใหม่โดยเคร่งครัด คือใช้เฉพาะเมื่อโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดหนักกว่าเพดานของกฎหมายในภายหลังจริง

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

บทนี้เป็นบทภาคทั่วไปที่ใช้ในทางปฏิบัติมากที่สุดบทหนึ่ง โดยเฉพาะหลังการปฏิรูปครั้งใหญ่ เช่น การประกาศใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดแทนกฎหมายยาเสพติดฉบับเดิม ผู้ที่ถูกพิพากษาแล้วอาจยื่นคำร้องตามมาตรา 3 (1) เพื่อขอกำหนดโทษใหม่ให้เป็นไปตามกฎหมายที่เบากว่า แต่เฉพาะเมื่อโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดหนักกว่าโทษขั้นสูงตามกฎหมายใหม่จริง หากไม่ถึงเกณฑ์ ศาลจะยกคำร้อง ประโยชน์ดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติทั้งหมด กล่าวคือให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณไม่ว่าในทางใด แต่ข้อยกเว้นต่อความเป็นที่สุดจำกัดเพียงเท่าที่อนุมาตรา (1) และ (2) กำหนด หากมีการพิพากษาก่อนการแก้ไขที่เป็นคุณ ควรตรวจสอบว่ายื่นคำร้องขอกำหนดโทษใหม่ได้หรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2568 (2025)

    การกำหนดโทษใหม่ตามมาตรา 3 (1) ทำได้เฉพาะกรณีที่โทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายในภายหลัง มิฉะนั้นต้องยกคำร้อง

    ในคดียาเสพติด ศาลฎีกาพิจารณาว่ามีเหตุกำหนดโทษจำเลยใหม่ตามมาตรา 3 (1) หรือไม่ และยืนยันว่าอำนาจดังกล่าวใช้ได้เฉพาะเมื่อโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดหนักกว่าเพดานของกฎหมายในภายหลัง

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7422/2568 (2025)

    เมื่อโทษตามกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างและหนักกว่าโทษตามกฎหมายในภายหลัง มาตรา 3 กำหนดให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณในภายหลังไม่ว่าในทางใด

    ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเมื่อโทษตามกฎหมายยาเสพติดเดิมหนักกว่าโทษตามประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่ จึงต้องใช้ประมวลกฎหมายใหม่ซึ่งเป็นคุณตามมาตรา 3 และการกำหนดโทษใหม่ตามนั้นไม่ขัดต่อหลักความชอบด้วยกฎหมาย

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 434/2568 (2025)

    การยื่นคำร้องขอกำหนดโทษใหม่ตามมาตรา 3 (1) ต้องเป็นกรณีที่โทษที่กำหนดตามคำพิพากษาถึงที่สุดหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายในภายหลัง

    ศาลฎีกาในคดียาเสพติดย้ำว่าการกำหนดโทษใหม่ตามมาตรา 3 (1) จำกัดเฉพาะกรณีที่โทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายในภายหลัง

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 526 คดี (พ.ศ. 2500 ถึง 2569)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 531/2569 (2026)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 65/2569 (2026)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 875/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2306/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 246/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 218/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3686/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3374/2566 (2023)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

หากกฎหมายเบาลงหลังฉันถูกพิพากษา จะลดโทษได้หรือไม่

อาจได้ ตามมาตรา 3 (1) ท่านอาจยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ตามกฎหมายที่เบากว่า แต่เฉพาะเมื่อโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดหนักกว่าโทษขั้นสูงตามกฎหมายใหม่

มาตรา 2 กับมาตรา 3 ต่างกันอย่างไร

มาตรา 2 ใช้เมื่อกฎหมายในภายหลังยกเลิกตัวความผิด ส่วนมาตรา 3 ใช้เมื่อความผิดยังคงอยู่แต่กฎหมายแตกต่างกัน โดยให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณ

หากกฎหมายภายหลังยกเลิกโทษประหารสำหรับความผิดนั้น โทษประหารจะเป็นอย่างไร

ตามมาตรา 3 (2) ให้ถือว่าโทษประหารชีวิตตามคำพิพากษาเปลี่ยนเป็นโทษสูงสุดที่กฎหมายในภายหลังกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 3 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 3. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-3/ (accessed 6 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 3
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-3/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-3/"><p>ถ้ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด ไม่ว่าในทางใด เว้นแต่คดีถึงที่สุดแล้ว แต่ในกรณีที่คดีถึงที่สุดแล้ว ดังต่อไปนี้ (๑) ถ้าผู้กระทำความผิดยังไม่ได้รับโทษ หรือกำลังรับโทษอยู่ และโทษที่กำหนดตามคำพิพากษาหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง เมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาลหรือเมื่อผู้กระทำความผิด ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการร้องขอ ให้ศาลกำหนดโทษเสียใหม่ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง ในการที่ศาลจะกำหนดโทษใหม่นี้ ถ้าปรากฏว่า ผู้กระทำความผิดได้รับโทษมาบ้างแล้ว เมื่อได้คำนึงถึงโทษตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง หากเห็นเป็นการสมควร ศาลจะกำหนดโทษน้อยกว่าโทษขั้นต่ำที่กฎหมายที่บัญญัติในภายหลังกำหนดไว้ถ้าหากมีก็ได้ หรือถ้าเห็นว่าโทษที่ผู้กระทำความผิดได้รับมาแล้วเป็นการเพียงพอ ศาลจะปล่อยผู้กระทำความผิดไปก็ได้ (๒) ถ้าศาลพิพากษาให้ประหารชีวิตผู้กระทำความผิด และตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง โทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดไม่ถึงประหารชีวิต ให้งดการประหารชีวิตผู้กระทำความผิด และให้ถือว่าโทษประหารชีวิตตามคำพิพากษาได้เปลี่ยนเป็นโทษสูงสุดที่จะพึงลงได้ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง</p><footer>Penal Code, s. 3 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-3/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง