บรรพ 3 — เอกเทศสัญญา

มาตรา 686

ตัวบทกฎหมาย

เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ ในกรณีที่เจ้าหนี้มิได้มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง เมื่อเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้หรือผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ตามวรรคหนึ่ง ผู้ค้ำประกันอาจชำระหนี้ทั้งหมดหรือใช้สิทธิชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ที่ลูกหนี้มีอยู่กับเจ้าหนี้ก่อนการผิดนัดชำระหนี้ ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่ตนต้องรับผิดก็ได้ และให้นำความในมาตรา ๗๐๑ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในระหว่างที่ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ของลูกหนี้ตามวรรคสาม เจ้าหนี้จะเรียกดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพราะเหตุที่ลูกหนี้ผิดนัดในระหว่างนั้นมิได้ การชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันตามมาตรานี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของผู้ค้ำประกันตามมาตรา ๖๙๓

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

คำแปลภาษาอังกฤษ

When the debtor is in default, the creditor must give written notice to the surety within sixty days from the date of default. In no case may the creditor call on the surety to perform before the notice has reached the surety; this does not deprive the surety of the right to perform when the obligation falls due.

Where the creditor fails to give notice within the period in paragraph one, the surety is released from liability for interest and compensation, and for any charge accessory to the obligation, arising after the expiry of that period.

Where the creditor is entitled to call on the surety to perform, or the surety is entitled to perform, under paragraph one, the surety may satisfy the whole obligation, or exercise the right to perform on the conditions and by the methods of payment available to the debtor before the default, but only as to the part for which the surety is liable. Section 701 paragraph two applies mutatis mutandis.

While the surety is performing on the debtor's conditions and methods of payment under paragraph three, the creditor may not claim increased interest by reason of the debtor's default during that time.

Performance by the surety under this Section does not affect the surety's rights under Section 693.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 686 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 3 (เอกเทศสัญญา) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำคัญสูง

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

ทนายความ: เจ้าหนี้ต้องจดบันทึกกำหนดการแจ้ง 60 วันทันทีที่ลูกหนี้ผิดนัด การไม่แจ้งตามกำหนดไม่ปลดผู้ค้ำประกันจากหนี้ประธาน แต่ทำให้เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนระหว่างช่วงที่เนิ่นช้า ประชาชนทั่วไป: หากธนาคารไม่แจ้งคุณภายใน 60 วันหลังลูกหนี้ผิดนัด คุณไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ยและค่าปรับระหว่างช่วงนั้น

ความเป็นมาทางกฎหมาย

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ซึ่งกำหนดให้เจ้าหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำประกันเป็นหนังสือภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด มิฉะนั้นผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนระหว่างช่วงที่เนิ่นช้า

  • ค้ำประกัน
  • การแจ้งเจ้าหนี้
  • แก้ไข 2557
  • แจ้งผู้ค้ำประกัน
  • ขั้นตอนบังคับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3551/2541 (1998)

    การบอกกล่าวโดยพนักงานที่ได้รับมอบอำนาจโดยชอบมีผลเป็นการบอกกล่าวที่สมบูรณ์ต่อลูกหนี้และผู้ค้ำประกัน

    รองผู้จัดการธนาคารที่ได้รับมอบอำนาจจากกรรมการผู้จัดการมีอำนาจบอกกล่าวทวงถามลูกหนี้ ศาลยืนยันว่าการบอกกล่าวโดยพนักงานที่ได้รับมอบอำนาจโดยชอบผูกพันธนาคารและมีผลต่อลูกหนี้

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6023/2538 (1995)

    ความรับผิดของผู้ค้ำประกันบังคับได้เมื่อพิสูจน์การผิดนัดของลูกหนี้แล้ว เจ้าหนี้จึงบังคับแก่ผู้ค้ำประกันได้

    ผู้ค้ำประกันตกลงประกันการชดใช้ทุนของนักเรียนทุนรัฐบาล เมื่อลูกหนี้ไม่กลับมาปฏิบัติราชการ เจ้าหนี้มีสิทธิบังคับแก่ผู้ค้ำประกันได้หลังจากพิสูจน์การผิดนัดของลูกหนี้

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 57 คดี (พ.ศ. 2498 ถึง 2569)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil and Commercial Code, s. 686 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil and Commercial Code (Thailand), s. 686. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-686/ (accessed 8 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.พ.พ. มาตรา 686
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-686/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-686/"><p>เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ ในกรณีที่เจ้าหนี้มิได้มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง เมื่อเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้หรือผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ตามวรรคหนึ่ง ผู้ค้ำประกันอาจชำระหนี้ทั้งหมดหรือใช้สิทธิชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ที่ลูกหนี้มีอยู่กับเจ้าหนี้ก่อนการผิดนัดชำระหนี้ ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่ตนต้องรับผิดก็ได้ และให้นำความในมาตรา ๗๐๑ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในระหว่างที่ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ของลูกหนี้ตามวรรคสาม เจ้าหนี้จะเรียกดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพราะเหตุที่ลูกหนี้ผิดนัดในระหว่างนั้นมิได้ การชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันตามมาตรานี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของผู้ค้ำประกันตามมาตรา ๖๙๓</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 686 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-686/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง