บรรพ 3 — เอกเทศสัญญา

มาตรา 686

ตัวบทกฎหมาย

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ [26]

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 686 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 3 (เอกเทศสัญญา) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำคัญสูง

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

ทนายความ: เจ้าหนี้ต้องจดบันทึกกำหนดการแจ้ง 60 วันทันทีที่ลูกหนี้ผิดนัด การไม่แจ้งตามกำหนดไม่ปลดผู้ค้ำประกันจากหนี้ประธาน แต่ทำให้เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนระหว่างช่วงที่เนิ่นช้า ประชาชนทั่วไป: หากธนาคารไม่แจ้งคุณภายใน 60 วันหลังลูกหนี้ผิดนัด คุณไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ยและค่าปรับระหว่างช่วงนั้น

ความเป็นมาทางกฎหมาย

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ซึ่งกำหนดให้เจ้าหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำประกันเป็นหนังสือภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด มิฉะนั้นผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนระหว่างช่วงที่เนิ่นช้า

  • ค้ำประกัน
  • การแจ้งเจ้าหนี้
  • แก้ไข 2557
  • แจ้งผู้ค้ำประกัน
  • ขั้นตอนบังคับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3551/2541 (1998)

    การบอกกล่าวโดยพนักงานที่ได้รับมอบอำนาจโดยชอบมีผลเป็นการบอกกล่าวที่สมบูรณ์ต่อลูกหนี้และผู้ค้ำประกัน

    รองผู้จัดการธนาคารที่ได้รับมอบอำนาจจากกรรมการผู้จัดการมีอำนาจบอกกล่าวทวงถามลูกหนี้ ศาลยืนยันว่าการบอกกล่าวโดยพนักงานที่ได้รับมอบอำนาจโดยชอบผูกพันธนาคารและมีผลต่อลูกหนี้

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6023/2538 (1995)

    ความรับผิดของผู้ค้ำประกันบังคับได้เมื่อพิสูจน์การผิดนัดของลูกหนี้แล้ว เจ้าหนี้จึงบังคับแก่ผู้ค้ำประกันได้

    ผู้ค้ำประกันตกลงประกันการชดใช้ทุนของนักเรียนทุนรัฐบาล เมื่อลูกหนี้ไม่กลับมาปฏิบัติราชการ เจ้าหนี้มีสิทธิบังคับแก่ผู้ค้ำประกันได้หลังจากพิสูจน์การผิดนัดของลูกหนี้

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น