342: ฉ้อโกงเหตุฉกรรจ์
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ผู้กระทำ (๑) แสดงตนเป็นคนอื่น หรือ (๒) อาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]
คำแปลภาษาอังกฤษ
Where, in committing the offence of cheating and fraud, the offender:
(1) impersonates another person; or
(2) takes advantage of the lack of intelligence of the person deceived, being a child, or of the weakness of mind of the person deceived,the offender shall be liable to imprisonment not exceeding five years, or a fine not exceeding one hundred thousand baht, or both.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 342 เป็นฉ้อโกงในรูปแบบฉกรรจ์ของฐานพื้นฐานตามมาตรา 341 ใช้เมื่อการฉ้อโกงกระทำโดยแสดงตนเป็นคนอื่น หรือโดยอาศัยผู้เสียหายที่อ่อนแอเป็นพิเศษ กล่าวคือเด็กที่ถูกอาศัยความเบาปัญญา หรือผู้ที่ถูกอาศัยความอ่อนแอแห่งจิต การพิสูจน์ความผิดต้องได้องค์ประกอบตามมาตรา 341 ประกอบกับเหตุฉกรรจ์อย่างใดอย่างหนึ่ง การแสดงตนเป็นคนอื่นมักพบในการหลอกลวงโดยแอบอ้างตัวตน และเป็นองค์ประกอบที่แยกฉ้อโกงธรรมดาออกจากฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น โทษที่หนักขึ้นถึงห้าปีสะท้อนความร้ายแรงของการหลอกลวงด้วยตัวตนปลอมหรือการมุ่งต่อผู้อ่อนแอ
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
โทษเพิ่มเป็นห้าปีเทียบกับสามปีของฉ้อโกงพื้นฐาน การฟ้องในบทฉกรรจ์จึงเปลี่ยนความเสี่ยงเรื่องโทษอย่างมีนัยสำคัญ เช่นเดียวกับฐานพื้นฐาน ฉ้อโกงตามมาตรา 342 อยู่ในกลุ่มที่ยอมความได้ตามมาตรา 348 การประนีประนอมโดยแท้จริงจึงอาจทำให้คดีระงับ แต่หากข้อเท็จจริงเดียวกันถูกฟ้องเป็นฉ้อโกงประชาชน ย่อมเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้ แนวต่อสู้สำคัญคือการโต้เถียงเหตุฉกรรจ์เอง เช่น จำเลยแสดงตนเป็นคนอื่นจริงหรือไม่ หรือมีการอาศัยความอ่อนแอของผู้เสียหายจริงหรือไม่
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 89/2567 (2024)
เมื่อความผิดฐานเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกัน ฐานแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ฐานฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นตามมาตรา 342 (1) ฐานปลอมเอกสาร และฐานใช้เอกสารปลอม ล้วนมุ่งประสงค์อย่างเดียวคือหลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินค่าสินค้า ย่อมเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามมาตรา 90 มิใช่ความผิดหลายกรรมตามมาตรา 91 และให้ลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด ซึ่งในคดีนี้คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 9
แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องแยกการกระทำเป็นข้อ ๆ และมีคำขอท้ายฟ้องตามมาตรา 91 ทั้งจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาประการเดียวคือมุ่งหลอกลวงผู้เสียหายที่ 3 ให้โอนเงินชำระค่าสินค้าที่สั่งซื้อ ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยคอมพิวเตอร์ ฐานฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นตามมาตรา 342 (1) ฐานปลอมเอกสาร และฐานใช้เอกสารปลอม จึงเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตามมาตรา 90 และให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 9 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด มิใช่ตามมาตรา 342 (1) ส่วนปัญหาว่าควรลงโทษสถานหนักหรือไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย เพราะโจทก์มิได้อุทธรณ์ไว้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4920/2567 (2024)
ผู้ที่จัดหาบัญชีเงินฝากอันเป็นการช่วยเหลือให้คนร้ายได้ประโยชน์จากการฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น อาจมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดนั้น
ศาลเห็นว่าบัญชีของจำเลยถูกใช้ช่วยให้คนร้ายได้ประโยชน์ก่อนและขณะร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น จำเลยจึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ซึ่งฟ้องโดยอ้างองค์ประกอบการแสดงตนเป็นคนอื่นตามมาตรา 342
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 72 คดี (พ.ศ. 2500 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 37/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 38/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4893-4895/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 20/2546 (2003)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3309/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3839/2526 (1983)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 115/2511 (1968)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1230/2502 (1959)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
อะไรทำให้ฉ้อโกงเป็นเหตุฉกรรจ์ตามมาตรา 342
ฉ้อโกงเป็นเหตุฉกรรจ์เมื่อมีการเปิดเผยโดยแสดงตนเป็นคนอื่นหรือโดยอาศัยความฉลาดของเด็กผู้ถูกหลอกลวงหรือความอ่อนแอแห่งจิตที่ถูกหลอกลวง
ฉ้อโกงเหตุฉกรรจ์มีดาวเคราะห์ของโลก
มาตรา 342 กฎหมายโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินแสนหนึ่งบาท หรือทั้งจำทั้งปรับโดยอาศัยฉ้อโกงพื้นฐานตามมาตรา 341
ฉ้อโกงเหตุฉกรรจ์ยอมความได้นั่นเอง
ยอมความได้ มาตรา 348 กำหนดให้ความผิดในหมวดฉ้อโกงยอมความได้ เว้นแต่ฐานฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 ความผิดตามมาตรา 342 จึงยอมความได้ แต่หากข้อเท็จจริงชุดเดียวกันถูกฟ้องเป็นฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 ย่อมเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
การอ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 342 (Thailand) -
การอ้างอิงทางวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 342. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-342/ (accessed 21 สิงหาคม 2026). -
การอ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 342 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-342/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-342/"><p>ถ้าในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ผู้กระทำ (๑) แสดงตนเป็นคนอื่น หรือ (๒) อาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>Penal Code, s. 342 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-342/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา