50: ห้ามประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ
ตัวบทกฎหมาย
เมื่อศาลพิพากษาให้ลงโทษผู้ใด ถ้าศาลเห็นว่าผู้นั้นกระทำความผิดโดยอาศัยโอกาสจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ หรือเนื่องจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ และเห็นว่าหากผู้นั้นประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นต่อไปอาจจะกระทำความผิดเช่นนั้นขึ้นอีก ศาลจะสั่งไว้ในคำพิพากษาห้ามการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นมีกำหนดเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษไปแล้วก็ได้
คำแปลภาษาอังกฤษ
When the court passes a sentence on any person, if the court is of the opinion that that person committed the offence by taking advantage of the opportunity afforded by an occupation or profession, or by reason of carrying on that occupation or profession, and is of the opinion that if that person continues to carry it on he may commit such an offence again, the court may order in the judgment the prohibition of that occupation or profession for a period not exceeding five years from the day of release from punishment.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 50 เป็นการห้ามประกอบอาชีพหรือวิชาชีพในฐานะวิธีการเพื่อความปลอดภัย และมีเงื่อนไขสามประการ โดยประการที่สามมักถูกมองข้าม กล่าวคือ การกระทำความผิดต้องเป็นการอาศัยโอกาสจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ หรือเนื่องจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้น และศาลต้องเห็นด้วยว่าหากผู้นั้นประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นต่อไปอาจจะกระทำความผิดเช่นนั้นขึ้นอีก เมื่อครบเงื่อนไขแล้วศาลจึงจะสั่งห้ามได้ และสั่งได้มีกำหนดเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ มิใช่นับแต่วันพิพากษา ถ้อยคำในตัวบทกล่าวถึงการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ เมื่อมาตรการนี้มุ่งป้องกันมิใช่ลงโทษ สิ่งที่รองรับคำสั่งห้ามจึงเป็นความเป็นไปได้ที่จะกระทำความผิดซ้ำ ลำพังความเกี่ยวข้องระหว่างงานกับความผิดยังไม่เพียงพอ
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบอนุญาต นี่คือความเสี่ยงต่ออาชีพที่ยังคงอยู่หลังพ้นโทษ เพราะระยะเวลาห้าปีเริ่มนับแต่วันพ้นโทษ มีสองประเด็นที่ควรเตรียมแต่เนิ่น ๆ ประการแรก ความผิดต้องเป็นการอาศัยโอกาสจากการประกอบอาชีพนั้น ลำพังการที่ผู้กระทำมีอาชีพอยู่ไม่เข้าเกณฑ์ ประการที่สอง ศาลต้องเห็นด้วยว่าหากประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นต่อไปอาจจะกระทำความผิดเช่นนั้นขึ้นอีก ซึ่งเป็นการคาดการณ์ไปข้างหน้าที่พยานหลักฐานเกี่ยวกับตัวผู้กระทำสามารถหักล้างได้ ธุรกิจและผู้ประกอบวิชาชีพที่ถูกดำเนินคดีควรศึกษาเรื่องความรับผิดทางอาญาขององค์กรและปรึกษาทนายความแต่เนิ่น ๆ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 6530/2556 (2013)
มาตรา 50 เป็นมาตรการห้ามประกอบอาชีพ ใช้เฉพาะเมื่อผู้กระทำประกอบอาชีพหรือวิชาชีพและอาศัยโอกาสจากสิ่งนั้นกระทำผิด โดยศาลเห็นว่าหากประกอบต่อไปอาจกระทำผิดอีก จำเลยจะยกขึ้นอ้างเพื่อคงใบอนุญาตของตนไม่ได้
จำเลยขอให้ศาลนำมาตรา 50 มาใช้เพื่อให้ตนใช้ใบอนุญาตขับรถต่อไปได้ ศาลฎีกาอธิบายว่าการนำมาตรา 50 มาใช้ต้องได้ความว่าจำเลยประกอบอาชีพหรือวิชาชีพและกระทำผิดโดยอาศัยโอกาสจากสิ่งนั้น และหากประกอบต่อไปอาจกระทำผิดอีก บทบัญญัตินี้จึงไม่ใช่เพื่อคงใบอนุญาตไว้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 18462/2555 (2012)
เมื่อศาลรอการลงโทษจำคุก ย่อมไม่อาจมีคำสั่งห้ามประกอบอาชีพตามที่มาตรา 50 ให้อำนาจไว้ได้
ในคดีสร้างราคาหุ้นตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 243 (2) โจทก์ขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีกำหนดห้าปีตามมาตรา 50 เมื่อศาลรอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 จึงไม่อาจสั่งห้ามประกอบอาชีพตามที่โจทก์ขอได้ และให้ยกคำขอส่วนนี้
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 2425/2554 (2011)
เมื่อครูกระทำผิดต่อศิษย์ที่อยู่ในความดูแล อาจขอให้ศาลสั่งห้ามประกอบวิชาชีพครูตามมาตรา 50 ได้ไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ
ครูถูกลงโทษฐานกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราศิษย์ที่อยู่ในความดูแล โจทก์ขอให้ใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยตามมาตรา 50 ห้ามจำเลยประกอบวิชาชีพครูมีกำหนดห้าปีนับแต่วันพ้นโทษหรือวันปล่อยตัว
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 22 คดี (พ.ศ. 2500 ถึง 2556)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6530/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 18462/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5177/2537 (1994)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2414/2521 (1978)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 662/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1409/2534 (1991)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7146/2552 (2009)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5399/2553 (2010)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
ศาลจะสั่งห้ามประกอบอาชีพหรือวิชาชีพได้เมื่อใด
เมื่อการกระทำความผิดเป็นการอาศัยโอกาสจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้น หรือเนื่องจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้น และศาลเห็นด้วยว่าหากประกอบต่อไปอาจจะกระทำความผิดเช่นนั้นขึ้นอีก
คำสั่งห้ามมีกำหนดเวลาเท่าใด และเริ่มนับเมื่อใด
ไม่เกินห้าปี โดยนับแต่วันพ้นโทษ มิใช่นับแต่วันที่ศาลพิพากษา
เพียงกระทำความผิดในระหว่างทำงานเพียงพอหรือไม่
ไม่เพียงพอ ต้องเป็นการอาศัยโอกาสจากการประกอบอาชีพนั้น และศาลต้องเห็นว่าหากประกอบต่อไปอาจจะกระทำความผิดเช่นนั้นขึ้นอีกด้วย จึงจะสั่งห้ามได้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
การอ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 50 (Thailand) -
การอ้างอิงทางวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 50. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-50/ (accessed 21 สิงหาคม 2026). -
การอ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 50 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-50/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-50/"><p>เมื่อศาลพิพากษาให้ลงโทษผู้ใด ถ้าศาลเห็นว่าผู้นั้นกระทำความผิดโดยอาศัยโอกาสจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ หรือเนื่องจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ และเห็นว่าหากผู้นั้นประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นต่อไปอาจจะกระทำความผิดเช่นนั้นขึ้นอีก ศาลจะสั่งไว้ในคำพิพากษาห้ามการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นมีกำหนดเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษไปแล้วก็ได้</p><footer>Penal Code, s. 50 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-50/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา