ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 62: สำคัญผิดในข้อเท็จจริงและการรู้เหตุฉกรรจ์

ตัวบทกฎหมาย

ข้อเท็จจริงใด ถ้ามีอยู่จริงจะทำให้การกระทำไม่เป็นความผิด หรือทำให้ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะไม่มีอยู่จริง แต่ผู้กระทำสำคัญผิดว่ามีอยู่จริง ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิด หรือได้รับยกเว้นโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แล้วแต่กรณี ถ้าความไม่รู้ข้อเท็จจริงตามความในวรรคสามแห่งมาตรา ๕๙ หรือความสำคัญผิดว่ามีอยู่จริงตามความในวรรคแรก ได้เกิดขึ้นด้วยความประมาทของผู้กระทำความผิด ให้ผู้กระทำรับผิดฐานกระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะว่า การกระทำนั้นผู้กระทำจะต้องรับโทษแม้กระทำโดยประมาท บุคคลจะต้องรับโทษหนักขึ้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงใด บุคคลนั้นจะต้องได้รู้ข้อเท็จจริงนั้น

คำแปลภาษาอังกฤษ

As to any fact which, if it truly existed, would make the act not an offence, or would relieve the doer from punishment, or would reduce the punishment: even though that fact does not truly exist, if the doer mistakenly believes it to exist, the doer shall accordingly be without guilt, or be exempt from punishment, or receive a reduced punishment, as the case may be.
If the ignorance of fact referred to in Section 59 paragraph three, or the mistaken belief in the existence of a fact referred to in paragraph one, arose from the negligence of the doer, the doer shall be liable for having acted negligently, in a case where the law specifically provides that the doer must be punished even for an act committed negligently.
A person who is to be liable to a heavier punishment by reason of any fact must have known that fact.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 62 ว่าด้วยความสำคัญผิดในข้อเท็จจริง และทำให้กรอบเรื่องเจตนาในมาตรา 59 ถึง 61 ในภาค 1 สมบูรณ์ วรรคแรกให้ผลแก่ความเชื่อโดยสุจริตในข้อเท็จจริงที่เป็นคุณ จึงวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงที่ผู้กระทำเข้าใจ ไม่ว่าจะทำให้ไม่มีความผิด ยกเว้นโทษ หรือลดโทษ วรรคสองคงความรับผิดฐานประมาทไว้เมื่อความสำคัญผิดเกิดจากความประมาทและความผิดนั้นลงโทษการกระทำโดยประมาทได้ วรรคสามวางหลักสำคัญเรื่องเหตุฉกรรจ์ว่าการลงโทษหนักขึ้นเพราะข้อเท็จจริงใด เช่น ฐานะของผู้เสียหาย ต้องเป็นกรณีที่ผู้กระทำได้รู้ข้อเท็จจริงนั้น จึงเป็นเหตุที่บทเพิ่มโทษไม่ตามมาโดยอัตโนมัติจากมาตรา 60 และ 61 มาตรานี้เป็นหัวใจของข้อต่อสู้เรื่องเหตุยกเว้นความผิดและยกเว้นโทษ รวมถึงการป้องกันโดยสำคัญผิด

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

มาตรา 62 เป็นฐานของข้อต่อสู้ที่อาศัยความเชื่อโดยสุจริตของผู้ถูกกล่าวหาในขณะกระทำ รวมถึงการป้องกันโดยสำคัญผิดและความยินยอมที่สำคัญผิด เพราะวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงที่เข้าใจ มิใช่ตามความจริง ข้อแลกเปลี่ยนคือวรรคสอง หากความสำคัญผิดเกิดจากความประมาท อาจยังต้องรับผิดฐานประมาทเมื่อความผิดนั้นเปิดช่องไว้ ในด้านโจทก์ วรรคสามจำกัดการเพิ่มโทษ การลงโทษหนักขึ้นเพราะข้อเท็จจริง เช่น ฐานะของผู้เสียหาย ต้องพิสูจน์ว่าผู้กระทำรู้ข้อเท็จจริงนั้น การกำหนดให้ชัดว่าผู้ถูกกล่าวหาเชื่ออะไรและรู้อะไรจึงมักชี้ขาด ควรปรึกษาทนายเรื่องพยานหลักฐานความสำคัญผิดโดยเฉพาะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6876/2568 (2025)

    ตามมาตรา 62 วรรคท้าย จำเลยจะต้องรับโทษหนักขึ้นฐานฆ่าบุพการีได้ก็ต่อเมื่อได้รู้ว่าผู้ที่ถูกกระทำเป็นบุพการีของตน

    แม้จำเลยจะยกความสำคัญผิดในตัวบุคคลตามมาตรา 61 มาปฏิเสธเจตนาฆ่าไม่ได้ แต่ศาลวินิจฉัยว่าการลงโทษหนักขึ้นฐานกระทำต่อบุพการีตามมาตรา 62 วรรคท้าย ต้องเป็นกรณีที่ผู้กระทำได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุฉกรรจ์นั้น

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2936/2564 (2021)

    ข้อเท็จจริงที่อาจทำให้ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 62 วรรคสาม มิใช่องค์ประกอบของความผิด โจทก์จึงไม่จำต้องบรรยายมาในฟ้อง

    ศาลวินิจฉัยว่าถ้อยคำที่จำเลยอ้างมิใช่องค์ประกอบความผิดฐานทำร้ายร่างกายที่ฉกรรจ์ แต่เป็นข้อเท็จจริงที่อาจทำให้ไม่ต้องรับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 62 วรรคสาม โจทก์จึงไม่จำต้องบรรยายในฟ้อง การบรรยายว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งกระทำการตามหน้าที่จึงเพียงพอ

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 63 คดี (พ.ศ. 2500 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1815/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 63/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6772/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7002/2554 (2011)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 11966/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1627/2552 (2009)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5547/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7233/2549 (2006)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

การป้องกันโดยสำคัญผิดตามมาตรา 62 คืออะไร

หากผู้กระทำเชื่อโดยสุจริตแต่สำคัญผิดในข้อเท็จจริงที่หากมีจริงจะเป็นการป้องกันโดยชอบ มาตรา 62 ให้วินิจฉัยตามข้อเท็จจริงที่เข้าใจ จึงอาจถือเป็นการป้องกัน แต่หากความสำคัญผิดเกิดจากความประมาท อาจยังต้องรับผิดฐานประมาทเท่าที่กฎหมายเปิดช่อง

โทษหนักขึ้นเพราะฐานะของผู้เสียหายใช้โดยอัตโนมัติหรือไม่

ไม่ มาตรา 62 วรรคท้ายกำหนดว่าผู้ที่จะต้องรับโทษหนักขึ้นเพราะข้อเท็จจริงใด เช่น ฐานะของผู้เสียหาย ต้องเป็นกรณีที่ได้รู้ข้อเท็จจริงนั้น

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 62 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 62. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-62/ (accessed 10 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 62
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-62/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-62/"><p>ข้อเท็จจริงใด ถ้ามีอยู่จริงจะทำให้การกระทำไม่เป็นความผิด หรือทำให้ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะไม่มีอยู่จริง แต่ผู้กระทำสำคัญผิดว่ามีอยู่จริง ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิด หรือได้รับยกเว้นโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แล้วแต่กรณี ถ้าความไม่รู้ข้อเท็จจริงตามความในวรรคสามแห่งมาตรา ๕๙ หรือความสำคัญผิดว่ามีอยู่จริงตามความในวรรคแรก ได้เกิดขึ้นด้วยความประมาทของผู้กระทำความผิด ให้ผู้กระทำรับผิดฐานกระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะว่า การกระทำนั้นผู้กระทำจะต้องรับโทษแม้กระทำโดยประมาท บุคคลจะต้องรับโทษหนักขึ้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงใด บุคคลนั้นจะต้องได้รู้ข้อเท็จจริงนั้น</p><footer>Penal Code, s. 62 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-62/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง