ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

กฎหมายอาญา

70: การกระทำตามคำสั่งเจ้าพนักงาน

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดกระทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน แม้คำสั่งนั้นจะมิชอบด้วยกฎหมาย ถ้าผู้กระทำมีหน้าที่หรือเชื่อโดยสุจริตว่ามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ เว้นแต่จะรู้ว่าคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งซึ่งมิชอบด้วยกฎหมาย

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whoever acts in compliance with the order of an official, even though the order is unlawful, shall not be punished if he has a duty to comply, or believes in good faith that he has a duty to comply, except where he knows that the order is unlawful.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 70 ยกเว้นโทษให้ผู้ที่กระทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงานในภาค 1 ว่าด้วยความรับผิดในทางอาญา ใช้เมื่อผู้กระทำมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามจริง หรือเชื่อโดยสุจริตว่ามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม และครอบคลุมถึงคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย โดยมีข้อยกเว้นสำคัญคือไม่คุ้มครองผู้ที่รู้ว่าคำสั่งนั้นมิชอบด้วยกฎหมาย แนวคำพิพากษาเน้นสองขอบเขต ประการแรก ต้องเป็นคำสั่งที่แท้จริง มิใช่เพียงคำแนะนำหรือการขอความร่วมมือซึ่งผู้กระทำจะทำหรือไม่ทำก็ได้ ประการที่สอง ข้อยกเว้นอาศัยความสุจริต การรู้ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้หมดข้อแก้ตัว แม้การกระทำตามคำแนะนำอาจยังหักล้างเจตนาพิเศษที่บางความผิดต้องการได้ มาตรานี้คุ้มครองผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำภายในลำดับชั้นของอำนาจ แต่ไม่คุ้มครองการเข้าร่วมในการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายโดยรู้อยู่แล้ว

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

มาตรา 70 เป็นบทที่ผู้ใต้บังคับบัญชา เจ้าพนักงาน หรือลูกจ้างยกขึ้นอ้างเมื่อถูกดำเนินคดีจากการปฏิบัติตามคำสั่ง จะใช้ได้ต่อเมื่อครบสองประการ คือสิ่งที่ได้รับเป็นคำสั่งที่แท้จริง มิใช่คำแนะนำที่จะเพิกเฉยได้ และผู้กระทำไม่รู้ว่าคำสั่งนั้นมิชอบด้วยกฎหมาย หากคำสั่งเป็นเพียงการขอความร่วมมือ ข้อแก้ตัวย่อมใช้ไม่ได้ แม้ข้อเท็จจริงเดียวกันบางครั้งอาจแสดงว่าผู้กระทำขาดเจตนาที่ความผิดต้องการ ผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากการทำตามคำสั่งควรเก็บรักษาพยานหลักฐานเรื่องคำสั่ง ลำดับชั้นของอำนาจ และความเชื่อโดยสุจริตของตน และปรึกษาทนายด้านอาญาว่ามาตรา 70 หรือข้อต่อสู้เรื่องขาดเจตนาเป็นแนวทางที่ดีกว่า

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาฎีกาที่ 6344/2531 (1988)

    การขอความร่วมมือจากเจ้าพนักงานมิใช่คำสั่งตามความหมายของมาตรา 70 จึงไม่ยกเว้นโทษให้ผู้ที่กระทำตาม ผู้นั้นยังคงต้องรับผิดในความผิด

    นายอำเภอเพียงขอความร่วมมือซึ่งจำเลยที่ 2 จะกระทำหรือไม่ก็ได้ ศาลวินิจฉัยว่ามิได้มีลักษณะเป็นคำสั่งตามมาตรา 70 จึงไม่ทำให้พ้นความรับผิด การที่จำเลยที่ 2 เจตนาทำให้ทรัพย์ของโจทก์เสียหายจึงเป็นความผิดตามมาตรา 358

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 387/2512 (1969)

    เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจเข้าไปในบ้านในเวลากลางคืนเพื่อจับกุมคนร้ายสำคัญตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา โดยมิได้ปฏิบัติตามกฎหมายในเรื่องการจับการค้น การที่ผู้ถูกจับขัดขืนก็เพียงแต่ไม่มีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานเท่านั้น หามีสิทธิหรืออำนาจอันชอบธรรมที่จะใช้อาวุธทำร้ายเจ้าพนักงานไม่ เมื่อผู้ถูกจับใช้มีดแทงเจ้าพนักงานซึ่งเพียงแต่พูดขอจับกุมและยังไม่ทันได้ลงมือทำอะไร เจ้าพนักงานที่ยิงเพื่อป้องกันชีวิตของตนย่อมเป็นการกระทำเพื่อป้องกัน และเมื่อพอสมควรแก่เหตุก็ไม่ต้องรับโทษ

    จำเลยกับพวกซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงนายสิบและพลตำรวจ เข้าไปในบ้านในเวลากลางคืนเพื่อจับกุมผู้ตายซึ่งเป็นคนร้ายสำคัญตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา โดยมิได้ปฏิบัติตามกฎหมายในเรื่องการจับการค้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการที่ผู้ตายขัดขืนก็เพียงแต่ไม่มีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานเท่านั้น ไม่มีสิทธิใช้อาวุธทำร้ายจำเลย เมื่อจำเลยเพียงพูดกับผู้ตายขอจับกุมและยังไม่ทันได้ลงมือทำอะไร แต่ผู้ตายใช้มีดแทงจำเลย จำเลยจึงกระทำการป้องกันชีวิตตน เมื่อเป็นการพอสมควรแก่เหตุ จำเลยย่อมไม่ต้องรับโทษ อันเป็นการยกเว้นโทษเพราะการป้องกัน มิใช่ตามมาตรา 70

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 23 คดี (พ.ศ. 2502 ถึง 2558)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5945/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2830/2537 (1994)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4310/2536 (1993)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1651/2532 (1989)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6344/2531 (1988)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1601/2509 (1966)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1135/2508 (1965)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1135/2507 (1964)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

หากปฏิบัติตามคำสั่งที่มิชอบแฟนพนักงานจะผิดหรือไม่

บทความตามมาตรา 70 ติดตามได้ในกรณีที่ต้องปฏิบัติตามหรือเชื่อโดยผู้ดูแลว่าคำสั่งทราบคำสั่งนั้นมิชอบด้วยกฎหมายการรู้ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้หมดข้อแก้ตัว

ตามที่เจ้าพนักงานปฏิบัติตามมาตรา 70 อย่างเคร่งครัด

ไม่ใช่ศาลวินิจฉัยว่าการขอความร่วมมือหรือคำแนะนำซึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะดำเนินการหรือไม่ถือเป็นการดำเนินการตามมาตรา 70 ทั้งนี้ยกเว้นในกรณีที่ให้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • การอ้างอิงแบบทั่วไป Penal Code, s. 70 (Thailand)
  • การอ้างอิงทางวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 70. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-70/ (accessed 20 สิงหาคม 2026).
  • การอ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 70
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-70/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-70/"><p>ผู้ใดกระทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน แม้คำสั่งนั้นจะมิชอบด้วยกฎหมาย ถ้าผู้กระทำมีหน้าที่หรือเชื่อโดยสุจริตว่ามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ เว้นแต่จะรู้ว่าคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งซึ่งมิชอบด้วยกฎหมาย</p><footer>Penal Code, s. 70 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-70/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง